ในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ IoT หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดก็มักจะเห็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เข้ามาช่วยในการรับ – ส่งข้อมูล หรือสัญญาณบางอย่าง ถูกใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าด้วยกัน นั่นก็คือสายแลน บทความนี้จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักว่า สายแลนคืออะไร มาดูกันเลย
สายแลนคืออะไร
สายแลนคืออะไร นิยามง่ายๆ คืออุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างหนึ่งที่มีไว้เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน “สายแลน” มาจากคำว่า LAN Cable (Local Area Network Cable) หรือที่เรียกกันว่า Ethernet Cable บางคนก็ใช้คำว่า UTP Cable แทน
แต่ในความเป็นจริงแล้วสายแลนไม่ได้มีเพียง UTP Cable แต่ UPT Cable เป็นเพียง 1 ในประเภทของสายแลนเท่านั้น แต่ก็ไม่นับว่าเป็นความเข้าใจผิดไปซะทีเดียว เพราะสายแลนที่ใช้โดยทั่วไปก็เป็นสายแบบ UTP (Unshielded Twisted Pair) นั่นเอง
สายแลนมีไว้เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในเครือข่ายเดียวกันเข้าด้วยกันเพื่อรับ – ส่งข้อมูล สัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ เช่น การเชื่อมต่อระหว่าง
- Switch <-> Computer
- Switch <-> Router
- Switch <-> IP Camera
- Switch <-> Switch
ประเภทสายแลนโดยจำแนกจาก Physical
ใช้ยังไง
ทราบแล้วว่า สายแลนคืออะไร ก็มาดูต่อสำหรับการใช้งาน โดยสายแลนจำเป็นต้องมีการเข้าหัวที่ปลายสายทั้ง 2 ด้านเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วสายแลนจะเข้ากับหัว RJ-45 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกใช้งานในหลายอุปกรณ์ สามารถเข้าสายได้ 2 แบบคือ Straight-Though Cable (สายตรง) และ Crossover Cable (สายไขว้) โดยมีคุณลักษณะที่นำมาใช้งานแตกต่างกันคือ Straight-Though Cable ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์คนละประเภท และ Crossover Cable ใช้สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน
แต่สำหรับอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ที่มี Auto MDI/Auto MDI-X ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะมีฟีเจอร์ตรวจสอบ และปรับการเชื่อมต่อได้อัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้สาย Straight-Thorough แทน Crossover ได้ อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สายให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ก็ยังคงเป็นวิธีที่ถูกต้อง และปลอดภัยที่สุด
ความแตกต่างระหว่างสายตรงและสายไขว้
สายแลนแต่ละสีต่างกันยังไง
สายแลนจะประกอบไปด้วยลวดภายในจำนวน 8 เส้น (4 คู่) ที่ตีม้วนเป็นเกลียวคู่ (Twisted Pair: TP) เพื่อลดสัญญาณรบกวนระหว่างคู่สาย (Crosstalk) และสัญญาณรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก (Electromagnetic Interface: EMI) เพื่อให้คุณภาพสัญญาณที่รับ – ส่งผ่านสายแลนมีความเสถียร แล้วลวดที่อยู่ภายในสายแลนแต่ละเส้นก็มีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
| Pin | T568A | T568B | ความหมาย |
| 1 | ขาว-เขียว | ขาว-ส้ม | ส่งข้อมูล (Tx+) |
| 2 | เขียว | ส้ม | ส่งข้อมูล (Tx-) |
| 3 | ขาว-ส้ม | ขาว-เขียว | รับข้อมูล (Rx+) |
| 4 | น้ำเงิน | น้ำเงิน | สำรอง หรือ PoE |
| 5 | ขาว-น้ำเงิน | ขาว-น้ำเงิน | สำรอง หรือ PoE |
| 6 | ส้ม | เขียว | รับข้อมูล (Rx-) |
| 7 | ขาว-น้ำตาล | ขาว-น้ำตาล | สำรอง หรือ PoE |
| 8 | น้ำตาล | น้ำตาล | สำรอง หรือ PoE |
ตารางเปรียบเทียบสายแลนสีต่างๆ
สายแลนมีทั้งหมดกี่ประเภท
มาตรฐานสาย Lan หรือ Ethernet Cable ที่ใช้งานในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 6 ประเภท ดังนี้
Cat 5
Cat 5 (Category 5) ไม่ได้รับการยอมรับจาก TIA/EIA แต่ต่อมากลายเป็นเป็นมาตรฐานในการเดินสายสัญญาณ Ethernet ในปัจจุบันสายแลน Cat 5 นั้นมีความสามารถในการส่งสัญญาณช้ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสมัยใหม่ มีแบนวิดธ์ 100 MHz และความเร็วเพียง 100 Mbps ใช้สายแบบ Unshielded Cable เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไปในบ้าน
Cat 5e (Enhanced)
Cat 5e (Category 5 enhanced) เป็นสายแลนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะสามารถรับ – ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 1 Gbps และแบนวิดธ์ 100 MHz ซึ่งนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแล้ว มีทั้งสายแบบ Unshielded Cable และ Shielded Cable
CAT 6
Cat 6 (Category 6) เป็นสายแลนความเร็วสูงที่ได้ความนิยมสูงเช่นเดียวกับ Cat 5e เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการใช้ความสเถียรที่มากขึ้น มีความสามารถในการรับ – ส่งข้อมูลความเร็วสูงสุด 10 Gbps (ในระยะไม่เกิน 55 เมตร) และแบนวิดธ์ 250 MHz เหมาะเครือข่ายองค์กร หรือการสตรีมมิ่ง มีทั้งสายแบบ Unshielded Cable และ Shielded Cable
CAT 6a (Augmented)
Cat 6a (Category 6 augmented) เป็นสายแลนความเร็วสูงเช่นเดียวกับ Cat 6 สามารถรับ – ส่งข้อมูลความเร็ว 10 Gbps (ในระยะไม่เกิน 55 เมตร) แต่มีขนาดของแบนวิดธ์ที่มากขึ้นเป็นเท่าตัว จาก 250 MHz เป็น 500 MHz เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการความเสถียรที่สูงมาก ๆ เช่น Data Center ขนาดเล็ก สายที่ใช้ต้องเป็น Shielded Cable เท่านั้น
CAT 7
Cat 7 (Category 7) เป็นสายแลนความเร็วสูงเช่นเดียวกับ Cat 6 และ Cat 6a มีขนาดแบนวิดธ์สูงถึง 600 MHz สามารถรับ – ส่งข้อมูลความเร็ว 10 Gbps ในระยะไม่เกิน 100 เมตร เหมาะสำหรับ Data Center ขาดกลาง – ใหญ่ สายที่ใช้ต้องเป็น Shielded Cable เท่านั้น และเข้าหัว GG45 หรือ TERA ไม่สามารถต่อกับหัว RJ-45 ได้ และแม้ว่าจะมี Cat 7a แต่ไม่เป็นที่รู้จัก และแพร่หลายมากเท่าที่ควร
CAT 8
Cat 8 (Category 8) เป็นสายสัญญาณ Ethernet ที่มีความเร็วมากที่สุดในหมวดของสายแลน (ไม่รวมสายไฟเบอร์)ในตอนนี้ ซึ่งมีความเร็วสูงสุดถึง 40 Gbps และแบนวิดธ์สูงสุด 2,000 MHz สามารถใช้ความเร็ว 40 Gbps ได้ในระยะสั้นเพียง 30 เมตร เหมาะสำหรับ Data Center, Server Farm หรืองานที่ต้องการความเร็วที่สูงมาก ๆ เป็นต้น สายที่ใช้ต้องเป็นสายแบบ Shielded Cable เท่านั้น และสามารถใช้งานร่วมกับหัว RJ-45 ได้
ความแตกต่างของสายแลนแต่ละ Category
วิธีเลือกสายแลนให้เหมาะกับการใช้งาน
วิธีเลือกสายแลนให้เหมาะสมกับการใช้งาน ให้ดูปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- ดูว่าเอาไปทำอะไรเป็นหลัก
เช่น ถ้าใช้เล่นเกมออนไลน์ ควรเลือก Cat6 ขึ้นไป ลดปิง ลดความ Lag, ถ้าใช้งานทำงานออฟฟิศทั่วไป Cat5e ก็เพียงพอแล้ว หรือ ถ้าใช้ทำงานหนักๆ ดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ หรือสตรีม 4K ก็อาจะใช้ Cat6a หรือ Cat7 ไปเลย - ความยาวสาย
ความยาวของสายก็สำคัญ ถ้าสั้นเกินไป ต้องต่อเพิ่ม ทำให้สัญญาณอาจดรอป แต่ถ้ายาวเกินไป ก็อาจจะเกะกะ และสัญญาณอาจลดลง (โดยเฉพาะเกิน 100 เมตร) ดังนั้น ต้องวัดระยะจริงก่อนซื้อ - เช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตของตัวเองก่อน
ถ้าใช้เน็ตบ้าน 200–500 Mbps ใช้สาย Cat5e ก็เหลือเฟือ แต่ถ้าใช้เน็ต 1 Gbps ขึ้นไป ก็ควรจะใช้สายแบบ Cat6 หรือสูงกว่าเพื่อรองรับความเร็วได้เต็มที่ไปเลย - สถานที่ใช้งานภายในหรือภายนอก
ถ้าใช้งานในบ้าน ก็สามารถเลือกสายแลนธรรมดาทั่วไปได้เลย แต่ถ้าใช้กลางแจ้ง ต้องเลือกสายแลนแบบ Outdoor ที่สามารถกันแดด กันน้ำ และมีความทนทานมากกว่า - เลือกยี่ห้อที่ไว้ใจได้
สายแลนแบบไม่มียี่ห้อ หรือมีราคาถูกมากๆ อาจใช้ทองแดงผสม ทำให้ไม่ทน ขาดง่าย แนะนำให้ดูรีวิวและสเปกก่อนซื้อ ป้องกันซื้อแล้วใช้ได้ไม่นาน ตัวอย่างสายแลนแบรนด์ชั้นนำ เช่น Glink, Link, Netkey หรือ Opti-core เป็นต้น
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป สายแลนคืออะไร
สายแลนคืออะไร คำตอบคือ (LAN Cable) หรือ Ethernet Cable เป็นสายที่ใช้ในการรับ – ส่งสัญญาณ ข้อมูล รวมไปถึง การจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ให้กับอุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน มีทั้งเพื่อการใช้งานภายในอาคาร และการใช้งานภายนอกอาคาร สำหรับการใช้งานสาย Ethernet ต้องเข้าหัว RJ-45 ที่ปลายสายทั้ง 2 ด้าน สามารถเลือกซื้อสายแลนได้เลยที่นี่ แอดอิน บิซิเนส จำกัด
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Sasithorn Sri.
จากเด็กวิทย์-คอม ที่คลุกคลีอยู่ในวงการไอที อยากบอกเล่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง






