Intel Core Series 2 Bartlett Lake-S นิ่ง เสถียร ด้วย P-Core ล้วน

Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S)

ในยุคที่การประมวลผลข้อมูล ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนระบบ Cloud เพียงอย่างเดียว Edge Compute และ Edge AI ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ Intel เปิดตัว Processor ที่มี P-Core ล้วนออกมา เพื่อปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ด้วย Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) ที่ออกแบบมาให้มีความเสถียรสูง ทำงานนิ่ง ความหน่วงต่ำ มีความแม่นยำสูง

Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) มีความสำคัญอย่างไร

ล่าสุดในงาน Embedded World 2026 ทาง Intel ได้เปิดตัว Intel Core Series 2 โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อ Edge Compute อย่างแท้จริง มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนของระบบอุตสาหกรรม ที่มีการทำงานแม่นยำระดับเสี้ยววินาที Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) เป็น Processor ที่เน้นความคุ้มค่า

โดยหัวใจหลักของ Bartlett Lake-S (2026) รุ่นใหม่นี้จะมีเพียงแค่ P-Core เท่านั้น ไม่มี E-Core แล้ว ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานกับ Edge Compute โดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มนี้ จะไม่ได้เน้นการทำงานด้าน AI แต่จะเน้นความเร็วในการทำงานแบบคงที่ จึงให้ความเสียร และมีความหน่วงต่ำที่สุด เพราะไม่ต้องสลับการทำงานระหว่าง P-Core และ E-Core เหมือนกับ CPU ในฝั่ง Consumer ทั่วไป ที่มักจะทำงานแบบ Hybrid P-Core + E-Core นั่นเอง

เพราะการทำงานในระบบโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) หรือหุ่นยนต์ควบคุมทิศทาง หากมีความผิดพลาดเพียงมิลลิวินาทีจากความหน่วงที่เกิดขึ้นในช่วงการสลับการทำงานไปมาระหว่างคอร์ประมวลผล P-Core และ E-Core อาจส่งผลเสียต่อสายการผลิตได้เลย ทาง Intel จึงตัดคอร์ประหยัดพลังงานอย่าง E-cores ออกทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกทำงานจะใช้ Performance-cores ที่มีความเสถียรสูงสุด ลดอาการหน่วง หรือสะดุด และเพิ่มความแม่นยำในการสั่งการแบบ Real-time ได้ดีที่สุดอีกด้วย

Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S)

Intel Core Series 2 with P-Cores

มีรุ่นไหนบ้าง

Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) รุ่นที่เปิดตัวในปี 2026 ก็จะมีอยู่หลายตัวเลย และอาจจะเป็นรหัสที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้

กลุ่มประสิทธิภาพสูงสุด (PQE Series)

ย่อมาจาก Performance Quad-power Embedded มันคือ Processor ตัวแรง กินไฟที่ 125W มีประสิทธิภาพสูงสุดของตระกูล Bartlett Lake-S เหมาะสำหรับงานคำนวนหนักๆ ที่มักใช้งานโรงงาน หรือระบบควบคุมส่วนกลาง ที่ต้องจัดการกับระบบข้อมูล เป็นต้น ในกลุ่มนี้เปิดตัวออกมา 3 รุ่นด้วยกัน คือ

  • Intel Core 9 273PQE: 12 P-Cores/24 Threads, Boost สูงสุด 5.9 GHz
  • Intel Core 7 253PQE: 10 P-Cores/20 Threads, Boost สูงสุด 5.7 GHz
  • Intel Core 5 223PQE: 8 P-Cores/16 Threads, Boost สูงสุด 5.5 GHz

เน้นความสมดุล (PE Series)

หรือ Performance Embedded กินไฟที่ 65W ทำงานอยู่ในระดับกลาง ๆ ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับ Industrial PC (IPC) ทั่วไปที่ใช้ในสายการผลิต แรง แต่ก็ยังควบคุมความร้อนได้ดี 65W นี่ก็จะพอ ๆ กับ Desktop ทั่วไปเลย และกลุ่มนี้ก็มีให้เลือก 4 รุ่น คือ

  • Intel Core 9 273PE: 12 P-Cores/24 Threads, Boost สูงสุด 5.7 GHz
  • Intel Core 7 253PE: 10 P-Cores/20 Threads, Boost สูงสุด 5.5 GHz
  • Intel Core 5 223PE: 8 P-Cores/16 Threads, Boost สูงสุด 5.4 GHz
  • Intel Core 5 213PE: 8 P-Cores/ 16 Threads, Boost สูงสุด 5.2 GHz

กลุ่มประหยัดพลังงาน (PTE Series)

มาจากคำว่า Performance Thermal Embedded เป็นกลุ่มที่ปรับแต่ง เพื่อให้ลดการใช้พลังงานลง กินไฟอยู่ที่ 45W และมีความร้อนน้อยกว่ากลุ่มอื่น แน่นอนว่าออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ Edge ขนาดเล็ก หรือระบบที่ไม่มีพัดลม (Fanless Design) เช่น Robot ขนาดเล็ก, ป้ายโฆษณา เป็นต้น และกลุ่มนี้ก็มีให้เลือก 4 รุ่นด้วยกัน คือ

  • Intel Core 9 273PTE: 12 P-Cores/24 Threads, Boost สูงสุด 5.5 GHz
  • Intel Core 7 253PTE: 10 P-Cores/20 Threads, Boost สูงสุด 5.4 GHz
  • Intel Core 5 223PTE: 8 P-Cores/ 16 Threads, Boost สูงสุด 5.4 GHz
  • Intel Core 5 213PTE: 8 P-Cores/ 16 Threads, Boost สูงสุด 5.2 GHz
เปิดตัว

Intel Core Series 2 specification list

Edge Computing คืออะไร

Edge Computing คือ สถาปัตยกรรมไอที ที่ประมวลผลข้อมูลอยู่ขอบของระบบเครือข่าย หรืออยู่ใกล้กับแผล่งผลิตมากที่สุด เช่น หุ่นยนต์สายผลิตในโรงงาน, อุปกรณ์ IoT ที่สามารถทำงานได้ในตัวเอง โดยไม่ต้องรับคำสั่งจ่ะส่วนกลาง หรือระบบ Cloud ที่อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของการส่งสัญญาณ ความหน่วง ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเปิดตัว Intel Core Series 2 ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการออกชิปรุ่นใหม่เท่านั้น แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าอนาคตของ AI ไม่ได้อยู่แค่ใน Data Center เท่านั้น แต่ควรมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสายพานการผลิตของโรงงาน วงการแพทย์ ร้านอาหาร หรืองานอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Cloud

ทำไม Edge ถึงสำคัญ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องด้วยข้อจำกัดของ Cloud Computing จำเป็นต้องส่งสัญญาณไปมาระหว่างอุปกรณ์ กับเซิร์ฟเวอร์ ทำให้มีระยะเวลา หรือความหน่วง (Latency) ในการเชื่อมต่อเกิดขึ้น และเมื่อไหร่ที่เน็ตหลุด การทำงานทุกอย่างก็จะถูกตัดขาด ถึงขันหยุดชะงักไปเลย Edge Computing จึงเข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้ไป เพราะสามารถทำงานที่ปลายทางได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งพาคำสั่งจาก Cloud Computing นั่นเอง

รุ่นใหม่

Edge Computing

ควรเลือกใช้รุ่นไหนดี

ถ้าถามว่าควรเลือกใช้รุ่นไหนดี? ในปีนี้ Intel ได้วางกลยุทธ์การครองตลาด Edge อย่างแท้จริง ด้วยผลิตภัณฑ์สอง Line up หลัก เพื่อให้เหมาะกับงานอย่างถูกต้อง และทำให้มีประสิทธิภาพในการทงานสูง และสเถียรมากที่สุด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

Edge Computing

อาจจะเลือกใช้เป็น Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) รุ่นที่กำลังพูดถึงอยู่ในบทความนี้ เนื่องจากมาพร้อมกับ P-Core อย่างเดียว ทำให้มีความเร็วที่สม่ำเสมอ เสถียร เพราะไม่ต้องสลับคอร์ไปมา เพราะจะทำให้จังหวะในการทำงานเพี้ยน เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในโรงงาน (Industrial PC) ที่ควบคุมสายผลิต คุมแขนกลในโรงงานอุตสาหกรรมพร้อมกันหลายตัว รวมไปถึง Robotics และระบบที่ต้องการความเสถียรระดับสูง (High Reliability)

Edge AI

หรือกลุ่ม AI Computing ควรเลือกเป็น Intel Core Ultra 3 for Edge เพราะ Processor ในกลุ่มนี้ มี NPU (Neural Processing Unit) ที่ประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ และทำงานร่วมกันระหว่าง CPU+GPU+NPU ได้ Overall TOPS สูง ออกแบบมาเพื่อประมวลผลโมเดล AI ที่ซับซ้อนและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

Bartlett Lake-S

Edge Compute and Edge AI

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป

สรุปการเปิดตัว Intel Core Series 2 คือ หมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า Intel ยังคงเป็นผู้นำในตลาด Edge ด้วยชิปที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การใช้งานจริง มากกว่าการเทียบแค่ตัวเลขใน Benchmark ทั่วไป และด้วยความสามารถในการจัดการงานแบบ Real-time ควบคู่ไปกับความนิ่ง และความเสถียรของระบบ มันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของ Edge Compute ให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขึ้น

ถึงแม้ Intel Core Series 2 (Bartlett Lake-S) จะน่าสนใจสำหรับคนต้องการ CPU ที่เน้น Performance Core เป็นหลัก แต่ก็น่าเสียดาย Intel ไม่ได้จำหน่ายให้ใช้งานสำหรับเครื่อง Consumer ทั่วไป แต่เน้นจำหน่ายให้กับ OEM สำหรับระบบ Embedded เท่านั้น เนื่องจากถูกออกแบบ และผลิตขึ้นมาเพื่องานด้าน Edge Computing โดยเฉพาะนั่นเองครับ

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน