Showing 1–18 of 190 results

Access Point

ขาย แอคเซสพอยต์ (Access Point) อุปกรณ์กระจายสัญญาณราคาถูก ทุกรุ่น ทุกโมเดล ทุกแบรนด์ รับประกันแท้จากศูนย์โดยตรง บริการจัดส่งฟรี โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำปรึกษาในทุกๆ การใช้งาน

Sale!
Original price was: 24,400 ฿.Current price is: 17,500 ฿.
Sale!
Original price was: 4,590 ฿.Current price is: 3,500 ฿.
Sale!
Original price was: 8,200 ฿.Current price is: 5,300 ฿.
Sale!
Original price was: 9,600 ฿.Current price is: 5,900 ฿.
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock

ขาย Access Point ราคาพิเศษ โดยตัวแทนจำหน่าย

จำหน่าย Wireless Access Point หรืออุปกรณ์กระจายสัญญาณไร้สาย AP ทุกแบรนด์ชั้นนำ ทุกโมเดล สำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ตั้งแต่ติดตั้งภายในบ้าน, ในบริษัท ไปจนถึงในโรงงานขนาดใหญ่ ราคาถูกที่สุด เลือกซื้อได้ทั้งราคาปลีกและขายส่ง จัดส่งฟรีพร้อมบริการให้คำปรึกษาในการติดตั้งและเลือกใช้งาน

> อ่านบทความ Access Point คืออะไร
> อ่านบทความ วิธีติดตั้ง Access Point

ในวงการคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ค (Computer Networking) นั้น Wireless Access Point (WAP) หรือที่นิยมเรียกกันย่อๆ ว่า Access Point (AP) คืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณ Wi-Fi ให้อุปกรณ์อื่นๆ สามารถใช้เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายได้ โดยตัว AP เองนั้น มักจะเชื่อมต่อด้วยสาย Cable มาจาก Router หรือ Switch อีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก็มีเราเตอร์บางรุ่นที่มี AP ติดตั้งแบบ Internal อยู่ภายในตัว เรียกว่า Wireless Router ซึ่งจะสามารถทำหน้าที่กระจายสัญญาณได้ด้วยตนเองเลย สิ่งที่ทำให้ AP แตกต่างกับ Hotspot คือจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ที่สามารถเข้าถึง Wi-Fi ได้เท่านั้น

Access Point

การเชื่อมต่อ

Access Point นั้น จะทำการเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบเครือข่ายของสถานที่นั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะผ่านสายแลน (Ethernet) จากนั้นจึงทำการกระจายสัญญาณที่ได้รับนั้น ออกมาในรูปแบบเทคโนโลยีสัญญาณไร้สาย Wireless หรือ Wi-Fi นั่นเอง เพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ เชื่อมต่ออีกทีหนึ่ง โดยตัว AP นั้น สามารถรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ ได้จำนวนหลายตัวพร้อมๆ กัน เข้าสู่ระบบเครือข่ายแห่งเดียวที่ตัวมันเองเชื่อมต่ออยู่

Wireless Data Standard

Wireless Data Standard นั้น คือเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ซึ่งปัจจุบัน มีหลากหลายมาตรฐานให้เลือกใช้งานมากมาย ซึ่งยิ่งเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่ ก็ยิ่งเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและเสถียร อย่างไรก็ตาม AP รุ่นใหม่ๆ ก็ควรจะสามารถรองรับเทคโนโลยีรุ่นก่อนๆ ได้ด้วย เพื่อช่วยในการซัพพอร์ตอุปกรณ์เชื่อมต่อรุ่นเก่าๆ ปัจจุบัน ควรจะมี 6 มาตรฐานที่รองรับได้ ได้แก่

  • 802.11a
  • 802.11g
  • 802.11ac
  • 802.11b
  • 802.11n
  • 802.11ax (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Wi-Fi 6)
ซื้อ

AP vs Ad Hoc Network

หลายๆ คนอาจจะสับสน และแยกไม่ออกระหว่าง ตัวอุปกรณ์แอคเซสพอยต์ กับ Wireless Ad hoc Networks จริงๆ แล้วมีวิธีแยกง่ายๆ เรามาดูกันว่าว่ามันต่างกันยังไง

Ad Hoc Network นั้น จะใช้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ตั้งแต่จำนวน 2 ชิ้นขึ้นไป การเชื่อมต่อจะเกิดขึ้นได้เมื่ออุปกรณ์นั้นๆ อยู่ในระยะที่กำหนด โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ AP ในส่วนของการติดตั้งนั้น ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ระบบ Ad Hoc นั้นใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในระยะเวลาสั้นๆ เช่น การเล่น Video Game แบบ Multiplayer เป็นต้น หรือถ้าจะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ Ad Hoc Wi-Fi Connection นั้น ก็มีการทำงานเหมือนกับการใช้ Bluetooth นั่นเอง ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้งานแบบถาวร

ข้อจำกัด

โดยทั่วไปแล้ว แอคเซสพอยต์ในเทคโนโลยีแบบ IEEE 802.11 นั้น ควรจะใช้งานร่วมกับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์อื่นๆ ไม่เกิน 10-25 ตัว ซึ่งตัวเลขก็มักจะไม่แน่นอนเพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ชนิดของ AP, ความหนาแน่นของ Client และอื่นๆ ในส่วนของระยะทางในการเชื่อมต่อ ก็มีความยืดหยุ่นขึ้นกับหลายปัจจัยเช่นกัน อาทิเช่น การใช้งานภายในและนอกอาคาร, ความสูงจากพื้นของอุปกรณ์, สิ่งของกีดขวาง, ประเภทของเสาสัญญาณ, ความถี่คลื่น และอื่นๆ โดยผู้ออกแบบเครือข่าย สามารถขยายระยะทางการเชื่อมต่อได้ด้วยการใช้ตัว Repeater และตัว Reflector เข้ามาช่วย

ในพื้นที่ส่วนใหญ่นั้น มักจะมีการกำหนดคลื่นความถี่ที่สามารถใช้งานได้เป็นตัวเลขที่จำกัด ส่วนใหญ่แล้ว Access Point ที่อยู่ใกล้ๆ กัน จะใช้คลื่นความถี่คนละ Channel กัน ในการสื่อสารกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัญญาณรบกวนกัน อุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อนั้น สามารถ Pair กับคลื่นความถี่อื่นๆ ได้ และเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา ในบางพื้นที่ที่มีสัญญาณการเชื่อมต่อหนาแน่น และ แอคเซสพอยต์ หลายๆ ตัวทำงานพร้อมๆ กัน

ตัวแทนจำหน่าย

ความปลอดภัย

การเชื่อมต่อไร้สายนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยหรือ Security เป็นอย่างยิ่ง ในองค์กรส่วนใหญ่ ระบบเครือข่ายจะจำกัดผู้เชื่อมต่อและมีการตรวจสอบควบคุมอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการใช้ Access Point เชื่อมต่อกับระบบอีกทีเพื่อกระจายสัญญาณ จะทำให้อุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่ในระยะของ AP สามารถเข้าถึงระบบ Network ได้

วิธีแก้ไขปัญหาที่นิยมทำกันมากที่สุด คือทำการเข้ารหัสการเชื่อมต่อ หรือ Wireless Traffic Encryption นั่นเอง โดย AP สมัยใหม่ๆ นั้น มักจะมาพร้อมระบบ Encryption นี้แบบ Built-in อยู่แล้ว โดยตัวเข้ารหัสรุ่นแรกสุดมีชื่อว่า WEP ซึ่งง่ายต่อการเจาะและ Hack เข้ามา จึงมีการพัฒนาสู่รุ่นสองและสามถัดมา คือ WPA และ WPA2 ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่ามีความเสถียรและปลอดภัยที่เพียงพอต่อการใช้งาน

แอคเซสพอยต์บางรุ่น สามารถรองรับการทำ Authentication โดยการใช้ RADIUS

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายนั้นมีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2008 นิติยสาร Wired Magazine กล่าวว่าการเปิด Open Wi-Fi แบบไม่ต้องใช้ Password ในการเชื่อมต่อนั้น ไม่มีความเสี่ยงใดๆ ถ้ามีระบบหลังบ้านที่ป้องกันอย่างดี ในขณะที่ PC World Magazine กล่าวว่า การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายต่างๆ เข้ากับแอคเซสพอยต์ ทุกๆ ตัว ควรจะต้องอาศัย Password ในการเข้าถึง โดยไม่มีกรณียกเว้น

ทำไมบริษัทถึงต้องใช้ AP

สำหรับการใช้งานตามบ้านนั้น การใช้ Access Point แยกออกมาอีกตัวอาจจะไม่จำเป็น เพราะปัจจุบันมี Wireless Router หลายๆ รุ่นให้เลือกใช้งานกัน แต่สำหรับการใช้งานในบริษัทหรือองค์กร Wi-Fi Router อาจจะไม่เหมาะสมมากนัก ด้วยข้อจำกัดด้านจำนวนผู้ใช้งานนั่นเอง หลายๆ ที่อาจจะใช้ตัว Range Extender เข้ามาช่วย ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเช่นกัน เพราะวิธีนี้จะไม่สามารถเพิ่ม Bandwidth ได้ ทำให้อาจจะลดความรวดเร็วของระบบการเชื่อมต่อองค์กรลงได้

อุปกรณ์กระจายสัญญาณ

แต่สำหรับ แอคเซสพอยต์ นั้น สามารถรองรับการเชื่อมต่อได้จำนวนมาก ซึ่งอาจจะรองรับได้เป็น 100 อุปกรณ์เลยทีเดียว ด้วยการติดตั้งหลายๆ ตัว ให้ครบทุกจุดทั่วออฟฟิศ ซึ่ง User จะสามารถเชื่อมต่อได้อย่างอิสระ เปลี่ยนไปมา จากห้องหนึ่งสู่อีกห้องหนึ่งโดยไม่เกิดการขัดข้องหรือขาดช่วง

เมื่อผู้ใช้งานเดินผ่านแต่ละส่วนของอาคาร อุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตัว จะเปลี่ยนการเชื่อมต่อจาก AP ตัวหนึ่ง ไปยังอีกตัวหนึ่งโดยที่การเชื่อมต่อไม่ถูกตัดขาด ซึ่ง User จะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์กระจายสัญญาณตัวหนึ่งไปยังอีกตัว

ประโยชน์ในการใช้ Wireless Access Point

เมื่อคุณมีทั้งพนักงาน และลูกค้าเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายขององค์กรผ่านระบบไร้สาย ผ่าน คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค, โทรศัพท์สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต เป็นจำนวน 20 อุปกรณ์ขึ้นไป การใช้ แอคเซสพอยต์ นั้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการใช้เป็นตัวกระจายสัญญาณ เพราะความยืดหยุ่นและรองรับจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ และการขยับขยายของสถานที่ นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. AP รุ่นระดับ Business-Grade นั้น สามารถที่บริเวณไหนก็ได้ของอาคารที่สายแลน (Ethernet Cable) เดินถึง โดยโมเดลใหม่ๆ บางตัว อาจจะมีฟีเจอร์ Power over Ethernet Plus หรือ PoE+ คือการที่ตัว AP สามารถรับพลังงานไฟฟ้าผ่านสาย Ethernet ได้โดยตรง ทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินสาย Power อีกเส้นมาเชื่อมต่อกับตัวมันอีกจุด
  2. มีฟีเจอร์มากมายที่ช่วยเสริมการใช้งานให้ดีขึ้น เช่น Captive Portal และ Access Control List (ACL) ช่วยให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการในส่วนของการเชื่อมต่อของ Guest ได้ง่ายขึ้น
  3. แอคเซสพอยต์บางรุ่นนั้น มาพร้อมกับฟีเจอร์ Clustering ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอที หรือ IT Admin สามารถมอนิเตอร์, ติดตั้ง, ตั้งค่า, Config และบริหารจัดการระบบ Wi-Fi ขององค์กรได้ผ่าน Interface จุดเดียว แทนที่จะต้องไป Config อุปกรณ์แยกทีละตัว
  4. AP ที่เราขายนั้น เป็นแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกที่มาพร้อมกับการรับประกันที่ครอบคลุม ตั้งแต่ 1 ปี ถึงตลอดอายุการใช้งาน (แล้วแต่รุ่น) มั่นใจได้ว่าจะเป็นการลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอทีที่คุ้มค่า ใช้งานได้อย่างยาวนานตามที่วางแผนไว้อย่างแน่นอน

สรุปแล้ว จุดเด่นของข้อดีในการใช้ AP นั้น คือความสะดวก, เสถียร, ปลอดภัย และคุ้มค่านั่นเอง การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ สามารถทำได้ง่าย รวมถึงการเพิ่ม User ใหม่ก็ไม๋ซับซ้อน นอกจากนี้ ยังง่ายต่อการ แบ่งกลุ่ม User เป็น Segment ต่างๆ ตามที่ต้องการอีกด้วย

เป็นผลดีในระยะยาว

เมื่อคุณเลือกซื้อ แอคเซสพอยต์ ที่มีฟีเจอร์ครบครันใช้งานในองค์กร ถือเป็นการช่วยให้โครงสร้างระบบไอทีของบริษัท มีความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น AP ที่รองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 (802.11ax) จะช่วยให้ระบบเครือข่ายของบริษัทมีความเสถียร, ยืดหยุ่น และปลอดภัยมากขึ้น พร้อมทั้งรองรับจำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Internet of Things (IoT) ที่มักจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นด้วย

Access Point

ต่างกับ Router อย่างไร

มาถึงคำถามยอดนิยม ที่เชื่อว่าหลายๆ คน ต้องเคยสงสัยกันอย่างแน่นอน นั่นคือ Access Point แตกต่างกับ Router ยังไง

เราเตอร์ เป็นอุปกรณ์เครือข่าย ที่มีหน้าที่หลักๆ อยู่ 2 ฟังก์ชั่น ได้แก่

  • เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบการจัดการ Local Area Network
  • ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับตัวมัน สามารถเข้าถึง Internet ได้

LAN หรือระบบเครือข่าย สามารถสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงติดตั้ง Router และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องการ นอกจากนี้ เราเตอร์สมัยใหม๋ ยังรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ได้ทั้งผ่านสายแลน หรือใช้ Wi-Fi ก็ได้ ตามต้องการ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ตัวเราเตอร์ สามารถกระจ่ายข้อมูลไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายในวงแลนได้ ตัว Router เอง จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตหลัก (CPE) ผ่านสายแลนเช่นกัน

นอกจากเราเตอร์จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ยังสามารถมีฟีเจอร์เสริมความปลอดภัยอย่าง Firewall และการกำหนด Password เพื่อให้อุปกรณ์ไร้สายที่เชื่อมต่อ ปลอดภัยต่อการถูกคุกคามด้วยภัยอันตรายทางโลกไซเบอร์ได้อีกด้วย

สิ่งที่ต่างจาก AP

Router ทำหน้าที่เสมือนเป็น Hub ที่ Setup วงแลน พร้อมบริหารจัดการอุปกรณ์ทั้งหมดให้สื่อสารกันได้ ในขณะที่ Access Point นั้น เป็นอุปกรณ์เสริมในเครือข่าย ที่ทำหน้าที่ติดตั้งในสถานที่อีกบริเวณหนึ่ง เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ไกล และได้จำนวนมากขึ้น

Wireless Router ทุกๆ ตัวสามารถทำหน้าที่เสมือน Access Point ได้ ในขณะที่ ไม่จำเป็นว่า แอคเซสพอยต์ ทุกตัว จะสามารถทำหน้าที่แทนเราเตอร์ได้

ในขณะที่เราเตอร์สามารถบริหารจัดการเครือข่ายภายใน, สื่อสารกับระบบเครือข่ายภายนอก, รับส่งข้อมูลในหลายทิศทาง, เพิ่มช่องทางการเชื่อมต่อ และเสริมความปลอดภัยของเครือข่าย แต่อุปกรณ์อย่าง Access Point นั้น หน้าที่หลักมีเพียงช่วยขยายช่องทางการเชื่อมต่อให้เข้าถึงเครือข่ายได้เท่านั้น

การใช้งานคู่กันทั่วไป จะเป็นการเชื่อมต่อเราเตอร์กับแอคเซสพอยต์ ผ่านสายแลน และตัว AP เอง จะทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณสาย ให้กลายเป็นสัญญาณไร้สาย (Wireless) เพื่อกระจายสัญญาณในบริเวณที่ต้องการอีกที

แล้วเลือกใช้อะไรดี

คำตอบก็คือ ขึ่้นอยู่กับสถานการณ์และความต้องการ สำหรับบ้านพักอาศัย หรือออฟฟิศขนาดเล็ก เราเตอร์อาจจะเป็นโซลูชั่นที่เหมาะกว่า (แต่ไม่ดีที่สุด) ในขณะที่สำนักงานขนาดกลาง ไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่ระดับ Enterprise ควรจะใช้อุปกรณ์อย่าง Access Point และ Switch ร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ราคา

ตัวอย่างแอคเซสพอยต์

AP

ตัวอย่างเราเตอร์

การแบ่งประเภท

ปัจจุบัน ด้วยความที่การเชื่อมต่อแบบไร้สายหรือ Wireless ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้แอคเซสพอยต์ก็เป็นที่ต้องการมากขึ้นเช่นกัน จนมีผู้ผลิตหลายแบรนด์ ผลิตสินค้าหลาย Serie ออกมาจำหน่าย เรามาดูกัน ว่าปัจจัยได้บ้าง ที่สามารถช่วยให้เราแบ่งชนิดของ AP ได้

แบ่งตาม Application ที่ใช้งาน: Commercial และ Enterprise

Commercial AP เหมาะกับสภาพแวดล้อมการใช้งานเพื่อธุรกิจทั่วไป เช่น ภายในโรงแรม, คาเฟ่, ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร และอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีฟีเจอร์เสริมความปลอดภัย และความสามารถในการรองรับ User จำนวนมากๆ หลายรูปแบบ

Enterprise AP เหมาะกับองค์กรระดับสูง เช่น บริษัทขนาดใหญ่ และโรงงานเป็นต้น ต้องมีระบบ Security ที่แข็งแกร่ง มีหลายๆ แบรนด์ ที่ออกแบบโมเดลสำหรับใช้งานในกลุ่มนี้ อาทิเช่น Cisco, Aruba หรือ Zyxel เป็นต้น

แบ่งตามลักษณะการติดตั้ง: ฝังในผนัง และ ยึดเพดาน

In-wall AP หรือที่บางคนเรียกว่า Panel Type ต้องมีการติดตั้งซ่อนอยู่ภายผนัง จึงจำเป็นต้องมีระบบภายในกำแพงเดินเตรียมการเพื่อรองรับตัวอุปกรณ์ และฝังอุปกรณ์เข้าไปในขณะก่อสร้างอาคาร ซึ่ง Access Point ประเภทนี้ มักมีลักษณะกะทัดรัด และกระจายสัญญาณที่มีความเร็ว 150 Mbps หรือ 300 Mbps

Ceiling AP สามารถติดตั้งได้ทั้งกับผนัง หรือเพดาน โดยไม่ต้องฝังกับงานระบบภายใน แต่ติดตั้งอยู่ภายนอก มีรูปลักษณ์ที่หลากหลาย การคลื่นความถี่ทั้งแบบ Single และ Dual และมักมีค่า Transmission Rate ที่สูงกว่าแบบ In-wall AP

ขาย

ตัวอย่าง AP แบบ In-wall

แบ่งตามชนิดความถี่: Single-Frequency และ Dual-Frequency

Single-Frequency AP หมายถึง Access Point ที่รองรับเทคโนโลยี 2.4G และค่า Transmission Rate ที่ประมาณตั้งแต่ 150Mbps และ 450Mbps โดยประเภทนี้มักมีระบบป้องกันคลื่นความถี่รบกวนที่ไม่ค่อยแข็งแกร่งมากนัก

Dual-Band AP คือแอคเซสพอยต์ที่รองรับทั้งเทคโนโลยี 2.4G และ 5.8G ในเวลาเดียวกัน เมื่อเปิดใช้งาน อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ สามารถค้นหาเจอสัญญาณทั้ง 2 คลื่น ให้เลือกใช้ได้ตามต้องการ โดย 2.4G ความเร็วจะน้อยกว่า แต่เชื่อมต่อได้ไกลกว่า ในขณะที่ 5.8G ความเร็วจะสูงกว่า แต่ระยะเชื่อมต่อใกล้กว่า นั่นเอง

แบ่งตามความต้องการ Controller: Standalone และ Controller Needed

Standalone AP เป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุดในสภาพแวดล้อมที่มีการเชื่อมต่อจำนวนมาก แอคเซสพอยต์ประเภทนี้ ต้องมี Wireless Controller อีกตัวคอยทำงานร่วมกัน ซึ่งช่วยในการควบคุม และ Config เพราะผู้ใช้งานจะไม่สามารถตั้งค่าผ่านตัวมันเองได้ ต้องผ่าน Controller เท่านั้น เหมาะกับกับติดตั้งแบบ Large-Scale

Controller Needed AP มักใช้ในบ้านหรือเครือข่ายขนาดเล็กโดยทั่วไป เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวแบบจบในตัว สามารถ Implement Access, Authentication, Routing, VPN และอื่นๆ ได้ถายในตัว

แบ่งตามมาตรฐาน Network: WiFi 4, 5, 6, 6E และอื่นๆ

ด้วยเทคโนโลยี Network Standard ที่ต่างกัน สามารถแบ่งประเภทตาม Frequency Band โดยปัจจุบันมี 4 เทคโนโลยีหลักๆ ตามตารางด้านล่าง

Generation WiFi 4 WiFi 5 WiFi 6 WiFi 6E
Protocol 802.11n 802.11ac 802.11ax 802.11ax
Released Date 2009 2013 2018 2020
Frequency band 2.4GHz, 5GHz 5GHz 2.4GHz, 5GHz 4GHz, 5GHz, and 6GHz

แบ่งตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน: Indoor และ Outdoor

เพื่อปรับตัวให้ใช้งานตามสภาพแวดล้อมได้ เช่น ฝนที่ตกหนัก, อุณหภูมิที่ร้อนจัด และอื่นๆ Access Point แบบ Outdoor จึงถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรง ทนทาน และรองรับสัญญาณได้แรงมากขึ้น เช่นเดียวกับระยะสัญญาณ ก็กระจายได้ไกลขึ้นเช่นกัน ต่างจากแบบ Indoor ที่ใช้ภายในอาคาร ที่ไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นเหล่านี้

4 ความเข้าใจผิด เวลาคนเลือกซื้อ AP

ในหัวข้อนี้ addin.co.th ภายในบริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เราจะขออธิบาย 4 หัวข้อความเข้าใจผิดที่มักจะพบใน User เวลาเลือกซื้อ Access Point กัน

ยิ่งราคาแพง แปลว่ายิ่งดี

ไม่จริงอย่างแน่นอน เพราะการซื้อแอคเซสพอยต์ จำกัดเป็นต้องเลือกสเปคให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถ้าเลือกสินค้าที่ดีเกินจำเป็น ไม่เพียงแต่เพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนเกิน แต่จะเป็นการสูญเสียฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นกับการใช้งานของเราไปฟรีๆ

ยิ่งค่า Wireless Transmission สูง ยิ่งใช้อินเตอร์เน็ตได้เร็ว

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งค่าพลังคลื่นสัญญาณเยอะ มักจะครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขึ้น แต่ในส่วนของ Internet Speed แล้ว พลังงานที่สูงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ต้องคำนึงถึง แต่ต้องนึกถึงจำนวน User, ชนิดอุปกรณ์เชื่อมต่อ  และอื่นๆ อีกมากมาย

สมมติว่าพลังคลื่นของ Access Point นั้นกระจายได้แรง และกว้าง แต่จำนวน User จำกัด เมื่อมีผู้ใช้งานเกินกำหนด ประสิทธิภาพของอินเตอร์เน็ตจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแม้กระทั่งทำให้ระบบล่มเลยก็เป็นได้

ยิ่ง Effect ดี ยิ่งความเร็วสูง

จริงๆ แล้วไม่ใช่ ถึงสัญญาณจะแรงจนทะลุกำแพง หรือสิ่งกีดขวางได้ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเร็วของอินเตอร์เน็ต ดังนั้น การเลือกใช้ AP ที่เหมาะสม ต้องมองหาความสมดุลทั้งจำนวนผู้ใช้งาน, ระยะครอบคลุม และความเข้มสัญญาณผ่านสิ่งกีดขวาง

Hardware ยิ่งดี การทำงานก็ยิ่งเร็ว

Hardware ถือเป็นสิ่งสำคัญและปัจจัยหลักของโซลูชั่น AP อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์แล้ว Access Point ที่ทรงพลัง ก็ต้องการ Management Software ที่ดีเช่นกัน ถ้ามีดีเพียงแค่ Hardware แต่ Software Interface และ Application ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ก็ไม่สามารถใช้งานได้เลย

แอคเซสพอยต์

จำหน่ายสินค้าไอทีทุกชนิด

Addin.co.th ภายใต้ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เรามีการ ขายอุปกรณ์ไอที ทุกชนิด ทุกแบรนด์ ของแท้ รับประกันศูนย์มาตั้งแต่ปี 1993 โดยเน้นให้บริการการใช้งานทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล ในราคาถูกที่สุดพร้อมบริการจัดส่งฟรี นอกจากนี้ เรายังมีบริการงานติดตั้ง วางระบบ ดูแลอุปกรณ์อีกด้วย

ให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงานของเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น หรือมองหา Solution ต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมเซอร์วิสบริการทั้งก่อนและหลังการขายถึงสถานที่