VMware Licensing 2025 อะไรเปลี่ยน และองค์กรคุณต้องปรับตัวยังไง?

title_vmware licensing 2025

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อช่วงปี 2023 บริษัท Broadcom ได้เข้าซื้อกิจการ Vmware และมีการปรับเปลี่ยน Packaging ต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และช่วงปีที่แล้วทาง Broadcom ก็ได้ประกาศ End of Sales (EOS) การซื้อ Software แบบ Perpetual พร้อมทั้งยกเลิก Bundle Package ต่าง ๆ ออก

สิ้นสุดยุค Perpetual License และ Bundle เก่า

Broadcom ได้ยุติการขาย License แบบ Perpetual (ซื้อขาด) และยกเลิกแพ็กเกจ Bundle ที่หลายองค์กรคุ้นเคย ได้แก่

  • VMware Essentials
  • VMware Essentials Plus
  • VMware Standard

ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียง Subscription-based License เท่านั้น โดยในประเทศไทยจะมีแพ็กเกจหลัก 2 แบบคือ

  • VMware vSphere Foundation (VVF) – เหมาะกับองค์กรที่ยังใช้ Data Center แบบ Traditional
  • VMware Cloud Foundation (VCF) – สำหรับองค์กรที่ต้องการโซลูชันแบบ Cloud-ready และ Hyper-converge

ความแตกต่างระหว่าง Perpetual และ Subscription

การซื้อสินค้าแบบ Perpetual คือการซื้อ Base License พร้อมกับ Maintenance Services ตามที่เราเข้าใจกันก็คือการซื้อ License แบบสิทธิ์ขาดและสามารถซื้อ Supports ปีต่อปีได้ตามต้องการ หากไม่ได้ต่อบริการ Supports ก็ยังสามารถใช้ License ได้อยู่ เพียงแต่จะไม่สามารถอัปเกรดเป็น Version ใหม่ได้ รวมไปถึงหากต้องการขอ Supports เปิดเคสก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือเมื่อ Version ปัจจุบันที่ใช้งานอยู่เลิกพัฒนา หรือมี Patch ย่อย ๆ เกิดขึ้น เราก็จะไม่สามารถอัปเดตได้อีกต่อไป ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

การซื้อสินค้าแบบ Subscription คือการซื้อ License แบบเช่าใช้ สามารถซื้อปีต่อปีได้ หรือซื้อแบบ 3 ปี หรือ 5 ปีได้ แน่นอนว่าเราต้องเตรียมงบประมาณทุกปีไว้สำหรับต่อ Subscription ไม่งั้นจะมีผลต่อการใช้งาน ซึ่งหากต่ออาจจะส่งผลกระทบเรื่องการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ไม่สามารถจัดการ vCenter ได้

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าที่เคยใช้สินค้าแบบ Perpetual จะไม่สามารถซื้อ MA ได้อีกต่อไป ต้องมาซื้อแบบ Subscription แทนโดยสามารถนำ Temp เดิมเพื่อมาขอเป็นส่วนลด Discount พิเศษ โดยติดต่อผ่าน แอด อิน บิซิเนส ได้เลย

สรุปความแตกต่างของทั้ง 2 รูปแบบ

ประเภท Perpetual License Subscription License
สิทธิ์การใช้งาน ซื้อขาด ใช้ได้ตลอดไป เช่าใช้รายปี (1, 3, 5 ปี)
Support & Upgrade ต่อ MA ได้ แต่ปัจจุบันถูกยกเลิก ได้รับอัปเดต + Patch ตลอดอายุสัญญา
ความเสี่ยง ไม่มี Patch/Support หากไม่ต่อ MA > เสี่ยงช่องโหว่ หากไม่ต่อสัญญา > ใช้งานระบบไม่ได้
งบประมาณ ลงทุนครั้งเดียว แต่หมดสิทธิ์อัปเดต ต้องกันงบรายปี แต่มั่นใจเรื่อง Security & Support

จำนวนขั้นต่ำในการเริ่มต้นซื้อ License Vmware คิดยังไง?

ตั้งแต่เมษายน 2025 เป็นต้นไป Broadcom กำหนดให้การสั่งซื้อ VMware License ต้องมีขั้นต่ำที่ 72 Cores / Order และ 16 Cores / CPU

ตัวอย่าง

  • แบบเดิม Server 1 เครื่อง (CPU 8 Cores) ซื้อ License เพียง 16 Cores ก็พอ
  • แบบใหม่! ต้องซื้อขั้นต่ำ 72 Cores แม้จะใช้จริงเพียง 8 Cores ก็ตาม

จากเดิมปีที่แล้วเราสามารถซื้อ Subscription License ที่ 16 Cores ได้ แต่รอบนี้จะทำไม่ได้อีกต่อไป ทำให้ต้องซื้อที่ 72 Cores แทน ซึ่งยอมรับโดยตรงว่ากลุ่มลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบแน่นอน คือ กลุ่มลูกค้า SMB ที่ไม่ได้มี Server ในองค์กรเยอะขนาดนั้น

เลือกแพ็คเกจการใช้งาน Vmware อย่างไร?

ปัจจุบัน Package ของ Vmware ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย ก็จะมี vSphere Foundation และ Vmware Cloud Foundation โดยมองหลัก ๆ จากกลุ่มลูกค้าที่ใช้ Server แบบ Traditional หรือ Hyper Converged การเลือกซื้อ License ต่าง ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับฟีเจอร์ (Features) อาจจะดูข้อแตกต่างเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ Vmware โดยตรง

vmware-compute-paths
vmware-storage-paths

ปัจจุบัน Vmware ได้ประกาศ Version 9.0 ออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นความหมายกลาย ๆ ว่าทาง Vmware จะเลิกพัฒนาและเลิกอัปเดต Patch กรณีมีช่องโหว่ของ Version เก่า ๆ แล้ว แต่สำหรับลูกค้าที่ใช้ 8.0 จะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และกลุ่มลูกค้าที่ใช้ Vmware 7.0 อันนี้จะได้รับผลกระทบชัดเจนเพราะได้มีการประกาศออกมาแล้วตามนี้

  • End of General Support (EoGS): October 2, 2025
  • End of Technical Guidance (EoTG): April 2, 2027

สำหรับ Perpetual License ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ Version 7.0 เนื่องจากไม่สามารถซื้อ MA และไม่ได้ย้ายมา Subscription ดังนั้นอาจจะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเป็นอย่างมาก

องค์กรควรปรับตัวอย่างไร?

ทางเลือกที่ 1: ย้ายมาใช้ Subscription License

  • ใช้สิทธิ์ Trade-in Perpetual License เพื่อรับส่วนลด
  • เลือกแพ็กเกจ VVF หรือ VCF ตาม Workload
  • ได้รับสิทธิ์อัปเดต Patch และ Technical Support

ทางเลือกที่ 2: พิจารณา Hypervisor ทางเลือกอื่น

หากงบประมาณไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ของ Broadcom องค์กรสามารถมองหา Hypervisor อื่น เช่น

  • Microsoft Hyper-V
  • Nutanix AHV
  • Proxmox VE
  • Open-source และ Commercial Solutions อื่น ๆ

ทางเลือกปัจจุบันสำหรับคนที่กำลังได้รับผลกระทบนี้ ก็คือต้องย้ายไปซื้อ License แบบ Subscription หรือมองหา Hypervisor ทางเลือกอื่น ๆ นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันมีหลายทางเลือกไม่ว่าจะเป็น Microsoft (Hyper-V), Nutanix, VME, Proxmox หรือค่ายอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่กับความชำนาญของฝ่ายไอที หรือการรองรับระบบปฏิบัติการณ์ (OS) ของ Platform ต่าง ๆ ด้วย

สรุป 

การเปลี่ยนแปลงของ VMware Licensing 2025 ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Broadcom ต้องการผลักดันตลาดสู่ Subscription Model อย่างเต็มรูปแบบ องค์กรที่ยังใช้ Perpetual License ต้องเร่งตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการ อัปเกรด Subscription หรือการ เปลี่ยน Platform ซึ่งในส่วนนี้ทาง บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์โซลูชันที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุ Subscription หรือการมองหา Hypervisor ทางเลือก เพื่อให้องค์กรของคุณมั่นใจได้ว่าระบบ IT Infrastructure จะยังคงปลอดภัยและรองรับการเติบโตในอนาคต

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ติดต่อเราเพื่อสั่งซื้อ สอบถาม หรือขอใบเสนอราคา
โทร : 02-713-2261 หรือ 063-819-7299

จัดส่งฟรี  รวดเร็ว  รวดเร็ว