ปัญหา คอมไม่มีเสียง หรือลำโพงคอมไม่ดัง เสียงไม่ออก เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่คนส่วนใหญ่ หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์มือใหม่เลยก็ว่าได้ แต่อาการเหล่านั้น อาจจะเป็นแค่เส้นผมบังภูเขาอยู่ก็ได้ เพราะบางครั้ง อาจจะเชื่อมต่อผิด หรือเลือก Output ไม่ถูกต้อง ในเนื้อหานี้ ผมจะพาไปดูวิธีแก้คอมไม่มีเสียงเบื้องต้นที่เชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเองได้อย่างแน่นอน
1. ตรวจสอบฮาร์ดแวร์ และจุดเชื่อมต่อต่างๆ
ก่อนที่จะทำสิ่งใดเกี่ยวกับระบบ หรือการตั้งค่าซอฟต์แวร์ สิ่งแรก ๆ ที่ควรทำก่อน ก็คือการเช็ฮาร์ดแวร์ หรือจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ก่อน เพราะโดยส่วนมากแล้ว มันเกิดปัญหาเส้นผมบังภูเขา เสียบผิดช่อง หรือเผลอกดปุ่ม Mute เอาไว้นั่นเอง
ตรวจสอบสายสัญญาณให้ชัวร์
ให้ลองตรวจสอบการเสียบสายที่ตัวเครื่อง ว่าเชื่อมต่อถูกหรือไม่ หากเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มักจะมี ที่ช่อง Audio 3.5mm จะมีการแบ่งสีของช่องเสียบ ที่ด้านหลังเคสคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยปกติแล้ว มักจะมีอยู่ 2-3 ช่อง ประกอบไปด้วย
- Line-out = ช่องสีเขียว (Output) สำหรับต่อลำโพง หรือหูฟังแบบไม่มีไมค์ และช่องนี้ส่งสัญญาณเสียงออกแบบ Stereo แยกเสียงซ้าย – ขวา ไปยังลำโพง
- Line-in = จะเป็นช่องสีฟ้า (Input) ที่เหมาะสำหรับรับเสียงเข้าจากอุปกรณ์อื่น ๆ ซึ่งจะเป็นระบบเสียงแบบ Stereo
- Microphone = ช่องสีชมพู (Input Mic) มีไว้สำหรับเชื่อมต่อกับไมโครโฟนเพื่อรับเสียงเข้าคอมมายังคอมพิวเตอร์ โดยช่องนี้จะรับสัญญาณเสียงแบบ Mono
โดยการเชื่อมต่อลำโพง หรือหูฟังที่ถูกต้องนั้น ต้องเชื่อมต่อกับช่อง line-out หรือ Speaker หากเสียบผิดช่อง ให้ลองสลับช่องเสียบให้ถูกต้อง แต่ถ้าที่ด้านหน้าเคส จะมี Front Panel อยู่ ปกติแล้วมักจะมีเพียงช่องเดียว ซึ่งจะเป็นสีดำ เรียกว่า Audio Combo Jack 3.5mm ซึ่งช่องนี้จะรองรับทั้ง หูฟัง และไมโครโฟนในช่องเดียว ถ้าเกิดเสียบแล้วไม่ติด ลองสลับไปเชื่อมต่อด้านหลังดูก่อน หากติด แสดงว่าช่องเสียบหูฟังด้านหน้าเสีย
ถ้าไม่ติด หรือไม่มีสัญญาณใดๆ แสดงขึ้นมาที่หน้าจอ หรือเสียงไม่ออกเลย อาจจะต้องนำลำโพง หรือหูฟังไปทดสอบเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่รองรับสาย 3.5mm ดูก่อน ต่อแล้วยังไม่ติดอีก แสดงว่าหูฟัง หรือลำโพงตัวนั้นพังแล้วนั่นเอง
ตรวจสอบช่องสัญญาณให้ถูกต้อง
2. ตั้งค่า Sound Output ใน Windows
สาเหตุ คอมไม่มีเสียง ที่พบบ่อยที่สุดใน Windows 10 – Windows 11 ก็คือ การเลือกอุปกรณ์ Output ผิดตัว ยกตัวอย่างเช่น ในคอมพิวเตอร์ของเราเชื่อมต่อลำโพงเอาไว้ แต่ระบบเลือกไปส่งสัญญาณเสียงออกไปที่หน้าจอ หรือผ่านสาย HDMI, DisplayPort แทน ถ้าจอที่เชื่อมต่ออยู่ไม่มีลำโพงในตัว หรือไม่ได้ต่อ Soundbar ที่ตัวจอแล้วล่ะก็ เสียงทั้งหมดก็จะเงียบไปนั่นเอง นี่จึงทำให้เสียงไม่ไปออกที่ลำโพง ทำให้เราไม่ได้ยินเสียง
วิธีเลือกอุปกรณ์ Output ให้ถูกต้อง ใน Sound settings Windows
การเลือกอุปกรณ์ Output ของเสียงใน Windows 11 ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เลย ดดยมองหา icon รูปลำโพง ที่ด้านขวามือของ Taskbar จากนั้นคลิกขวาที่ไอคอนลำโพง แล้วเลือก Sound Settings
คลิกขวาที่รูปลำโพง เลือก Sound Settings
ระบบจะเปิดหน้าต่าง Settings ขึ้นมาให้ ในส่วนของ Output ให้เลือกเป็น Speakers หากเสียบสายเชื่อมต่อลำโพงไว้ที่ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเลือกที่จอภาพ หากคุณเสียบสายลำโพงไว้กับหน้าจอ แต่ในกรณีที่เชื่อมต่อกับลำโพง หรือหูฟังด้วยสาย USB ใน Windows ก็จะแสดงชื่ออุปกรณ์มาให้ตามชื่อรุ่นลำโพงที่เชื่อมต่อมาให้เห็น
เมื่อเลือกเสร็จแล้ว ให้ปิดหน้าต่างนี้ออกไปได้เลย เสียงก็จะดังที่ลำโพงตามปกติแล้ว แต่ถ้ายังมีปัญหา คอมไม่มีเสียง ให้ลองปิดหน้าต่างงาน หรือเบราเซอร์ที่คุณกำลังเปิด Youtube หรือโปรแกรมต่างๆ กำลังเล่นอยู่ เพื่อให้ระบบทำการรีเซ็ตใหม่ เมื่อปิดโปรแกรมแล้วเปิดใหม่ ตัวโปรแกรมก็จะเลือก Output เสียงตามที่เราได้ตั้งค่าระบบเอาไว้ให้อัตโนมัติเลยครับ
คลิกเลือก Output ที่ต้องการ
หรืออีกวิธีง่าย ๆ ด้วยการคลิกซ้ายที่รูปลำโพง เพื่อให้ระบบเปิด Quick Settings Panel ขึ้นมา และที่ด้านล่างจะมีแถบเสียงแสดงขึ้นมา ให้ลองเลื่อนแถบเสียงดู ว่ามีเสียงออกมาหรือไม่ > ถ้ายังไม่มีเสียงออกมาแสดงว่าเลือก Output Device ไม่ถูก ให้คลิกที่ Select a sound output ที่หลังแถบระดับเสียง
คลิกซ้ายที่รูปลำโพง แล้วคลิก Select a sound output
ในส่วนของ Output Device คุณสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับลำโพงได้เลย เช่นหากเชื่อมต่อจากด้านหลังหน้าจอ ก็ให้เลือกชื่อรุ่นของจอที่เชื่อมไว้ หากเชื่อมโดยอุปกรณ์อื่นผ่าน USB ก็ให้เลือกชื่อของ USB นั้น ๆ นั้น ๆ ได้เลย เพียงเท่านี้ ก็อาจจะแก้ปัญหา คอมไม่มีเสียง ได้สำเร็จ
เลือก Output device ที่ต้องการ
3. แก้ปัญหาผ่าน Volume Mixer
บางครั้งคอมไม่ได้ไม่มีเสียงทั้งหมด แต่ไม่มีเสียงเฉพาะบางโปรแกรม เช่น ตอนเปิด Chrome หรือ เล่นเกมแล้วไม่ได้ยินเสียง หรือแต่ละโปรแกรมเสียงดังไม่เท่ากัน กรณีนี้อาจเกิดจาก การตั้งค่าระดับเสียงแยกตามแอปพลิเคชันไว้ครับ
ซึ่งวิธีแก้ให้คลิกขวาที่ไอคอนลำโพงตรงแถบ Taskbar > จากนั้นคลิกเลือก Open Volume mixer
คลิกขวาที่รูปลำโพง แล้วเลือก Open volume mixer
ในหน้าต่าง Volume mixer ให้ลองตรวจสอบดูว่า ในรายชื่อ App ที่แสดงอยู่นั้น มีโปรแกรมไหนปิดเสียง หรือลดเสียงไว้หรือไม่ โดยสังเกตที่แถบระดับเสียง เพราะบางโปรแกรมอาจจะปิดเสียงไว้ (Mute) ทำให้ คอมไม่มีเสียง ให้แก้ไขโดยการกดปุ่ม Reset ด้านล่างสุด เพื่อให้ระบบทำการคืนค่าเริ่มต้นของเสียงในทุกแอป จากนั้นก็ให้ปิดโปรแกรมทั้งหมด แล้วก็สามารถใช้งานได้ตามปกติเลยครับ
คลิกขวาที่รูปลำโพง แล้วเลือก Open volume mixer
4. จัดการกับ Driver
Driver คือ ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ที่คอยสั่งงานระหว่าง OS กับ Sound Card เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นล่าม ที่จะคุยระหว่าง ฮาร์ดแวร์ กับระบบปฎิบัติการนั่นเอง หากล่ามทำงานผิดพลาด หรือไดร์เวอร์เสียงหายจากการอัปเดต Windows หรือเผลอลบสิ่งสำคัญไป เสียงก็จะไม่ดัง อาจส่งผลให้ คอมไม่มีเสียง ก็เป็นได้
สิ่งที่ต้องทำคือการอัปเดต Driver ผ่าน Device Manager เริ่มด้วยการคลิกขวาที่ปุ่ม Start (Windows Logo) > เลือก Device Manager จากนั้นระบบจะเปิดหน้าต่างขึ้นมา ให้หาหัวข้อ Sound, video and game controllers แล้วกดขยายลงมา
คลิกขวาที่ Start แล้วเลือก Device Manager
ปกติแล้วการ์ดเสียงออนบอร์ดมักจะเป็นชื่อ Realtek(R) Audio หรือ High Definition Audio Device แต่เครื่องที่ผมใช้อยู่จะมีชื่อว่า Synaptics HD Audio คลิกขวาที่ชื่อแล้วเลือก Update Driver
คลิกขวาเลือก Update driver
จากนั้นเลือกคลิกที่ Search automatically for drivers เพื่อให้ระบบทำการตรวจเช็ค และอัพเดตไดรเวอร์จากไฟล์อัพเดต Windows ล่าสุดให้อัตโนมัติ หากมีการอัพเดต หรือไฟล์ไม่สมบูรณ์ Windows 11 ก็จะทำการติดตั้ง Driver ให้ใหม่เลยครับ
คลิก Search automatically for drivers
หรือในกรณีที่ ก่อนอัพเดต Windows เสียงลำโพงดังปกติ แต่หลังจากการอัพเดต Windows OS แล้วเสียงหายไป ให้ทำดังนี้
ให้เข้าไปใน Device Manager คลิกขวาที่ Driver เสียง > เลือก Properties > ไปที่ Tab Driver > จากนั้นกดปุ่ม Roll Back Driver เพื่อย้อนกลับไปยังไดร์เวอร์เวอร์ชั่นก่อนหน้า แต่ถ้าไม่มีให้กด สามารถคลิกที่ปุ่ม Uninstall Device > ติ๊กถูกที่ Attempt to remove the driver for this device > แล้วคลิกปุ่ม Uninstall เพื่อยืนยันการถอนการติดตั้ง
Uninstall Driver
หลังจาก Uninstall แล้ว ให้คลิกต่อไปที่ ต่อไปให้ Restart คอมพิวเตอร์หนึ่งครั้ง Windows จะพยายามติดตั้ง Driver ให้ใหม่อัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง เพียงเท่านี้ ก็อาจทำให้ปัญหา คอมไม่มีเสียง ถูกแก้ไขได้แล้ว
5. ตรวจสอบ Windows Audio Services
ตรวจการทำงานเบื้องหลัง โดยเช็คจาก Windows Audio Services หากบริการที่เกี่ยวกับเสียงหยุดทำงาน (Stopped) ต่อให้คุณตั้งค่าใน Control Panel อย่างไรเสียงก็จะไม่ดัง ส่งผลให้ คอมไม่มีเสียง นั่นเอง
กดปุ่ม Windows + R บนคีย์บอร์ด พิมพ์คำว่า services.msc แล้วกด Enter เลื่อนหาชื่อบริการ 3 ตัวนี้ Windows Audio, Windows Audio Endpoint Builder และ Remote Procedure Call (RPC) แล้วตรวจสอบคอลัมน์ Status ขึ้นว่า Running หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่าปกติไม่ได้มีปัญหา
ถ้าช่อง Status ขึ้นเป็น Stopped หรือ Disabled อยู่ ให้คลิกขวาแล้วเลือก Restart เพื่อให้ระบบเริ่มต้นทำงานใหม่อีกครั้ง หรือจะเปลี่ยน Startup Type เป็น Automatic เลยก็ได้
ตรวจเช็กการทำงานของ Audio Service
6. ปิดฟีเจอร์ Audio Enhancements
สำหรับ Audio Enhancements ฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงของ Windows เพิ่มเติม เช่น Bass Boost หรือ Virtual Surround และบางครั้งอาจไปขัดแย้งกับ Driver ของผู้ผลิตได้เช่นกัน ทำให้ระบบประมวลผลเสียงไม่ได้ และเสียงไม่ออกลำโพง คอมไม่มีเสียง
วิธีแก้ ให้ไปที่ Sound Settings โดยคลิกขวาที่รูปลำโพงบนแถบ Taskbar > แล้วคลิกที่ Sound Settings > จากนั้นเลื่อนลงมาล่างสุดเลือก More sound settings
คลิก More sound settings
ที่ Tab Playback คลิกเลือกลำโพงที่เชื่อมต่ออยู่ > คลิกเลือก Properties > และไปที่ Tab Enhancements > ในหน้าต่างนี้ให้ติ๊กถูกที่ช่อง Disable all enhancements แล้วกด Apply จากนั้นทดสอบเสียงว่า มีเสียงออกลำโพงปกติหรือไม่ ทางที่ดีควร Restart คอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ระบบรีเซ็ตการทำงานใหม่ วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาเสียงคอมเพี้ยนได้ด้วยนะ
ปิดฟังก์ชัน Sound effects
7. ตรวจสอบใน BIOS หรือ UEFI
ถ้าลองทำตามวิธีต่าง ๆ ที่ผ่านมาแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา คอมไม่มีเสียง ได้ หรือไม่พบชื่อ Sound Card ใน Device Manager เลย อาจจะเป็นไปได้ว่าใน BIOS ไม่ได้เปิดใช้งาน Onboad Audio Controller ไว้ แต่ในนี้จะตั้งค่าได้เฉพาะบางรุ่น หรือบางยี่ห้อเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่จะเปิดเป็นค่า Default มาให้อยู่แล้ว ไม่มีเมนูนี้ให้เลือกเปิด หรือปิด
วิธีเช็กก็ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์แล้วกดปุ่ม Del, F2 หรือ F12 เพื่อเข้า BIOS แต่ละรุ่นกดไม่เหมือนกันอาจจะต้องดูที่คู่มืออีกครั้ง เมื่อเข้าสู่หน้า BIOS / UEFI แล้ว ให้หาเมนูที่ชื่อว่า Integrated Peripherals หรือ Onboard Devices Configuration หรือ Audio Configuration หรืออาจจะอยู่ใน I/O Interface แล้วแต่รุ่น
เลื่อนหา I/O interface
ในตัวอย่างจะเป็น ASUS UEFI ซึ่งเมนูจะถูกซ่อนไว้ที่แถบ Security > I/O Interface Security เมื่อเข้ามาแล้วก็จะเห็นส่วนที่สามารถตั้งค่าเปิด ปิดพอร์ตต่าง ๆ ได้ ในนี้ให้ดูที่หัวข้อ HD Audio Interface แล้วปรับเป็น Enable เสร็จแล้วก็กด F10 เพื่อบันทึกการตั้งค่า และเข้าสู่ Windows ใช้งานได้ปกติ หรือถ้าเปิดแล้วยังมีปัญหา คอมไม่มีเสียง ก็อาจจะต้องติดตั้ง Driver ใหม่อีกครั้งใน วิธีที่ 4 ได้เลยครับ
ปรับ HD Audio Interface ให้เป็น Enabled
8. วิธีสุดท้าย ส่งเคลม
ทางเลือกสุดท้ายเมื่อลองแก้ทุกวิธีแล้ว ปัญหา คอมไม่มีเสียง ยังไม่หาย ก็แสดงว่าเกิดจาก Hardware หรือ Sound Card onboard เสียจริงๆ ถ้าอยู่ในระยะเวลารับประกัน ก็อาจจะต้องส่งศูนย์บริการ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายในการเคลมสินค้าได้เลย สาเหตุที่ทำให้การ์ดเสียงบนเมนบอร์ดเสียหาย ก็อาจจะเกิดการลัดวงจรภายใน หรือเกิดความชื้นสะสมจนทำให้ชิปเสียงลัดวงจรนั่นเอง
แต่ถ้าเครื่องอยู่นอกประกัน หรือพ้นระยะเวลาการรับประกันแล้ว ผมก็มีทางเลือกแนะนำ คือหาซื้อ USB Sound Card ที่มี DAC ในตัว เป็นอุปกรณ์ตัวเล็ก ๆ เชื่อมต่อผ่าน USB และต่อลำโพง หรือหูฟัง ใช้งานได้ทันที ราคาก็อาจจะอยู่ประมาณหลักร้อยบาท ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดี และไม่แพงด้วยครับ
ในกรณีที่เป็นคอมตั้งโต๊ะ แต่ไม่อยากให้มีสายเชื่อมจาก USB ก็ลองหา Internal Sound Card มาเสียบติดตั้งบน Slot PCIe บนเมนบอร์ดก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิมอีกด้วยนะ ราคาก็มีหลักร้อย ไปถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับความต้องการเลย
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
สรุปแล้วปัญหา คอมไม่มีเสียง ส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาจากการใช้งาน หรือตั้งค่าระบบผิด บางครั้งก็อาจจะเกิดจากปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ และไดร์เวอร์ ที่เกิดข้อผิดพลาด การไล่เช็คปัญหาเบื้องต้นดูก่อน เพราะส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาด้านซอฟต์แวร์มากกว่า ถ้าลองทำตามแล้วมีเสียงกลับมาปกติ ก็ไม่ต้องไปเสียเงินซ่อม หรือเสียเวลาส่งศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คนั่นเอง หวังว่าเพื่อนๆ อ่านบทความนี้แล้วจะสามารถแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ไม่มีเสียงได้นะครับ อย่างไรแล้วหากลองแก้ทุกวิธี แต่ยังใช้งานไม่ได้ ก็อาจจะต้องส่งซ่อมจริงๆ หากอยู่ในประกันก็จะฟรี แต่ถ้านอกประกันก็อาจจะต้องเสียเงินเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ซึ่งก็ค่อนข้างหลายตังค์อยู่เหมือนกันครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ






