Showing 1–18 of 118 results

โปรเจคเตอร์

ขาย โปรเจคเตอร์ (Projector) ราคาถูก โดยแบรนด์ชั้นนำ รับประกันแท้โดยตรง บริการจัดส่งฟรี โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำปรึกษาในทุกๆ การใช้งาน

กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
29,900 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
21,900 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
19,900 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
18,600 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
93,250 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
129,000 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
369,000 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
599,000 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
699,000 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
111,200 ฿
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
559,800 ฿

ขายโปรเจคเตอร์ ราคาพิเศษ โดยตัวแทนจำหน่าย

จำหน่าย โปรเจคเตอร์ แบรนด์ชั้นนำ ราคาถูก ของแท้ มือหนึ่ง โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง ติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ฟรี หรือขอใบเสนอราคาและทำการสั่งซื้อสำหรับองค์กร ออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้อง

> อ่านบทความ วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

Projector คืออุปกรณ์ประเภท Output Device ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการแสดงภาพ หรือฉายภาพออกมาเพื่อให้คนหลายๆ คนสามารถดูและรับชมได้ ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกนอกเหนือจากจอคอมพิวเตอร์และโทรทัศน์

โปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์นั้น จะรับข้อมูลรูปภาพมาจาก Blu-ray Player ไม่ก็ Computer และฉายมันลงบนพื้นผิวขนาดใหญ่ เช่น กำแพง หรือฉากสีขาว เป็นต้น ตัวเครื่องมีให้เลือกซื้อใช้งานหลายรูปทรง หลายขนาด และหลายสเปค ซึ่งการตัดสินใจ ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์และเงื่อนไขการใช้งาน เช่น ใช้ในห้องเรียน, ใช้ในบ้าน, ใช้ในออฟฟิศสำหรับประชุมหรือพรีเซ้นงาน และอื่นๆ มากมาย

ประวัติการคิดค้น

หลายๆ คนคงสงสัยว่าต้นกำเนิดของ Projector มาจากไหน ซึ่งจริงๆ แล้ว แนวคิดและคอนเซปของการฉายแสงลงบนรูปภาพ เพื่อให้ภาพนั้นถูกฉายออกมาให้ใหญ่ขึ้นบนพื้นผิวขนาดใหญ่ มีการคิดค้นและใช้งานกันมาเป็นพันปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Chinese Magic Mirror ที่สามารถฉายเงาให้สะท้อนออกขยายเป็นภาพที่สวยงาม หรือกล้อง Pinhole ที่เป็นต้นแบของ Projector ยุคปัจจุบันก็ตาม

ในปี 1659 มีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Magic Lantern คิดค้นขึ้น โดยใช้ความเว้าของกระจก ในการช่วยฉายแสงจากดวงโคมสู่เลนส์รูปภาพ ทำให้ภาพที่ถูกฉายออกมาขยายใหญ่ขึ้น ด้วยหลักการเลนส์โฟกัส ในปี 1756 ก็มีการคิดค้น Opaque Projector ที่ใช้เทคโนโลยีปริซึม สะท้อนแสงออกมาเป็นรูปภาพ ซึ่งอุปกรณ์โปรเจคเตอร์สมัยนั้น ใช้เพื่อการสันทนาการเป็นหลัก จนกระทั้งช่วงปียุค 1940s ถึง 1960s จึงเริ่มมีการคิดค้นและพัฒนารุ่นใหม่ๆ มาเพื่อใช้งานด้านอื่นๆ มากขึ้น

ซื้อ

Chinese Magic Mirror

ตัวแทนจำหน่าย

Opaque Projector

ในที่สุด ช่วงยุค 1970s ถึง 1990s เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ก็ถูกนำมาประยุกต์ใช้ และพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงก่อกำเนิด Digital Projector มากขึ้นมากมาย จากหลายแบรนด์ หลายผู้ผลิต ซึ่งก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีทางเลือกให้ใช้งานท่หลากหลายมากๆ ในราคาไม่แพง สามารถซื้อไปใช้ส่วนตัวในบ้านได้ หรือจะใช้ในห้องประชุมบริษัท ก็จับต้องได้

องค์ประกอบของตัวเครื่อง

ปัจจุบัน ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์มาตรฐานทั่วไปนั้น ประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ดังนี้

เลนส์

เลนส์นั้น เป็นส่วนที่ใช้ฉายรูปออกสู่สกรีน หรือฉากที่ต้องการ โดน Lens บางชนิดนั้น สามารถซูมเข้าหรือออกได้ยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกฉายผลลัพธ์ภาพในขนาดที่หลากหลายขึ้น ทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก ตามต้องการ

ประโยชน์ของเลนส์ที่มีฟีเจอร์การซูมเข้าออกได้ คือทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับขนาดภาพได้โดยที่ไม่ต้องขยับ หรือเคลื่อนย้ายตัวเครื่องแม้แต่น้อย

ดวงโคม

Projection Lamp หรือดวงโคม มักจะเป็นแบบหลอด Halogen ไม่ก็ LED ทำหน้าที่ฉายแสง ซึ่งค่าความสว่างหรือ Brightness ของ Projector นั้น ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพหรือค่าลูเมนส์ของตัวดวงโคมเป็นหลักนี่เอง

พอร์ต HDMI และ USB

การเชื่อมต่อด้วย HDMI Port ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถเชื่อมต่อโปรเจคเตอร์กับแหล่งจ่ายภาพ อย่าง Blu-Ray และเครื่องเล่นดีวีดี รวมถึง Game Console ต่างๆ ได้ ในขณะที่ USB Port มักใช้กับ Flashdrive หรืออุปกรณ์มือถือเป็นหลัก

ตัวเครื่องบางรุ่น อาจจะมี A/V Port สำหรับใช้กับอุปกรณ์เฉพาะทาง

พอร์ต Power

เป็น Port สำหรับเสียบสาย Power Cable เพื่อทำการจ่ายไฟให้ตัวเครื่องทำงาน ถือว่าค่อนข้างสำคัญ ในการใช้งานในห้องประชุม เพราะต้องวางแผนการเดินสายไฟให้เหมาะสม สามารถเสียบจากแหล่งจ่ายถึงตัวเครื่องได้โดยไม่ติดสิ่งกีดขวาง

ลำโพง

ตัวเครื่องบางรุ่น มาพร้อมกับลำโพง Speaker แบบ Built-in ในตัว ซึ่งสามารถเล่นเสียงได้ขณะฉายภาพ หรืออาจจะส่งเสียงที่เล่นต่อให้กับลำโพง Bluetooth เสริมแยก หรือแม้กระทั้งระบบเสียง Home Cinema ก็ทำได้

อินเตอร์เฟส

นอกจากการควบคุมตัวเครื่องผ่านรีโมทไร้สาย หรือ Application เสริมแล้ว ตัวเครื่องควรจะมีส่วน Control Panel ที่ประกอบด้วยปุ่มคำสั่งสำคัญๆ ไว้เปิดปิดการใช้งานในส่วนต่างๆ ที่ใช้บ่อย หรือเพิ่มลดระดับ แสง สี เสียง เป็นต้น

รีโมทไร้สาย

รีโมทคอนโทรล และ Remote Receiver ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุม และออกคำสั่งให้โปรเจคเตอร์ของตนเองจากตำแหน่งต่างๆ ในระยะสัญญาณได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่มหรือสัมผัสตัวเครื่องแม้แต่น้อย

พอร์ต LAN

การเชื่อมต่อทางเครือข่าย ช่วยในกรณีที่คุณต้องการใช้งานตัว Projector ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ผ่านสายแลน แทนที่จะต้องใช้ Wi-Fi นั่นเอง

พัดลมและท่อระบายความร้อน

ภายในตัวเครื่อง มักจะมีพัดลมสำหรับระบายความร้อน เพราะดวงโคม จะก่อให้เกิดความร้อนเวลาทำงานที่ค่อนข้างสูง โดยวิธีการทำงาน คือจะเป่าอากาศภายในที่ร้อนออกไปสู่ภายนอก พร้อมทั้งดูอากาศภายนอก เข้ามาแทนที่กันภายในตัวเครื่อง เป็นองค์ประกอบที่ค่อนข้างสำคัญ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้ดวงโคมแบบ LED ที่ก่อให้เกิดความร้อนสูง

ขาย

หลักการทำงานของตัวเครื่อง

วิธีการทำงานของโปรเจคเตอร์ จะดำเนินการโดยการฉายแสงผ่านเลนส์ขนาดเล็ก ซึ่งในกระบวนการนั้น ก็จะมีเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบที่สามารถใช้ดำเนินการได้ในการฉายภาพดิจิตอลจากแหล่ง Source Media สู่ฉากภาพ เช่น ใช้แสงเลเซอร์แทนไฟ LEDs

Liquid Crystal Display (LCD) Projector ถือเป็นกลุ่มที่ครองตลาดการใช้งานฝั่ง Business มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการใช้เพื่อ Presentation และการฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ บางที่ใช้งานแทนโทรทัศน์เลยก็มี ในส่วนของเทคโนโลยี Digital Light Processing (DLP) ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน โดยมีวิธีการทำงานโดยใช้หลักการ Prism เข้ามาช่วย

ประเภทของโปรเจคเตอร์

หากแบ่งประเภทของ Projector ตามการใช้งานแล้ว จะสามารถแบ่งกลุ่มออกมาได้เป็นทั้งหมด 3 กลุ่มคร่าวๆ ดังนี้

Home Theater

หรือเรียกง่ายๆ ว่าแบบใช้งานที่บ้านนั่นเอง ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่ถูกลงของตัวเครื่องในปัจจุบัน ซึ่งหลายๆ คน ก็ชอบที่จะใช้งานมากกว่าโทรทัศน์ทั่วไป มักจะมาในความละเอียด 1080p แบบ Full HD พร้อมการเชื่อมต่อด้วย HDMI Connection

Business

โปรเจคเตอร์กลุ่มธุรกิจ มักใช้งานหลักๆ เพื่อการ Presentation นั่นเอง โดยส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อกับ Laptop หรือ Computer PC เพื่อฉายภาพสไลด์ออกมายังฉากที่ต้องการ เช่น PowerPoint หรือ Excel ตัวเครื่องมักมี Option ให้เลือกที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของ Aspect Ratio (4:3 ถึง 16:10) และความละเอียด (720p ถึง 1080p) มักจะใช้งานคู่กับคอมพิวเตอร์เป็นหลัก

> เลือกซื้อ Computer กับเรา
> เลือกซื้อ Notebook กับเรา
> เลือกซื้อ Microsoft Office กับเรา

Short/Long Throw

ระยะ Throw Distance คือระยะจากตัวเครื่อง Projector ถึงหน้าจอฉาย ซึ่งเครื่องแบบ Short-Throw นั้น จะวางใช้งานอยู่ใกล้จนแทบจะติดกับฉากฉาย ในขณะที่ Long Throw จะต้องวางไกลๆ นิยมติดตั้งบนเพดาน หรือติดผนังหลังห้อง ซึ่งเครื่องฉายกลุ่มนี้นิยมใช้กันในสถานที่เฉพาะทาง ที่มีข้อจำกัดทางสถานที่

ราคา

ตัวอย่างรุ่นแบบ Short-Throw ซึ่งต้องวางใกล้กับฉากฉาย

สเปคที่ต้องคำนึงถึง

การเลือกซื้อเครื่องฉายภาพ ไม่ว่าจะเพื่อการใช้งานใดๆ ส่วนใหญ่แล้ว ต้องคำนึงถึงสเปคต่างๆ ดังนี้

ความละเอียด

หรือค่า Resolution มีผลต่อความคมชัด และขนาดของภาพฉายที่ตัวเครื่องสามารถแสดงออกมาได้ โดยมาตรฐานทั่วไป ปัจจุบัน มักมีความละเอียดมาตรฐานที่ 480p ที่สามารถขยายได้ถึง 1080p และ 1920 x 1080 Pixel สำหรับรุ่นสูงๆ ที่ราคาแพง จะฉายความละเอียดได้ถึงระดับ 4K เลยทีเดียว

สัดส่วน

หรือค่า Aspect Ratio คือสัดส่วนระหว่างความสูงและความกว้างของขอบเข็ตภาพที่ฉาย ยกตัวอย่างเช่น 4:3 Aspect Ratio จะเป็นสัดส่วนที่มีความยาว 4 หน่วย ต่อความสูง 3 หน่วย นั่นเอง ปัจจุบันสำหรับความชัดระดับ HD มักจะนิยมใช้สัดส่วนที่ 16:9

ความสว่าง

หรือค่า Brightness มีหน่วยเป็น Lumens ถ้าโปรเจคเตอร์มีค่านี้ต่ำ จะทำให้สามารถฉายภาพได้ในที่มืดเท่านั้น สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในห้องที่มีแสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ ต้องเลือกรุ่นที่มีค่าลูเมนส์เยอะๆ

ค่าความเข้มสี

หรือค่า Contrast Ratio เป็นค่าแสดงความต่างระหว่างจุดที่สว่างสุด และจุดที่มืดสุดของภาพ หรืออธิบายง่ายๆ คือค่าที่วัดว่าจุดที่สว่างสุด สว่างกว่าจุดที่มืดสุดเท่าไหร่ นั่นเอง การที่มีค่านี้เยอะ จะช่วยให้เห็นรายละเอียดในภาพฉายได้มากขึ้น เช่นถื้นผิวต่างๆ ถ้าค่านี้ต่ำ จะทำให้ภาพที่ฉายออกมาขุ่นมัว เบลอๆ หรือสีไม่สด

เลนส์ซูม

หรือค่า Lens Zoom คือฟีเจอร์ความสามารถที่ตัวเครื่อง ใช้ในการปรับขนาดภาพที่เล็กหรือใหญ่ไป ให้ฉายออกมาในขนาดที่เหมาะสมได้ ปกติแล้ว ถ้าไม่มีฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้งานจะต้องใช้วิธีเคลื่อนย้ายตัว Projector เข้าออกจากฉากจนกว่าจะได้ขนาดที่เหมาะสม เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด

Keystone Correction คืออะไร

เมื่อ User ทำการฉายรูปหรือวิดีโอในกรอบสี่เหลี่ยม ต้องมีฟีเจอร์ Keystone ช่วยในการปรับให้ภาพเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก ถ้าไม่มีฟีเจอร์นี้ หากวางตัวเครื่องในระยะที่ไม่เหมาะสม ภาพที่ออกมาอาจจะกลายเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ทำให้ได้สัดส่วนที่ผิดเพี้ยน อย่างไรก็ตาม การปรับสัดส่วนภาพ อาจส่งผลให้ค่า Resolution ของภาพลดลงด้วยเช่นกัน

โปรเจคเตอร์

ฟีเจอร์ Keystone Correction ช่วยปรับสัดส่วนภาพให้เป็นมุมฉาก

ข้อดีของ Projector

ข้อดีและประโยชน์ของโปรเจคเตอร์นั้น มีมากมายหลายประการ โดยข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าทีวีและจอคอมพิวเตอร์เบื้องต้น มีดังนี้

ราคาประหยัด

ถ้าเทียบอุปกรณ์แสดงภาพทุกชนิด ในราคาที่เท่าๆ กันแล้ว โปรเจคเตอร์จะถือเป็น Device ที่ได้สเปคและคุณภาพการใช้งานที่สูงที่สุด จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

พกพาสะดวก

ถือเป็นอุปกรณ์ที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ ถึงแม้รุ่นที่มีขนาดใหญ่เท่า Printer ก็ยังง่ายต่อการยกไปไหนต่อไหน นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่เป็นขนาด Pico หรือ Pocket ที่ขนาดเท่ามือถือเล็กๆ เท่านั้น

สบายตา

แสงสว่างของตัวเครื่องที่ฉายออกมาปรับแต่งได้สะดวก และไม่เป็นอันตรายต่อสายตาผู้ชม แสง Blue Light ของโปรเจคเตอร์นั้น มีการทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อสายตาเท่าแสงจากโทรทัศน์ เพราะเป็นการสะท้อนแสงออกมา ไม่ใช้การมองโดยตรง

ภาพฉายขนาดใหญ่

ยิ่งภาพที่ฉายออกมามีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งทำให้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องคำนึงถึงในส่วน Factor อื่นๆ อย่างความละเอียด หรือจำนวน Pixel ในรูป ซึ่งก็ส่งผลกับความชัดเจนด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้น ถึงแม้จะฉายภาพได้ขนาดใหญ่ แต่ก็จะเห็นภาพแตกเป็นจุดๆ

ปรับขนาดภาพได้ตามต้องการ

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Projector ได้เปรียบกว่าการใช้ HDTV และจอคอมพิวเตอร์ คือความสามารถในการปรับย่อขยายภาพฉายได้อย่างอิสระ โดยใช้ฟีเจอร์ Lens Zoom และ Keystone Correction เข้ามาช่วยนั่นเอง

Projector

โปรเจคเตอร์นั้น ได้ผ่านการคิดค้นและพัฒนาต่อๆ มาหลายทศวรรษ จนปัจจุบันมีการใช้งานที่หลากหลายมากๆ ตั้งแต่ใช้แสดง Slideshow ในห้องมืดๆ, ฉายในโรงภาพยนต์, ใช้ในองค์กร หรือการประชุมบริษัท ไปจนถึงใช้งานส่วนตัวตามบ้าน สำหรับใครก็ตามที่สนใจเลือกซื้อไปใช้งานสักตัว สามารถติดต่อเราเพื่อขอความปรึกษาได้ฟรีๆ หรือเลือกซื้อรุ่นที่ต้องการ

จำหน่ายสินค้าไอทีทุกชนิด

Addin.co.th ภายใต้ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เรามีการ ขายอุปกรณ์ไอที ทุกชนิด ทุกแบรนด์ ของแท้ รับประกันศูนย์มาตั้งแต่ปี 1993 โดยเน้นให้บริการการใช้งานทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล ในราคาถูกที่สุดพร้อมบริการจัดส่งฟรี นอกจากนี้ เรายังมีบริการงานติดตั้ง วางระบบ ดูแลอุปกรณ์อีกด้วย

ให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงานของเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น หรือมองหา Solution ต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมเซอร์วิสบริการทั้งก่อนและหลังการขายถึงสถานที่