Showing 1–18 of 122 results

Workstation

ขาย เวิร์กสเตชัน (Workstation) ราคาถูก ทุกรุ่น ทุกโมเดล ทุกแบรนด์ รับประกันแท้จากศูนย์โดยตรง บริการจัดส่งฟรี โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำปรึกษาในทุกๆ การใช้งาน

กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock

ขาย Workstation Computer ราคาพิเศษ โดยตัวแทนจำหน่าย

จำหน่ายเวิร์คสเตชั่นคอมพิวเตอร์คุณภาพสูงสำหรับงานระดับ Professional ทุกรูปแบบ ทุกแบรนด์ ทุกสเปค สั่งซื้อได้ทั้งในราคาปลีกและราคาส่ง โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ Workstation ทุกเครื่องรับประกันศูนย์ ของแท้ สามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลาทำการเพื่อขอใบเสนอราคาหรือสั่งซื้อสินค้า พร้อมบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าทุกท่าน

> อ่านบทความ Workstation คืออะไร

เวิร์คสเตชั่น คือคอมพิวเตอร์แบบพิเศษ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ Application ระดับสูง ทั้งทาง Technical และ Scientific เป็นต้น โดยมักนิยมใช้งานกัน 1 คน ต่อ 1 เครื่องในระยะเวลาหนึ่ง และมักเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย พร้อมทั้งสามารถใช้ระบบปฏิบัติการได้หลากหลาย

คำว่า เวิร์คสเตชั่น นั้น จริงๆ แล้วสามารถใช้เรียกแทนตั้งแต่ Mainframe Computer ไปจนถึง PC ธรรมดา แต่ปัจจุบัน จะนิยมใช้เรียกแรกคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่สเปคแรงๆ แบบพิเศษเท่านั้น

เวิร์คสเตชั่นมอบประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า Personal Computer ธรรมดา โดยเฉพาะสเปคในส่วนของ CPU, กราฟฟิคการ์ด, ความจุแรม และความสามารถในการรองรับงานแบบ Multitasking ตัวเครื่องมักถูกตั้งค่าให้สามารถควบคุมการทำงานที่ซับซ้อนได้หลากหลายมากๆ อาทิเช่น งานดีไซน์โครงสร้าง 3 มิติ, งานประมวลผลด้านวิศวกรรม, ออกแบบเอนิเมชั่น, งานเรนเดอร์ และ งานคำนวณด้านคณิตศาสตร์ เป็นต้น

Workstation

รูปร่างก็เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป

Form Factor ของ Workstation นั้น จริงๆ แล้ว ก็มีลักษณะเป็น Desktop Computer สเปคแรงๆ ที่ทำงานร่วมกับหน้าจอ Monitor ความละเอียดสูงๆ พร้อมกับคีย์บอร์ดและเม้าส์ นั่นเอง เพียงแต่สเปคภายในตัวเครื่องจะแรงกว่า และมักจะนิยมใช้งานร่วมกับจอคอมหลายๆ ตัว รวมถึงอุปกรณ์เสริมเฉพาะทาง เช่น ปากกาดิจิตอลเขียนบน Trackpad เป็นต้น

ในยุค 1990s  คอมพิวเตอร์ทั่วไปเริ่มพัฒนาสเปคการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้เรื่อยๆ จนทำให้เทียบเท่าเวิร์คสเตชั่น และเริ่มแยกไม่ออก อย่างไรก็ตาม ในยุค 2000s แบรนด์ต่างๆ  เช่น Dell, HP และ Lenovo ก็เริ่มมีการพัฒนา เวิร์คสเตชั่น รุ่นของตนเอง ให้มีคุณภาพสูงขึ้นจนสามารถแยกไลน์สินค้าจาก PC  ธรรมดาได้อย่างชัดเจน

ประวัติการกำเนิด

คอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น Workstation Computer ได้แก่ IBM 1620 ซึ่งออกแบบเพื่อใช้งาน 1 คน เพื่องานทางด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ โดยมีการเปิดตัวนปี 1960 โดยมีชื่อ Code Name ว่า CADET และสร้างมาเพื่อปล่อยเช่าเท่านั้น

ในปี 1965 ด้วยความสำเร็จของเวิร์คสเตชั่นรุ่นแรก ทางไอบีเอ็มก็ได้เปิดตัวรุ่น 1130 ตามมา ทั้งสองรุ่นมีขนาดประมาณโต๊ะทำงาน และสามารถใส่ Disk Drive, Printer และ Punched-Card I/O

ซื้อ

IBM 1620

ตัวแทนจำหน่าย

IBM 1130

ในช่วงนั้น Workstation จะสื่อถึง Minicomputer ที่มีระบบทั้งหมดออกแบบมาเพื่อ Support การทำงานเฉพาะทาง เท่านั้น ซึ่งก็ได้มีการออกแบบ เวิร์คสเตชั่น จาก แบรนด์อื่นๆ ตามมาเรื่อยๆ อาทิเช่น Lisp Machine, Xerox และ อื่นๆ มากมาย

1980s เริ่มได้รับความนิยม

ในช่วงต้นยุค 1980s นั้น ด้วยการกำเนิดของสถาปัตยกรรม 32-bit microprocessor ทำให้แบรนด์ต่างๆ เริ่มผลิต Workstation ของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งในยุคนั้น เวิร์คสเตชั่นถือว่าแพงมากๆ แพงกว่าคอมพิวเตอร์ธรรมดาหลายเท่า บางรุ่นสามารถซื้อรถได้เยลทีเดียว เพราะองค์ประกอบภายในนั้นเลือกสรรชิ้นส่วนที่เร็วและแรงกว่าคอมพิวเตอร์ธรรมดา และมีฟีเจอร์ที่ PC ธรรมดาไม่มี เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายที่รวดเร็ว และกราฟฟิคที่สวยงาม

นอกจากนี้ ในสมัยนั้น ผู้ผลิต เวิร์คสเตชั่น ส่วนใหญ่จะผลิตตัวเครื่องให้มีความสมดุลทั้งในส่วนของระบบ System ภายใน ให้พอดีกับการใช้งาน ทำให้ไม่มีปัญหาข้อมูลติดค้างหรือ Bottlenecks คอขวด

ระบบ System ที่มากับเวิร์คสเตชั่นมักจะมีฟีเจอร์ SCSI หรือ Fibre Channel, 3D Accelerators แบบ High-End, สถาปัตยกรรม 64-Bit, หน่วยความจำหรือแรมจำนวนมาก และการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ซึ่งแบรนด์ส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน Service ตัวเครื่องที่ครอบคลุม ดูแลอย่างดี เนื่องด้วยราคาที่สูง

เริ่มตีตลาด

พอเริ่มเข้าสู่ยุคหลังๆ ไม่นานมานี้ คำว่า Workstation เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เริ่มมีรุ่นที่ลดสเปคลงมาขายคนทั่วไป จนราคาไม่ต่างกับ PC ตั้งโต๊ะธรรมดาเท่าไหร่นัก จนบางที เริ่มจะไม่สามารถแยกเวิร์คสเตชั่นออกจากคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปได้

เวิร์คสเตชั่น มักจะเป็นอุปกรณ์ที่ได้เปิดตัวพร้อมกับเทคโนโลยี CPU รุ่นใหม่เสมอ โดยมักจะมาพร้อมกับระบบประมวลผลแบบ Multicore หลายๆ ตัว คู่กับแรมแบบ Error-Correcting ทำให้ทรงพลัง และเสถียรต่อการใช้งานทุกรูปแบบ

ในยุคนั้น เวิร์คสเตชั่นบางรุ่นออกแบบมาเพื่อใช้ Application บางอย่างโดยเฉพาะ เช่น AutoCAD, Avid Xpress Studio HD, 3D Studio Max และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อรองรับสเปคที่ Software ต่างๆ ต้องการ ซึ่งบางรุ่นถึงกับได้ Certification จาก Software ว่ารองรับการใช้งาน App นั้นๆ ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน

เวิร์คสเตชั่น

สถานกาณ์ในตลาดปัจจุบัน

เรามาดูกันว่าปัจจุบัน Workstation เป็นยังไงบ้าง

การยกเลิก RISC-based

ต้นปี 2009 เวิร์คสเตชั่นที่มีสถาปัตยกรรมแบบ RISC-Based ทุกรุ่นก็ยกเลิกผลิต อย่างไรก็ตาม ในต้นปี 2018 ที่ผ่านมา ก็มีรุ่น RISC Based กลับมาขายอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์ IBM POWER9 โดย Raptor Computer System

เปลี่ยนสู่ x86-64

ปัจจุบัน เวิร์คสเตชั่น มักจะใช้สถาปัตยกรรม x86-53 microprocessor เป็นหลัก ซึ่งระบบปฏิบัติการหรือ Operating System ที่รองรับ Platform นี้ได้แก่ Microsoft Windows, FreeBSD, Linux, Oracle Solaris และ Apple macOS ซึ่งผู้ผลิตบางเจ้า ก็ได้ขายรุ่นที่เป็นแบบ mono-socket system เช่นกัน

ถ้าแบ่งประเภทของเวิร์คสเตชั่นแล้ว อาจแยกได้เป็น 3 กลุ่มคล่าวๆ ดังนี้

  1. Workstation Blade Systems
  2. Ultra High-end Workstation
  3. Deskside System

คำนิยาม

เวิร์คสเตชั่นได้เข้ามาตีตลาดแข่งกับ Desktop Computer อย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน ซึ่งก็มีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ที่ใช้ร่วมกันได้ และแตกต่างกัน โดยสิ่งที่โดดเด่นหลักๆ ของ Workstation ที่เหนือกว่า PC ทั่วไป ได้แก่

  • รองรับ ECC Memory
  • มีจำนวน Memory Socket หรือช่องใส่แรมเยอะ
  • มี Processor Socket เยอะ และ CPU ที่ทรงพลัง
  • มักใช้ร่วมกับจอคอมหลายตัว
  • ใช้งานกับ OS ที่เสถียรและพิเศษ
  • มี Graphic Card ที่แรงเหนือชั้น
Workstation

ทำไมต้องใช้เวิร์คสเตชั่น

สำหรับงานธุรกิจ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า เมื่อไหร่ เราถึงควรเลือกใช้ Workstation และเมื่อไหร่ เราถึงควรจะเลือกใช้ Desktop PC หรือ Laptop ธรรมดา

การจะตัดสินใจว่าเราควรใช้อุปกรณ์ประเภทไหนนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ตำแหน่งงาน และประเภทงานที่ต้องการจะดำเนินการ อาทิเช่น กลุ่มงานวิศวกรรม หรือนักออกแบบ Content Creator อาจจะจำเป็นต้องใช้เวิร์คสเตชั่น เพราะความยุ่งยากซับซ้อน และละเอียดของข้อมูลที่ทำดำเนินการ ในขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ อย่างงานเอกสารทั่วไป อาจจะเลือกใช้ PC ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

> เลือกซื้อ Computer ตั้งโต๊ะธรรมดา

ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบตายตัว ว่าเราควรจะเลือกใช้อะไร สิ่งที่จะช่วยตัดสินใจได้ ก็คือตัวผู้ใช้งานและประเภทรูปแบบงานนั่นเอง

vs Desktop

ถ้าเทียบกับ Desktop หรือ Laptop จะพบว่า Workstation มักจะมีสเปคที่สูงกว่าพอสมควร อาทิเช่น

  • CPU i7 ขึ้นไป และอาจเป็นแบบ Dual ก็เป็นได้
  • หน่วยความจำหรือแรมสูงสุดมากกว่า 128GB ทั้งแบบ nECC หรือ ECC
  • รองรับ GPU สูงสุดถึง 16GB
  • ความจุแบบ SSD ขนาดใหญ่
  • ผ่าน Certification ISV

สำหรับรูปลักษณ์หรือลักษณะอื่นๆ เวิร์คสเตชั่นมักจะมีขนาดใหญ่กว่า, หนักกว่า และราคาสูงกว่าความพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป เพราะองค์ประกอบต่างๆ มักจะมีความพรีเมี่ยม แข็งแรงทนทานกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีหลายๆ รุ่นใหม่ๆ ที่ลดทอนน้ำหนักและขนาดให้เล็กลง แต่ยังคงสามารถประมวลผลงานหนักๆ ได้เช่นเดิม

ราคาสูงกว่า

เวิร์คสเตชั่นคอมพิวเตอร์นั้น มีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ามาก เมื่อเทียบกับแล็ปท็อปหรือพีซีทั่วๆไป เพราะสเปคที่อัพเกรดละดีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ก็มีหลายๆ รุ่นที่มีการปรับราคาให้ถูกลงจนเกือบจะเทียบเท่าเดสก์ทอปธรรมดาเลยทีเดียว

อีกสาเหตุที่ราคาสูงกว่า เพราะองค์ประกอบต่างๆนั้น ถูกออกแบบ ทดสอบ และผ่านการรับรองมาหมดแล้ว ว่ามีประสิทธิภาพ และความเสถียรที่สูงสุด กว่า PC ธรรมดา อีกวิธีที่อาจจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ คือคุณสามารถทำการ Config เลือกรุ่นที่สเปคพอดีกับความต้องการ เพื่อลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นไป

ประสิทธิภาพสูงกว่า

และเพราะสเปคที่เหนือกว่า ทำให้ Workstation สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ยิ่งถ้าคุณจำเป็นต้องใช้โปรแกรมที่มีความละเอียดซับซ้อนสูง จะยิ่งเห็นผลได้ชัดเจนขึ้น

แข็งแรงมากกว่า

Workstation นั้น มีความทนทานมากกว่า PC ธรรมดาทั่วไป เพราะมีวัสดุองค์ประกอบต่างๆ ที่มีคุณภาพมากกว่า และได้รับการทดสอบแล้วเช่นกัน ส่วนใหญ่มักจะผ่านการทดสอบระดับ Military Grade โดย US Government แล้ว ถ้าความทนทานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ก็ถือเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยครับ

รูปแบบงานที่จำเป็นต้องใช้

อย่างที่กล่าวไว้ว่าคำตอบของการตัดสินใจเลือกใช้นั้น อยู่ที่ประเภทงาน เรามาดูกันว่ามีงานกลุ่มประเภทไหนบ้าง ที่เหมาะกับการใช้เวิร์คเสตชั่น

นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล

Data Scientists ที่ทำงานกับข้อมูลจำนวนมากๆ ที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องช้ Workstation สเปคสูงๆ เพื่อทำงานแบบ Deep Learning ผ่านเครื่องมืออย่าง TensorFlow หรือ Keras เป็นต้น ซึ่งต่างก็ต้องจำเป็นต้องใช้ CPU และ GPU แรงๆ ในการทำงาน

งานออกแบบสามมิติ

ศิลปินและดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบงาน 3D ที่ซับซ้อน ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มงานที่เหมาะกับอุปกรณ์นี้ การ Render แบบ 3 Dimension นั้น กินพลังงาน Processing ของ Computer สูงมาก จึงจำเป็นต้องใช้ Graphic Card แรงๆ ที่มากับ Workstation เพื่อให้งานเรนเดอร์เสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ

วิศวกร

สำหรับวิศวกรที่มีการเขียนแบบ CAD ที่ซับซ้อน ก็จำเป็นต้องใช้ Processor ที่รวดเร็ว และ GPU ที่ทรงพลัง เพื่อเสริมความเร็วในการทำงานเช่นกัน ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดา ก็อาจจะเกิดการโหลดหรือกระตุกจนทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง

นักตัดต่อวิดีโอ

ปัจจุบัน หน้าจอและกล้องความละเอียดสูงสามารถถูกเข้าถึงและใช้งานได้มากขึ้น ทำงานให้ไฟล์งานที่ต้องนำมาตัดต่อนั้นมีขนาดใหญ่ และต้องการความแรงของตัวเครื่องมากขึ้น โดยเฉพาะ Video ความละเอียดระดับ 4K ที่อัดแน่นด้วย Pixel ถึง 8 ล้านจุดในแต่ละเฟรม

การตลาดระดับสูง

ในส่วนงาน Marketing บางทีก็ต้องทำงานกับไฟล์ใหญ่ๆ ที่ประกอบด้วย Graphic Design และรูปภาพจำนวนมาก ซึ่งก็กินพลังงาน CPU และ GPU เช่นกัน

งานสถานพยาบาล

Healthcare Professional ที่ต้องทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก ไม่ควรต้องเสียเวลาโหลด หรือรอข้อมูลประมวลผลนานจนเกินไป โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากการเกิดข้อมูลติดขัดในลักษณะ Bottleneck หรือคอขวด ซึ่งการใช้ Workstation ก็จะช่วยตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขี้นในส่วนนี้ไป

ราคา

ฟีเจอร์ที่เด่นๆ

เพื่อให้เข้าใจ และรู้จักความพิเศษของ Workstation Computer มากขึ้น เรามาดูฟีเจอร์ และองค์ประกอบที่ทำให้ตัวมันโดดเด่นกว่าคอมพิวเตอร์ธรรมดาทั่วไปกัน

ECC Ram (Error-Correcting Code)

การเกิด Error ในตัว Ram หรือหน่วยความจำ เป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอากาศจอดำขึ้นกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ โดยแรมแบบ ECC Memory นั้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด Error ในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย เพราะสามารถตรวจจับ และแก้ไขข้อมูลที่เกิดความผิดพลาดได้โดยไม่กระทบกับการทำงาน

Multiple Cores

เวิร์คสเตชั่นบางรุ่น จะมีจำนวน Processor Core ที่ค่อนข้างเยอะ ช่วยให้สามารถทำงานมากกว่า 1 โปรแกรมขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไป จำนวน 8-Core ถือเป็นรุ่นเริ่มต้น, 16-Core ถือเป็นแบบ Mid-Level และรุ่น High-end จะมีจำนวน 28-Core ขึ้นไป

การที่มีจำนวน Core เยอะ นั้นมีประโยชน์สำหรับการเปิดใช้งาน Application หลายๆ ตัว ที่กินสเปค Memory เยอะๆ อย่างเช่น โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล, งานเขียนแบบ, งาน Render สามมิติ และ อื่นๆ

GPU ระดับสูง

ส่วนใหญ่แล้ว Workstation มักจะถูกเลือกใช้งานในการตัดต่อวิดีโอ งานกราฟฟิค 3D งานออกแบบวิศวกรรม และ Data Science ดังนั้น ในส่วนของ Graphic Processing Card ก็ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ ยิ่งมี GPU ระดับสูง ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานต่างๆ

RAID Storage

ระบบ RAID System นั้น คือการทำ Redundant เพื่อ Backup ข้อมูลให้ปลอดภัย ในกรณีเกิดปัญหาขึ้นกับตัว HDD ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญมากๆ สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญ ที่ไม่อาจสูญหายได้

> อ่านบทความ RAID คืออะไร

SSD Storage

ปัจจุบัน PC ธรรมดาทั่วไปก็เริ่มนิยมหันมาใช้ความจุแบบ SSD กันมากขึ้น ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่า HDD ทั่วไป และสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าหลายเท่า

ในขณะที่มีคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คบางรุ่นเท่านั้น ที่จะมี SSD และหน่วยความจุรูปแบบนี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้งานของ Workstation ถึงแม้บางรุ่นจะมี HDD ธรรมดา ก็จำเป็นต้องใช้แบบ Hybrid ผสมกัน เช่น 1TB + 256GB SSD เป้นต้น

ขาย

จำหน่ายสินค้าไอทีทุกชนิด

Addin.co.th ภายใต้ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เรามีการ ขายอุปกรณ์ไอที ทุกชนิด ทุกแบรนด์ ของแท้ รับประกันศูนย์มาตั้งแต่ปี 1993 โดยเน้นให้บริการการใช้งานทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล ในราคาถูกที่สุดพร้อมบริการจัดส่งฟรี นอกจากนี้ เรายังมีบริการงานติดตั้ง วางระบบ ดูแลอุปกรณ์อีกด้วย

ให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงานของเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น หรือมองหา Solution ต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมเซอร์วิสบริการทั้งก่อนและหลังการขายถึงสถานที่