Showing 1–18 of 192 results

จอคอมพิวเตอร์

ขาย จอคอมพิวเตอร์ (Computer Monitor) ราคาถูก ทุกรุ่น ทุกโมเดล ทุกแบรนด์ รับประกันแท้จากศูนย์โดยตรง บริการจัดส่งฟรี โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำปรึกษาในทุกๆ การใช้งาน

กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock

ขายจอคอมพิวเตอร์ ทุกขนาด ทุกแบรนด์ ราคาพิเศษ โดยตัวแทนจำหน่าย

จำหน่ายจอคอมพิวเตอร์ Computer Monitor ซื้อได้ทั้งในราคาปลีกและส่ง ทุกไซส์ ทุกโมเดล สำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ติดต่อเราได้เพื่อให้คำปรึกษาว่าใช้รุ่นไหนดี พร้อมแนะนำวิธีเลือกซื้อ ทุกตัวรับประกันศูนย์ของแท้ โดยแบรนด์ สินค้าเป็นของใหม่ 100% ขายโดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง ประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี

จอคอมพิวเตอร์ นั้น คืออุปกรณ์ประเภท Output Device ที่ทำหน้าที่แสดงผลข้อมูลในรูปแบบ Pictorial Form โดยจอคอมนั้นมักจะประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ หน้าจอแสดงผล, แผงวงจรภายใน และ Power Supply โดย Display Device ในยุคปัจจุบันนั้น มักจะมีลักษณะเป็น TFT-LCD พร้อม LED Backlighting (แทนที่หลอดแบบ Cold-Cathode ในสมัยก่อน) จอคอมจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต VGA, DVI, HDMI, DisplayPort, USB-C และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับโมเดลนั้นๆ ว่ารองรับสาย Cable แบบไหน

> อ่านบทความ วิธีเลือกซื้อจอคอมพิวเตอร์
> อ่านบทความ สายจอคอม มีทั้งหมดกี่ประเภท

จอคอมพิวเตอร์

แต่เดิมสมัยก่อนนั้น จอคอมพิวเตอร์จะถูกใช้สำหรับทำงาน ประมวลผลข้อมูลเป็นหลัก ในขณะที่ชุดหน้าจอโทรทัศน์ จะถูกใช้เพื่อการสันทนาการเป็นต้น แต่ตั้งแต่ยุค 1980s เป็นต้นมา คอมพิวเตอร์และจอคอมเริ่มถูกเอามาใช้ทำอย่างอื่นนอกจากประมวลผล เช่น เล่นเกม ดูหนัง หรือ ฟังเพลง แทนที่หน้าจอ TV ในขณะที่จอทีวีนั้นไม่สามารถใช้ทำงานแทนที่จอคอมได้ ค่า Aspect Ratio ที่จอทั้งสองแบบใช้เป็นมาตรฐาน ได้เปลี่ยนจาก 4:3 เป็น 16:10 และเป็น 16:9 ในปัจจุบัน

จอคอมสมัยใหม่หลังๆ มานี้ มีประสิทธิภาพที่สูงมากจนพอจะใช้ทดทนชุดโทรทัศน์ได้อย่างสบายๆ อย่างไรก็ตาม จอคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะไม่มีลำโพงแบบ Built-in เหมือนจอทีวี จึงอาจจะต้องมีการเสียบอุปกรณ์อื่นๆ เสริมเข้ามาด้วย

การถือกำเนิด

Computer Monitor ในสมัยแรกๆ นั้น ภาพที่เกิดขึ้นจะถูกแสดงผลผ่าน Panel ที่เป็นหลอดไฟเล็กๆ โดยใช้วิธีเปิดและปิด ทำให้วิศวกรสามารถใช้งานและอ่านเห็นภาพที่คอมพิวเตอร์แสดงออกมาได้ ซึ่งมักจะถูกออกแบบมาอย่างง่ายๆ เพื่อใช้งานชั่วคราวเท่านั้น แค่เพื่อ Track สถานะโปรแกรม ไม่ใช้อุปกรณ์ที่สำคัญเท่าไหร่ และเป็นที่รู้จักในชื่อ Visual Display Units (VDU) แต่ชื่อนี้ก็ค่อยๆ หมดความนิยมใช้กันไปในยุค 1990s

เทคโนโลยีภาพ

เทคโนโลยีการแสดงภาพของ Computer Monitor นั้นมีหลากหลายมากมาย ในยุคก่อนหน้า เทคโนโลยีหลอดภาพ Cathode Ray Tube เป็นที่นิยมที่สุด แต่ก็ถูกแทนที่ด้วย LCD Monitor ในยุคปัจจุบันแล้วนั่นเองครับ

Cathode Ray Tube

จอคอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆ นั้น ใช้เทคโนโลยีหลอดรังสีแคโทด (CRT) แสดงผลบนกล่องเคสใหญ่ๆ ที่นิยมเรียกกันว่า Video Display Terminal โดยประกอบด้วยหน้าจอแสดงผล CRT และควบคุมโดย Keyboard โดยภาพที่เกิดขึ้นจะเป็นแบบ Monochrome หรือขาวดำ ความละเอียดต่ำ จึงแสดงผลได้อย่างจำกัด เพราะข้อความที่แสดงต้องมีขนาดใหญ่มากๆ ด้วยเหตุนี้ ในเวลาต่อมาจึงมีการพัฒนา CRT Display แบบความละเอียดสูง เพื่อใช้ในงานกลุ่มทหาร, อุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีราคาที่สูงมากๆ ในสมัยนั้น

ในกลุ่ม Home Computer สมัยนั้น จะสามารถแสดงสัญญาณภาพเป็นขาวดำได้เท่านั้น จนในปี 1977 ก็กำเนิดคอมพิวเตอร์รุ่น Apple II ที่สามารถแสดงสัญญาณภาพเป็นสีได้ โดยวิธีการเชื่อมต่อกับชุดโทรทัศน์ หรือจอ CRT แบบ Color Monitor นั่นเอง

ในปี 1981 ทาง IBM ก็ได้เปิดตัวกราฟฟิคการ์ดแบบ Color Graphics Adapter ตัวแรกของโลก ซึ่งสามารถแสดงผลได้ 4 สี พร้อมค่าความคมชัดที่ 320 x 200 pixels (ถ้าแสดงผล 2 สี จะได้ค่าความคมชัดที่ 640 x 200 pixels) และในปี 1984 ก็ได้เปิดตัวรุ่น Enhance Graphics Adapter รุ่นถัดมา ที่แสดงผลได้ถึง 16 สี ในค่าความคมชัด 640 x 350 pixels

Computer Monitor

Enhance Graphics Adapter

จอคอม

ตัวอย่างจอแบบรังสีแคโทด

ในปลายยุค 1980s จอ CRT Monitor ก็สามารถทำความละเอียดได้ 1024 x 768 Pixel และเป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และมีการผลิตจำหน่ายในราคาที่ถูกขึ้น ตลอดทศวรรษ 1990 - 2000 นั้น เทคโนโลยีความละเอียดของภาพก็พัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ราคาก็ถูกขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน โดยเทคโนโลยีหลอดรังสีแคโทด ได้ครองตลาดจอคอมพิวเตอร์ ด้วยราคาที่ประหยัด และรองรับการมองเห็นได้จากมุมมอง 180 องศาเลยทีเดียว

Liquid Crystal Display

เทคโนโลยี Liquid Crystal Displays หรือที่เรียกกันว่า LCD ที่เราคุ้นเคยกันนั้น ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่หลากหลายมาๆ ในวงการคอมพิวเตอร์ เริ่มนำมาใช้ในยุค 1990s แต่จะเป็นลักษณะมาใช้กับ Notebook หรือ Laptop เป็นหลัก เพราะมีอัตราการกินพลังงานไฟที่ต่ำกว่า น้ำหนักเบากว่า และมีขนาดเล็กกว่า

Monitor

ตัวอย่างจอ LCD

ในสมัยนั้น สเปคของจอโน๊ตบุ๊คถือว่ามีผลกับราคาตัวเครื่องมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพสีหรือขาวดำ หรือค่า TFT เป็นต้น และด้วยความสามารถในการพัฒนาของวิศวกรรมและโรงงานที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้จอแบบ Monochrome หรือขาวดำค่อยๆ หมดความนิยมไปในที่สุด

ปัจจุบัน TFT-LCD เป็นประเภท LCD ที่ครองตลาดเทคโนโลยีจอคอมพิวเตอร์ และเป็นที่นิยมผลิต ขาย และใช้งานมากที่สุด

จอคอมแบบ Standalone LCD ตัวแรก เปิดตัวช่วงประมาณ 1995 และวางขายในราคาที่สูงมาก แต่ด้วยความเล็กกะทัดรัด ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนเกิดการแข่งขันของผู้ผลิตมากขึ้น ทำให้ราคาลดลงจนในปี 1997 จอ LCD ก็สามารถเปิดตลาดแข่งขันกับ CRT Monitor ได้อย่างเต็มตัว

จนในที่สุด ปี 2003 ยอดขายจอ TFT-LCDs ก็แซง CRTs เป็นครั้งแรก และได้ก้าวมาเป็นเทคโนโลยีหลักของอุตสาหกรรม Computer Monitor จนถึงปัจจุบัน ข้อได้เปรียบที่เด่นชัดของ LCD คือกินพลังงานน้อยกว่า กินพื้นที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักเบามากกว่านั่นเอง นอกจากนี้ยังมีอัตราการกระพริบที่น้อยกว่าจอแบบ CRT ทำให้ดีต่อสุขภาพสายตามากกว่า

เทคโนโลยี High Dynamic Range (HDR) ได้ถูกนำมาใช้งานร่วมกับจอคอมพิวเตอร์แบบ LCD รุ่น High-end เพื่อเพิ่มความคมชัดของคุณภาพสี ตั้งแต่ปลายยุค 2000s ขึ้นมา หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบ LCD แบบ Widescreen ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะรองรับการดูซีรี่, วิดีโอ และเล่นเกมได้อย่างคมชัดและถูกสัดส่วน ในความชัดระดับ HD นอกจากนี้ จอแบบ Widescreen ยังสามารถแสดงผลข้อมูลและรูปภาพได้ครบครันมากกว่า โดยเฉพาะในส่วน Toolbars อีกด้วย โดยอัตราส่วนมาตรฐานที่นิยมใช้ได้แก่ 16:9 Aspect Ratio นั่นเอง

ค่าวัดประสิทธิภาพจอคอม

ประสิทธิภาพของจอคอมพิวเตอร์นั้น สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ มากมาย โดยปัจจัยหลักๆ ที่คนนิยมตรวจสอบกันได้แก่ ขนาด, สัดส่วน, ความคมชัด และคุณภาพสี

ขนาด (Display Size)

สำหรับอุปกรณ์จอคอมพิวเตอร์ ขนาดหรือ Display Size นั้น คือพื้นที่หน้าจอที่สามารถแสดงผลออกมาได้นั่นเอง โดยจะไม่นับในส่วนขอบหรือ Case แล้วแต่ดีไซน์ของแต่ละโมเดล หน่วยวัดที่นิยมใช้กันได้แก่ เส้นทแยงมุม, ความกว้าง, ความสูง และพื้นที่

ในตลาดคอมพิวเตอร์แล้ว Display Size จะนิยมใช้ค่าเส้นแทยงมุมในการกำหนดขนาดจอคอมพิวเตอร์มากที่สุด (ระยะทางระหว่างมุมขอบของจอเป็นแนวแทยง) ซึ่งมาตรฐานการวัดนี้เป็นที่นิยมใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่จอ CRT รุ่นแรกๆ เลยทีเดียว โดยหน่วยที่ใช้กันคือนิ้ว อาทิเช่น 19.5", 21.5" หรือ 23.8" เป็นต้น

จอคอมที่มีระยะเส้นแทยงมุมเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าจะมีพื้นที่หน้าจอเท่ากัน ตัวอย่างเช่น จอขนาด 21" แบบ Aspect Ratio 16:9 จะมีพื้นที่หน้าจอน้อยกว่าจอ 21" แบบ 4:3

ซื้อ ขาย

สัดส่วน (Aspect Ratio)

ก่อนหน้าปี 2003 จอคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ จะมีสัดส่วนหรือ Aspect Ratio อยู่ที่ 4:3 และ 5:4  หลังจากนั้นจนถึงปี 2006 จอขนาด 16:9 และ 16:10 ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเริ่มใช้สัดส่วนนี้กันบน Laptop ก่อน จากนั้นจึงปรับมาใช้ผลิต และดีไซน์ Computer Monitor ตาม

ในปี 2008 จอคอมสัดส่วนแบบ 16:10 เป็นที่นิยมและมีวางจำหน่ายกันอย่างแร่หลายมากๆ โดยถือเป็นมาตรฐานของหน้าจอ Laptop อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปี 2010 มาตรฐาน Aspect Ratio ก็ถูกเปลี่ยนจาก 16:10 เป็น 16:9 โดยเป็นมาตรฐาน Resolution แบบ HD นั่นเอง เหตุผลเพราะใช้ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ถูกกว่า และก็เป็นที่นิยมกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

ความคมชัด (Resolution)

ความคมชัดของจอคอมพิวเตอร์ มีการพัฒนาและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นตลอดเวลามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ 320 x 200 ในสมัย แรกๆ จนถึง 1024 x 768 ในยุค 1990s และตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา มาตรฐาน Resolution ของ Computer Monitor จะอยู่ที่ 1920 x 1080 หรือแบบ Full HD นั่นเอง และตั้งแต่ปี 2015 มา จอคอมแบบ High-End ที่มีราคาสูง จะนิยมผลิตในความชัด 3840 x 2160 หรือที่เราคุ้นหูกันว่าระดับ 4K

คุณภาพสี (Gamut)

จอ RGB ทุกๆ ตัว จะมีช่วงสีทำแสดงผลได้ โดยค่าสีมักจะมีโค้ดที่อ่านได้แบบ 8 Bits ต่อสีหลัก โดยค่า RGB [255, 0, 0] จะแสดงถึงสีแดง ค่า Gamut นั้น เป็นความสามารถของจอคอมพิวเตอร์ ที่ค่อนข้างสำคัญ ถ้า Gamut ของจอคอมรองรับค่าที่กว้างกว่าสีที่ต้องแสดงผล ก็จะแสดงผลสีได้ถูกต้องตามต้องการ ในทางตรงกันข้าม ถ้าสัญญาณที่แสดงผลภาพมีค่า Gamut กว้างกว่าจอคอม ภาพที่แสดงออกมาก็จะสีเพี้ยน

ฟีเจอร์เสริมของจอคอมพิวเตอร์

ปัจจุบัน ลูกเล่นของ จอคอมพิวเตอร์ สามารถปรับแต่งได้มากขึ้นอีกมากมาย มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจเยอะมากๆ โดยแบ่งได้เป็น 3 หมวดหมู่ดังนี้

Universal Features

หมายถึงฟีเจอร์ที่ใช้ได้กับจอคอมทุกชนิด ไม่ว่าจะเพื่อจุดประสงค์ใดๆ ประกอบด้วย

  • Power Saving - ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น โดย Operating System ที่ทันสมัยนยุคปัจจุบัน สามารถตั้งค่าการปิดเปิดหน้าจอได้ด้วย เมื่อใช้งานและไม่ใช้งาน
  • Indicator Light - จอคอมส่วนใหญ่สมัยนี้จะมีไฟแสดงผล เมื่อตรวจจับได้ว่ามีสัญญาณเชื่อมต่อ บางรุ่นอาจมีไฟแสดงผล Power-Saving Mode ด้วย
  • Integrated Accessories - Monitor หลายๆ รุ่นจะมีอุปกรณ์เสริมในตัวมากมายเพื่อความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น กล้อง Camera, Microphone หรือลำโพง เป็นต้น ซึ่งจำเป็นจะต้องมีพอร์ตเพิ่มขึ้นเพื่อ Support ด้วย
  • Ultrawide Screen - คือสัดส่วน Ratio 21:9 หรือ 32:9 ซึ่งมีขนาดกว้างมาก เหมาะกับการใช้งานที่ต้องเปิดหน้าต่างการทำงานเยอะๆ
  • Touch Screen - ระบบหน้าจอที่รองรับระบบสัมผัส ไม่ว่าจะด้วยนิ้วมือ หรือปากกาดิจิตอลก็ตาม จอประเภทนี้ต้องทำความสะอาดบ่อยเพราะรอยนิ้วมือ

Consumer Features

คือฟีเจอร์สำหรับเพิ่มอรรถรสในการใช้งานแบบ User ทั่วไป ส่วนมากจะเน้นสำหรับการใช้เพื่อสันทนาการ

  • Glossy Screen - คือหน้าจอ LCD แบบใหม่ที่มีวัสดุแบบ Glossy เพิ่มความคมชัดของสีให้กับจอคอมพิวเตอร์ แต่ผลเสียคือจะสะท้อนแสงค่อนข้างชัด จึงอาจจะต้องมีการเคลือบสารกันสะท้อนด้วย
  • Curved Design - หรือหน้าจอโค้งนั่นเอง ทำให้เห็นภาพได้ตรง 90 องศาทุกมุมมอง โดยมากจะมีราคาค่อนข้างสูง และปรับใช้กับจอแบบ Wide Screen
  • 3D - ฟีเจอร์ใหม่ของ Monitor ที่รองรับการแสดงผลภาพสามมิติ มักจะต้องใช้คู่กับแว่นสามมิติ แสดงผลให้เห็นความลึกของภาพเหมือนของจริง
ราคา ถูก

ต้วอย่าง Ultra Wide Screen + Curved

ตัวแทนจำหน่าย

ตัวอย่าง Screen Hood ช่วยลดแสงกระทบ

Professional Features

คือฟีเจอร์เสริมสำหรับการใช้งานแบบระดับองค์กร หรือ Professional เพื่อความเป็นมืออาชีพ

  • Anti-Glare - ฟีเจอร์กันสะท้อนแสง นิยมใช้กับจอคอมที่ต้องวางอยู่ภายนอกอาคารหรือที่ที่แสงสว่างจ้า
  • Directional Screen - ช่วยจำกัดไม่ให้สามารถมองเห็นหน้าจอจากมุมเอียงๆ ได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัว และ Security ให้กับการใช้งานจอคอมพิวเตอร์ในที่สาธารณะ
  • Integrated Professional Accessories - คือการติดตั้งอุปกรณ์เสริมระดับมืออาชีพ เช่น Screen Hood เป็นต้น
  • LUT - คือฟีเจอร์ที่เสริมให้หน้าจอแสดงผลสีได้อย่างคมชัดมากๆ แทบจะสมบูรณ์แบบ เหมาะกับงานด้านดีไซน์ระดับสูง

จำหน่ายสินค้าไอทีทุกชนิด

Addin.co.th ภายใต้ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เรามีการ ขายอุปกรณ์ไอที ทุกชนิด ทุกแบรนด์ ของแท้ รับประกันศูนย์มาตั้งแต่ปี 1993 โดยเน้นให้บริการการใช้งานทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล ในราคาถูกที่สุดพร้อมบริการจัดส่งฟรี นอกจากนี้ เรายังมีบริการงานติดตั้ง วางระบบ ดูแลอุปกรณ์อีกด้วย

ให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงานของเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น หรือมองหา Solution ต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมเซอร์วิสบริการทั้งก่อนและหลังการขายถึงสถานที่