สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้ระหว่าง Windows 11 Home vs Pro แนะนำให้อ่านบทความนี้ได้เลย เพราะ addin.co.th เราสรุปข้อแตกต่างระหว่าง 2 Edition โดยละเอียดไว้ให้ดูเป็นแนวทางแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย ว่ามันต่างกันยังไง เลือกใช้แบบโปรเลยดีไหม มีกี่เวอร์ชั่น
Windows 11 Home vs Pro ต่างกันยังไง
หลายๆ คนอาจจะทราบอยู่แล้ว ว่า Microsoft Windows นั้น ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นไหน ก็จะมีหลาย Edition ให้เลือกใช้งานตามความต้องการของ User ที่แตกต่างกัน ซึ่ง Windows 11 ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน ก็มีความคล้ายคลึงกับเวอร์ชั่น 10 คือมีลักษณะแพคเกจหลายแบบให้เลือกใช้คล้ายๆ กันนั่นเอง
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่ มักจะตัดสินใจเลือกใช้กัน 2 Option หลักๆ ได้แก่แบบ Home และ Pro ซึ่งทั้งสองแบบ อาจจะมาแบบ Pre-Installed ในเครื่องอยู่แล้ว หรือสามารถซื้อแยกมาติดตั้งทีหลังได้เช่นกัน ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาข้อแตกต่างระหว่าง Windows 11 Home vs Pro เราขอสรุปข้อแตกต่างหลักๆ ให้ทราบกันดังนี้
ก่อนจะเรียนรู้ข้อแตกต่างอื่นๆ สิ่งทีต่างกันอย่างแรก และเห็นได้ชัดเจนระหว่าง Windows 11 Home vs Pro ได้แก่ “ราคา” นั่นเอง โดยถ้าคุณต้องการที่จะซื้อตัว License เฉยๆ ไม่รวมค่า Hardware เวอร์ชั่น Home จะมีราคาประมาณ 4,000 บาท ในขณะที่เวอร์ชั่น Pro จะมีราคาประมาณ 4,800 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือคิดง่ายๆ คือแบบโปร มักจะแพงกว่าแบบโฮมประมาณ 20%
เลือกซื้อ Windows ลิขสิทธิ์แท้กับเรา
Windows 11 Pro OEM
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
- อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
- ลิขสิทธิ์สำหรับเครื่องใหม่เท่านั้น ไม่สามารถลงใช้กับเครื่องเก่าได้
Windows 11 Pro FPP
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
- อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
- สามารถย้ายลิขสิทธิ์จากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง กี่ครั้งก็ได้
Windows 11 Pro GGWA
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- ลิขสิทธิ ติดกับบริษัทที่สั่งซื้อ
- ย้ายเครื่องไม่ได้ Downgrade ได้ทุก Windows Version
- สั่งซื้อขั้นต่ำ 5 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้ว Windows 11 Home ก็สามารถใช้ได้ปกติ ครอบคลุมสำหรับ User ทั่วไปอยู่แล้ว ในขณะที่ Pro Edition นั้น จะมีฟีเจอร์เพิ่มเติมสำหรับการใช้งานระดับ Professional โดยส่วนใหญ่คือสำหรับผู้ที่ใช้ทำงานเป็นหลัก
ตารางสรุปข้อแตกต่าง
เพื่อให้เห็นภาพได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจง่าย addin.co.th เราขอสรุปความต่างระหว่าง Windows 11 Home vs Pro มาเป็นหัวข้อตามตารางด้านล่างนี้
| Feature | Windows 11 Home | Windows 11 Pro |
| Set up with a local account | No | Only when set up for work or school |
| Join Active Directory/Azure AD | No | Yes |
| Hyper-V | No | Yes |
| Windows Sandbox | No | Yes |
| Microsoft Remote Desktop | Client only | Yes |
| Windows Hello | Yes | Yes |
| Device encryption | Yes | Yes |
| Firewall and network protection | Yes | Yes |
| Internet protection | Yes | Yes |
| Parental controls/protection | Yes | Yes |
| Secure Boot | Yes | Yes |
| Windows Defender Antivirus | Yes | Yes |
| BitLocker device encryption | No | Yes |
| Windows Information Protection | No | Yes |
| Mobile device management (MDM) | No | Yes |
| Group Policy | No | Yes |
| Enterprise State Roaming with Azure | No | Yes |
| Assigned Access | No | Yes |
| Dynamic Provisioning | No | Yes |
| Windows Update for Business | No | Yes |
| Kiosk mode | No | Yes |
| Maximum RAM | 128GB | 2TB |
| Maximum no. of CPUs | 1 | 2 |
| Maximum no. of CPU cores | 64 | 128 |
การตั้งค่า
ตอนเปิดตัว Windows 11 ครั้งแรก สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง Home vs Pro คือ Windows 11 Home จะไม่ยอมให้คุณสามารถตั้งค่า PC ของคุณ โดยที่ยังไม่ได้ Sign-in Microsoft Account ได้ ในขณะที่ Windows 11 Pro สามารถทำได้
แต่อย่างไรก็ตาม ทาง Microsoft ได้เปลี่ยนแปลงตรงนี้แล้ว เพื่อให้ผู้ใช้งาน ยังคงจำเป็นต้องใช้บัญชี Microsoft Account สำหรับการตั้งค่า Windows 11 Pro ที่ใช้ในบ้าน
ส่วนสำหรับการใช้งานที่ออฟฟิศ หรือโรงเรียน ผู้ใช้งานจะสามารถกด Skip ไม่ต้อง Sign-in Microsoft Account ได้เมื่อทำการตั้งค่าอุปกรณ์
การใช้ Active Directory
อีกหนึ่งข้อแตกต่างที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Business User คือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 11 Home นั้น จะไม่สามารถใช้งานเครื่องมือโซลูชั่นที่เรียกว่า Active Directory ได้
Active Directory (AD) คือฐานข้อมูลและ Service สำหรับการเชื่อมต่อ User เข้ากับเครือข่ายขององค์กร หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าการ Join Domain นั่นเอง เป็นเครื่องมือโซลูชั่นที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ในองค์กร เช่น การอนุญาต และกำหนดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในอุปกรณ์แต่ละตัว, การติดตั้ง Application บริษัท และอื่นๆ อีกมากมาย นั่นรวมถึงการช่วยให้สามารถใช้ฟีเจอร์ของวินโดว์อย่างเช่น Group Policy ได้อีกด้วย
เครื่องมือเหล่านี้เป็นฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในองค์กร แต่อาจจะไม่สำคัญมากสำหรับการใช้งานที่บ้าน
การทำ Virtualization และ Remote Desktop
อีกหนึ่งข้อแตกต่างหลักๆ ระหว่าง Windows 11 Home vs Pro คือ การรองรับฟีเจอร์ Virtualization สำหรับวินโดว์ และการใช้งานฟีเจอร์ Remote Desktop ของไมโครซอฟท์
Windows 11 Home ไม่รองรับการใช้งาน Hyper-V หรือ Sandbox และในการใช้งานโปรแกรม Remote Desktop นั้น เครื่องที่ลงเป็น Windows Home จะสามารถทำหน้าที่เป็นได้แค่เพียงเครื่อง Client เท่านั้น ไม่สามารถทำหน้าที่เป็น Host ได้ นั่นหมายความว่า คุณจะไม่สามารถรีโมทด้วยโปรแกรม Microsoft Remote Desktop เพื่อเข้าถึงเครื่อง PC ที่ใช้ OS เป็น Windows 11 Home ได้
อย่างไรก็ตาม คุณยังคงสามารถใช้โปรแกรมจากแบรนด์อื่นๆ Third-Party ในการรีโมทได้ปกติ เช่น โปรแกรมยอดฮิตอย่าง Team Viewer หรือโปรแกรมเฉพาะทางอย่าง HP Anyware เป็นต้น
ขายโปรแกรม TeamViewer สำหัรบองค์กร
ของแท้ ราคาถูก
ลิขสิทธิ์แบบเช่าใช้ ชำระเงินเป็นรายปี
“TeamViewer" Business License
- สำหรับ 1 User
- สำหรับ 200 Devices
- สำหรับใช้งานแบบบุคคลและธุรกิจ
- License แบบเช่าใช้ 1 ปี
- ไม่มีฟีเจอร์ Management
“TeamViewer" Premium License
- สำหรับ 15 User
- สำหรับ 300 Devices
- สำหรับใช้งานแบบบุคคลและธุรกิจ
- License แบบเช่าใช้ 1 ปี
- รองรับฟีเจอร์ Management
“TeamViewer" Corporate License
- สำหรับ 30 User
- สำหรับ 500 Devices
- สำหรับใช้งานแบบบุคคลและธุรกิจ
- License แบบเช่าใช้ 1 ปี
- รองรับฟีเจอร์ Management
และโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมาย
> ดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าสินค้า TeamViewer ของเรา <
ในขณะที่ Windows 11 Pro นั้น สามารถ Support การทำงานของ Feature เหล่านี้ได้อย่างครบครัน
Hyper-V คือเครื่องมือสำหรับการทำ Virtualization ที่ Built-in มากับ Windows อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า คุณจะสามารถทำ Virtual Machine กับ PC ที่ลง Windows 11 Pro ได้ทุกเครื่อง ถ้าคุณต้องการทดลองใช้ OS ตัวอื่นๆ หรือวินโดว์เวอร์ชั่นเก่าๆ ก็สามารถใช้ Hyper-V มาช่วยในส่วนนี้ได้เช่นกัน ซึ่งการทำ Virtual Machine จะไม่กระทบต่อเครื่อง Host PC ดังนั้น คุณสามารถทดลองความเสี่ยง ใช้งานตามต้องการ ได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวล
เช่นเดียวกับการ Remote Desktop การทำ Virtualization ใน Windows 11 Home นั้น ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้โปรแกรมจากแบรนด์อื่นๆ มาติดตั้งเพิ่มเติม อาทิเช่น VMware Workstation Player เป็นต้น
Windows Sandbox
สำหรับ Windows Sandbox สามารถทำ Virtualization ได้เช่นกัน แต่แทนที่จะทำการ Run ระบบ OS ตัวอื่นใหม่ ตัวโปรแกรมจะทำการ Copy OS ปัจจุบันที่คุณใช้งานอยู่แทน
ด้วย Sandbox ผู้ใช้งานจะสามารถทำการติดตั้ง และทดลองใช้ Application ที่มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ก่อนที่จะทำการติดตั้งจริงกับตัว PC จริง ซึ่ง Sandbox จะทำการ Reset ใหม่ทุกครั้งที่มีการเปิดโปรแกรมขึ้น ทำให้การ Test งานต่างๆ ทำได้อย่างปลอดภัย และสดใหม่
ด้านความปลอดภัย
สำหรับผู้ใช้งานกลุ่ม Business User ที่มีข้อมูลสำคัญ ไม่สามารถยอมให้หลุดรั่วไหลได้ ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยบางตัวของ Windows 11 Pro เข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้เช่นกัน
BitLocker
ฟีเจอร์แรกสุดคือการทำ Encryption โดย BitLocker เป็นการเข้ารหัสข้อมูลสำคัญที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน Hard Drive ของ User ตามที่ต้องการ เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะถูกขโมยไป ไฟล์สำคัญที่เข้ารหัสไว้ ก็ยังคงถูกปกป้อง ไม่ให้คนอื่นเปิดขึ้นมาใช้งานได้
> อ่านบทความ BitLocker คืออะไร
Windows Information Protection
Windows 11 Pro ยังมาพร้อมกับ Windows Information Protection หรือ WIP อีกด้วย เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยในการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญสูญหาย ปกป้องไม่ให้ Data รั่วไหลออกไปจากบริษัท การใช้ WIP จึงช่วยปกป้อง ไม่ให้ User ภายในบริษัทแอบนำข้อมูลที่เป็นความลับออกไปเผยแพร่
WIP เป็นฟีเจอร์ที่ Built-in มากับ Windows จึงสามารถใช้งานได้เลยอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ตัวมันยังสามารถแยกข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลบริษัท ที่อยู่ในอุปกรณ์เดียวกัน ออกจากกันได้อีกด้วย ดังนั้น เวลา PC ของคุณหาย ก็สามารถ Remote ไปลบข้อมูลบริษัทที่สำคัญได้ โดยที่ไม่กระทบต่อข้อมูลส่วนตัว
การรองรับ CPU และ Ram
Windows 11 Home vs Pro นั้น มีความต้องการสเปคขั้นต่ำ หรือ Minimum System Requirement ที่เหมือนกัน ทั้ง 2 Edition นี้จึงสามารถใช้กับ PC เครื่องเดียวกันได้ ในเกือบทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต่างกันคือ Windows 11 Home จะสามารถรองรับ Spec สูงสุดของ PC ได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับ Pro
ระบบประมวลผล
Windows 11 Home จะสามารถรัน CPU ได้ตัวเดียวมากที่สุด ในขณะที่ Pro Edition นั้น สามารถรองรับการทำงานได้ 2 CPU สูงสุด ในส่วนของจำนวนคอร์ ฝั่ง Home Edition จะรองรับการทำงานได้มากสุดเพียง 64 CPU Cores ในขณะที่ Pro Edition รองรับได้ถึง 128 CPU Cores
หน่วยความจำ
ในส่วนของหน่วยความจำ หรือ Ram ทางด้าน Windows 11 Home นั้น สามารถรองรับการทำงานของแรมได้สูงสุด 128GB ซึ่งจริงๆ แล้ว ถือเป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ เกินกว่าที่การใช้งานของ User ทั่วไปต้องการแล้ว ถึงแม้จะใช้เพื่อการเล่นเกมระดับสูง ก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแรมให้เกินกว่านี้
สำหรับ Windows 11 Pro สามารถรองรับการทำงานของแรมได้มากที่สุดถึง 2TB ซึ่งมักจะมีประโยชน์สำหรับการใช้งานเพื่อการสร้าง Virtual Machine จำนวนมาก ซึ่งต้องการ Ram เยอะๆ เพื่อรองรับการทำงานของมัน
addin.co.th ทำตารางสรุปการรองรับสเปคสูงสุดระหว่าง Windows 11 Home vs Pro มาห้ดูกันด้านล่างนี้
| Windows 11 Home | Windows 11 Pro | |
| จำนวน CPU สูงสุด | 1 | 2 |
| จำนวน CPU Core สูงสุด | 64 | 128 |
| ความจุ Ram สูงสุด | 128GB | 2TB |
ฟีเจอร์การ Management
อย่างที่ทราบกันดี ว่าข้อแตกต่างระหว่าง Windows 11 Home vs Pro หลักๆ แล้วจะเป็นฟีเจอร์สำหรับการใช้งานเพื่อธุรกิจ โดยโปรแกรมด้าน Device Management ส่วนใหญ่ จะไม่สามารถใช้งานได้บน Home Edition ในขณะที่ฝั่งของ Pro Edition นั้น รองรับโปรแกรมเหล่านี้อย่างเช่น Group Policy ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่แผนกไอทีสามารถตั้งค่า และ Config กลุ่มอุปกรณ์ที่ต้องการหลายๆ ตัว ได้ในครั้งเดียว
นอกจากนี้ Pro Edition ยังมี Windows Update for Business ที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมการ Update ของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบริษัท ให้พร้อมเพรียง และไปในทิศทางเดียวกัน
รวมฟีเจอร์ Exclusive
- Mobile device management
- Group Policy
- Enterprise State Roaming
- Assigned Access
- Dynamic Provisioning
- Windows Update for Business
- Kiosk mode
- Active Directory/Azure AD
ใน Windows 10 ที่เป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้านั้น จะมีฟีเจอร์ Microsoft Store for Business แต่ใน Windows 11 จะใช้เครื่องมือใหม่ที่แตกต่างกัน เพราะไมโครซอฟท์ได้ทำการประกาศปิดตัว Microsoft Store for Business เรียบร้อยแล้ว โดยตัวฟีเจอร์นี้จะถูกแทนที่ด้วย Microsoft Intune และ Windows Package Manager
ตัวอย่างการใช้งาน WIP
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
สรุปแล้ว Windows 11 Home vs Pro ก็มีความแตกต่างกันพอสมควร ตามเนื้อหาข้างต้น โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะต่างกันที่ Feature สำหรับซัพพอร์ตการใช้งานในกลุ่ม Business User เป็นหลัก บางฟีเจอร์ดีไซน์มาเพื่อปกป้องข้อมูลที่มีความ Sensitive ในขณะที่บางฟีเจอร์ ช่วยให้การตั้งค่าเริ่มต้นของ Device ต่างๆ ในองค์กร ทำได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์ Addin.co.th ของเรา นอกจากจะมีข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ






