OEM, FPP และ Volume License ต่างกันยังไง ทำความรู้จัก Microsoft Software ทุกแพคเกจ

OEM FPP

ไม่ว่าองค์กรของคุณจะทำธุรกิจด้านใดก็ตาม พวกโปรแกรม Software ต่างๆ ก็ถือเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการใช้ทำงาน และถ้าจะใช้งานให้ถูกหลัก ก็จำเป็นต้องซื้อ License ลิขสิทธิ์ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถติดตั้ง, ใช้งาน, แสดงผล และประมวลผลเนื้อหาที่ต้องการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซอฟต์แวร์ของ Microsoft นั้น มีให้เลือกซื้อหลายแพคเกจมากมาย ขึ้นกับความต้องการใช้งาน โดยชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ OEM, FPP และ Volume License

บทความนี้ เราจะมาดูกันว่า Microsoft Software แบบ OEM, FPP และ Volume License แต่ละแบบต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

OEM คืออะไร

OEM ย่อมากจาก Original Equipment Manufacturers เป็นชนิดของ Software ที่ติดตั้งมากับ Hardware ตั้งแต่เริ่มต้นซื้อมาใช้ เช่น เมื่อคุณซื้อคอมพิวเตอร์ที่ในสเปคมีการระบุว่ามี Windows ติดตั้งมาอยู่แล้ว นั่นหมายความว่า วินโดวส์ในเครื่องนั้น เป็นชนิดโปรแกรมแบบ OEM นั่นเอง เป็นทางเลือกที่เหมาะกับการใช้งานในกลุ่ม Home User หรือองค์กรที่มีจำนวนอุปกรณ์ไอทีไม่เยอะมาก

> อ่านบทความ Windows คืออะไร

การซื้อซอฟต์แวร์ชนิดนี้ จำเป็นต้องตัดสินใจตั้งแต่ตอนเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถซื้อมาติดตั้งในภายหลังได้

ต่างกันอย่างไร

ข้อดี

  • ง่ายต่อการใช้งาน เพราะเมื่อคุณซื้อ Computer มา ก็สามารถใช้งาน Software OEM ได้เลย เพราะมีการติดตั้งแบบ Pre-Installed มาตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตที่โรงงานแล้ว ก็คือพร้อมใช้งานนั่นเอง
  • สามารถเพิ่ม Software Assurance ได้ เพื่อรับประกันการใช้งานซอฟต์แวร์ภายใน 90 วัน หลังซื้อสินค้า
  • โปรแกรมแบบ OEM มักจะมีราคาถูกกว่าแบบ FPP

ข้อเสีย

  • ตามหลักการแล้ว OEM License จะไม่สามารถย้ายเครื่องได้ นั่นหมายความว่า ถ้าต้องการเปลี่ยนไปใช้งานเครื่องใหม่ ก็ต้องซื้อโปรแกรมใหม่ เพราะลิขสิทธิ์ของเครื่องเก่าจะไม่สามารถถูกย้ายออกมาได้ (ยกเว้นในสินค้ากลุ่ม Server บางกรณีที่ผู้ใช้งานได้มีการซื้อ Software Assurance ไว้แต่แรก)
  • Software แบบ OEM จะมีราคาสูงกว่าแบบ Volume License ในกรณีที่บริษัทมีการซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครั้งละจำนวนมากๆ
  • ต้องตัดสินใจซื้อตั้งแต่ตอนซื้อคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซื้อมาติดตั้งทีหลังไม่ได้

เหมาะกับใคร

ซอฟต์แวร์แบบ OEM เหมาะกับผู้ใช้งาน ที่ต้องการ Windows OS เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเวลาซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เช่นเดียวกับโปรแกรมอื่นๆ เช่น Microsoft Office เป็นต้น

อีกปัจจัยคือเหมาะกับผู้ที่เน้นใช้งานเครื่องเดียวยาวๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์บ่อยๆ เพราะแพคเกจโออีเอ็ม ไม่สามารถถูกย้ายลิขสิทธิ์จากเครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้

เลือกซื้อ Windows ลิขสิทธิ์แท้กับเรา

Windows 11 Pro OEM

Windows 11 Pro OEM

  • Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
  • แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
  • อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
  • ลิขสิทธิ์สำหรับเครื่องใหม่เท่านั้น ไม่สามารถลงใช้กับเครื่องเก่าได้
เลือกซื้อสินค้า
Windows 11 Pro FPP

Windows 11 Pro FPP

  • Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
  • แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
  • อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
  • สามารถย้ายลิขสิทธิ์จากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง กี่ครั้งก็ได้
เลือกซื้อสินค้า
Open License

Windows 11 Pro GGWA

  • Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
  • ลิขสิทธิ ติดกับบริษัทที่สั่งซื้อ
  • ย้ายเครื่องไม่ได้ Downgrade ได้ทุก Windows Version
  • สั่งซื้อขั้นต่ำ 5 เครื่อง
เลือกซื้อสินค้า

FPP คืออะไร

FPP หรือ Full Packaged Product คือ Software ที่คุณสามารถซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการใช้ เช่น ซื้อคอมพิวเตอร์มาแล้ว ใช้งานไปซักพัก ค่อยหาซื้อ Microsoft Office FPP มาติดตั้งเพิ่ม เป็นต้น โดยมากแพคเกจประเภทนี้ จะขายกันเป็นกล่อง โดยแต่ละกล่องจะประกอบไปด้วย Key License และไฟล์ติดตั้งโปรแกรม ซึ่งคุณสามารถนำไป Install กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการได้ 1 License

โดยมาก ซอฟต์แวร์แบบ FPP มักจะเป็นลิขสิทธิ์แบบถาวรตลอดชีพ เหมาะกับการใช้งานตามบ้านแบบ Home Use และออฟฟิศขนาดเล็กที่มีจำนวนพนักงานไม่เยอะมากจนเกินไป

Microsoft

ข้อดี

  • เป็นชนิดที่สามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป หรือตามร้านค้าออนไลน์ และติดตั้งได้ง่ายดาย รวดเร็ว
  • โปรแกรมแบบ FPP บางตัว มีการซัพพอร์ตเป็นการให้ความช่วยเหลือโดยทีม Technical Support จาก Microsoft Help Desk
  • สามารถย้ายเครื่องได้ เมื่อมีการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องใหม่ ทำให้ถึงแม้ตัวไลเซนส์แบบ FPP จะมีราคาสูงกว่า OEM แต่ในระยะยาว จะมีราคาถูกกว่าเยอะ เพราะไม่จำเป็นต้องซื้อ License ใหม่ทุกครั้งเวลาเปลี่ยนเครื่อง
  • สามารถซื้อมาติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่แล้วได้ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแต่แรก

ข้อเสีย

  • แพคเกจแบบ FPP มักจะมีราคาสูงที่สุด เมื่อเทียบกับแบบ OEM หรือ Volume License
  • ถึงแม้จะสามารถย้ายเครื่องได้ แต่ในกรณีสำหรับองค์กรที่มีจำนวน User และอุปกรณ์เยอะๆ การบริหารจัดการจะทำได้ยากมากๆ
  • ไม่สามารถอัพเกรดเวอร์ชั่นได้ เช่น เมื่อคุณซื้อ Microsoft Office 2019 มาติดตั้งใช้งาน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไป ย้ายไปติดตั้งเครื่องอื่นมากแค่ไหน ตัวโปรแกรมก็จะยังคงเป็นเวอร์ชั่น 2019 เหมือนเดิมตลอดไป ไม่สามารถ Update ได้
  • ต้องเก็บกล่องซอฟต์แวร์เอาไว้เป็นหลักฐานตลอดเวลา จึงไม่เหมาะหากมีจำนวน User เยอะมากๆ

เหมาะกับใคร

FPP Software เหมาะกับผู้ใช้งานที่มีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์บ่อยๆ หรือถ้าใช้ในออฟฟิศ ก็จะเหมาะกับองค์กรที่มีจำนวนเครื่องไม่เยอะมาก และต้องการประหยัดงบในส่วนค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เพราะตัวซอฟต์แวร์ประเภทนี้ สามารถย้ายเครื่องได้ตลอดเวลา ต่างจากแบบ OEM ที่เป็นแบบติดตั้งถาวรกับตัวเครื่องตลอดไป

เลือกซื้อ Microsoft Office (Desktop)
ลิขสิทธิ์แท้กับเรา

แพคเกจแบบซื้อขาด ชำระเงินทีเดียวใช้งานได้ตลอดชีพ

Office Home and Business 2021

Office Home and Business
2021

  • สำหรับใช้งานเพื่อธุรกิจ
  • ซื้อลงใช้งานได้ถาวร
  • สามารถย้ายเครื่องได้
  • ไม่สามารถอัพเกรดเวอร์ชั่นได้
  • สำหรับ Windows และ Mac
เลือกซื้อสินค้า
Office Online

Office Home and Business
2021 - Online

  • สำหรับใช้งานเพื่อธุรกิจ
  • ซื้อลงใช้งานได้ถาวร
  • สามารถย้ายเครื่องได้
  • ไม่สามารถอัพเกรดเวอร์ชั่นได้
  • สำหรับ Windows และ Mac
เลือกซื้อสินค้า
Microsoft Office Standard 2021

Office LTSC Standard
2021

  • สำหรับใช้งานเพื่อธุรกิจ
  • ซื้อลงใช้งานได้ถาวร
  • สามารถย้ายเครื่องได้
  • ลิขสิทธิ์ติดอยู่กับบริษัท
  • สามารถ Downgrade เวอร์ชั่นได้
เลือกซื้อสินค้า

Volume License คืออะไร

โปรแกรมชนิดที่เป็นแบบแพคเกจ Microsoft Volume License ถือเป็นรูปแบบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสั่งซื้อจำนวนหลายๆ License ภายในการสั่งซื้อครั้งเดียว เพราะจะได้รับส่วนลดสำหรับการซื้อจำนวนมาก และสามารถปรับแผนการชำระเงินได้อย่างยืดหยุ่น และที่สำคัญ สามารถอัพเกรดเวอร์ชั่น Software ที่ซื้อให้เป็น Version ล่าสุดได้ตลอดเวลา

Volume License ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นแพคเกจที่ช่วยให้การจัดการต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการบริหาร Manage ไลเซนส์ของแผนกไอที หรือการ Process สั่งซื้อของแผนกจัดซื้อก็ตาม

นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายลิขสิทธิ์จากเครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้เช่นเดียวกับแบบ FPP

ปัจจุบัน  Volume License ในส่วนของ Microsoft Office นั้น จะสามารถแบ่งย่อยได้เป็นอีก 2 แบบ ได้แก่

  • CSP หรือ Cloud Solution Provider Program หรือที่หลายๆ คนอาจจะได้ยินกันในนามว่า 365 โดยการใช้งาน จะเป็นลักษณะเช่าใช้รายปี Subscription โดยยิ่งซื้อจำนวนเยอะ ก็สามารถขอราคาพิเศษได้ถูกลง
  • LTSC หรือ Long Term Servicing Channel เป็นเวอร์ชั่นแบบติดตั้งได้อย่างถาวร มีราคาค่อนข้างสูง แต่ถือเป็นแพคเกจที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานมาตรฐาน เพราะเป็นลิขสิทธิ์ตลอดชีพ, ย้ายเครื่องได้ และสามารถอัพเกรดเวอร์ชั่นได้ตลอดเวลา

> อ่านบทความ Microsoft Office คืออะไร

License

ข้อดี

  • มีความยืดหยุ่น ใช้งานได้กับธุรกิจทุกขนาด
  • สามารถย้ายจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้
  • สามารถเลือกซื้อ Software Assurance เพิ่มได้ โดยจะได้ผลประโยชน์เพิ่มเติมในส่วนการช่วยเหลือด้าน IT Maintenance, การซัพพอร์ตระดับสูง, การช่วยเหลือในการติดตั้ง และอื่นๆ มากมาย
  • Volume License เหมาะกับองค์กรที่มีจำนวน User ใช้งานเยอะๆ เพราะสามารถบริหารจัดการไลเซนส์ผ่านช่องทางดิจิตอลได้ ไม่ต้องเก็บเป็นกล่อง หรือซองเอกสารใดๆ ให้เปลืองเนื้อที่ และเสี่ยงต่อการสูญหาย
  • หากสั่งซื้อตั้งแต่ 5 Licenses ขึ้นไป สามารถขอราคาพิเศษได้
  • มี Package พิเศษที่ราคาถูกลง สำหรับการใช้เพื่อการกุศล, ใช้เพื่องานราชการ และ ใช้เพื่อการศึกษา

ข้อเสีย

  • หากซื้อในจำนวนไม่เยอะมาก จะมีราคาที่แพงกว่าทั้งแบบ OEM และ FPP จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว หรือใช้งานในองค์กรขนาดเล็กที่มีจำนวน User ไม่เกิน 5 คน

เหมาะกับใคร

Microsoft Volume License เหมาะกับองค์กรธุรกิจ, มูลนิธิเพื่อการกุศล, หน่วยงามราชการ หรือโรงเรียน ที่มีจำนวน User ใช้งานมากกว่า 5 คนขึ้นไป และต้องการความสะดวกในการบริหารจัดการ License ของบริษัท เพราะสามารถบริหารจัดการ License ได้ง่าย ผ่านระบบดิจิตอล ต่างจากแบบ OEM และ FPP ที่ต้องเก็บเป็นกล่อง หรือสติกเกอร์เท่านั้น

เกี่ยวกับ Microsoft CSP Program

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป

หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจเกี่ยวกับประเภทของ Microsoft License ทั้ง 3 ได้แก่ OEM, FPP และ Volume License ว่ามันต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ควนเลือกใช้แบบไหน เว็บไซต์ Addin.co.th ของเรา นอกจากจะมีข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน