จอคอมยี่ห้อไหนดี รวมแบรนด์ Monitor ชั้นนำ พร้อมข้อดี ข้อเสีย

จอคอมยี่ห้อไหนดี

ต้องบอกก่อนเลยว่า Monitor หรือจอคอมแต่ละแบรนด์ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปมากแล้ว ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ประสิทธิภาพ และการทำงานค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกันมาก แต่อาจจะแตกต่างกันไปในฟีเจอร์บางอย่าง รวมไปถึงด้านการดีไซน์ด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย ว่าอยากใช้ หรือมั่นใจยี่ห้อไหนมากกว่ากัน เนื้อหาในส่วนนี้ผมก็จะพาไปดูว่าแต่ละยี่ห้อ ว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี มีอะไรโดดเด่น และข้อสังเกตุของแต่ละยี่ห้อว่ามีอะไรบ้าง

จอคอมยี่ห้อไหนดี

Dell

บริษัท Dell ก่อตั้งขึ้นโดย Michael Dell ในปี 1984 ถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่รับอัปเกรด และประกอบคอมพิวเตอร์ เพื่อจำหน่ายเองโดยไม่ผ่านตัวแทน หลังจากนั้นก็เริ่มผลิตจอคอม (Monitor) ออกมาขายในช่วงปลายของยุค 1980s เพื่อขายควบคู่ไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ทุกแบรนด์ จนปัจจุบันมีหลายซีรีส์ ประกอบด้วย

  • UltraSharp Series: คือสินค้าในรหัส U, UP ที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มงานกราฟิกมืออาชีพ เน้นค่าสีที่แม่นยำสูง
  • P Series: หรือ Professional รหัส P เป็นขวัญใจชาวออฟฟิศ และคนทำงานเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นจอที่ออกแบบมาให้สบายตา ขาตั้งสามารถปรับได้ยืดหยุ่น
  • S Series: ซึ่งย่อมาจากคำว่า “Studio” มักจะเห็นในรหัส S เป็นจอฝั่ง Consumer ที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ดูหนัง ฟังเพลง เป็นหลัก ดีไซน์จะดูทันสมัย บางรุ่นจะมาพร้อมลำโพงใตตัว และราคาที่เข้าถึงง่าย
  • E Series: จอภาพราคาประหยัด ออกแบบมาสำหรับการใช้งานพื้นฐาน เน้นความคุ้มค่า เช่น ออฟฟิศสำนักงาน โรงเรียน หรือกลุ่มงานทั่วไปที่ไม่ได้เน้นฟังก์ชันอะไรมากมาย
  • G Series และ Alienware: ในรหัส G หรือ AW มันคือจอภาพที่ออกแบบมาสำหรับชาวเกมมิ่งใฝโดยเฉพาะ โดยที่
    • G Series จะเน้นประสิทธิภาพในการแสดงผลภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว เนื่องจากกลุ่มนี้จะมีค่า Refresh Rate สูงกว่า 144Hz ขึ้นไป และมีค่า Response ที่ต่ำ เป็นกลุ่มเกมมิ่งที่มีราคาเข้าถึงง่าย
    • Alienware Series คือจอเกมมิ่ง ระดับไฮเอนด์ของ Dell ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ เช่น Panel OLED, QD-OLED มีค่า Response ต่ำมาก รวมถึงค่า Refresh Rate สูงทะลุ 360Hz ขึ้นไป และกลุ่มนี้ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์แนวอวกาศ พร้อมไฟ RGB แบบจัดเต็มอีกด้วย

จุดเด่น

  • การรับประกัน และบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ เป็นอันดับต้น ๆ ของวงการ มีความทนทาน จนหลายคนไว้ใจเลือกใช้
  • พอร์ตเชื่อมต่อ และฟีเจอร์เยอะ จอ Dell ตั้งแต่ P Series ขึ้นไป มักจะมี USB Hub มาให้ในตัว ใครที่พอร์ตน้อย สามารถต่อ USB จากด้านหลังจอได้ อีกทั้งรุ่นใหม่ ๆ จะมี KVM Switch มาให้อีกด้วย ทำให้สลับการเชื่อมต่อไปได้ง่าย ๆ สำหรับคนที่มีคอม 2 เครื่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อพ่วงแบบ Daisy Chain ถือว่าเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ใส่เทคโนโลยีนี้มาให้ตั้งแต่รุ่นเก่า จนมาถึงรุ่นใหม่ ๆ ใครที่พอร์ตเชื่อมต่อน้อย ก็ใช้งาน 2 – 5 จอได้สบาย >> https://addin.co.th/blog/daisy-chain/
  • มีฟีเจอร์ถนอมสายตา ComfortView Plus ซึ่งจะช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา จากฮาร์ดแวร์โดยตรง แต่การลดแสงนี้จะไม่กระทบต่อสีสันที่ออกมา เรียกได้ว่าสีไม่เพี้ยนเลยนั่นเอง

ข้อสังเกตุ

  • ดีไซน์ค่อนข้างเรียบ ไม่หวือหวาสักเท่าไหร่สำหรับรุ่นทั่วไป ส่วนใหญ่จะออกแบบมาสำหรับออฟฟิศ สำนักงานเป็นหลักอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีลูกเล่นอะไรให้ดูมากมาย แต่ใครที่ต้องการความเท่ อาจจะต้องไปเลือกรุ่นที่เป็นสายเกมมิ่งแทน
  • ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ แต่บริการหลังการขายดี

สรุปสั้น ๆ หากซื้อ Dell ก็เหมือนซื้อความชัวร์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการที่จ่ายแพงกว่า แต่แลกมากับงานประกอบที่ทนทาน สีของจอที่แม่นยำ รวมถึงบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของโจทย์ที่ว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี

จอคอมยี่ห้อไหนดี

Dell Monitor

LG

LG คือชื่อที่เปลี่ยนมาจาก Lucky Goldstar เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ จากการรวมตัวของบริษัท Lucky Chemical Industrial และ Goldstar เมื่อปี 1995 ทำการตลาดในระดับสากล ที่จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งในนั้นก็คือจอภาพนั่นเอง

LG นั้นถือว่าเป็นราชาแห่งนวัตกรรมพาเนลจอ และความบันเทิงเลยหละ และยังเป็นผู้ผลิตพาเนลจอส่งให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งจอก็มีแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ดังนี้

  • UltraGear Series: คือจอเกมมิ่ง เป็นที่สุดของกลุ่มคนเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์ เน้นความละเอียดในการแสดงผล พาเนลเทพ ๆ และค่า Refresh Rate ระดับ 240 – 540Hz พร้อมอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี G-Sync / FreeSync Premium Pro
  • UltraWide Series: LG ถือว่าเป็นผู้นำด้านจออัตราส่วน 21:9 และ 32:9 เลยก็ว่าได้ ซึ่งออกแบบมาสำหรับกลุ่มคนทำงานที่เปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันแบบ Multitasking รวมไปถึงสายตัดต่อวิดีโอ ที่มี Timeline ยาว ๆ ได้สบาย ๆ
  • Ergo Series: เป็นหน้าจอที่ออกแบบมาสำหรับคนรักสุขภาพ หรือสายจัดโต๊ะคอมแบบมินิมอล ด้วยความพิเศษของขาจอที่เป็นแบบหนีบกับขอบโต๊ะ (C-Clamp) ที่แถมให้มาในกล่อง โดยไม่ต้องซื้อขาจอแยก ทำให้สามารถปรับองศาการใช้งานได้อิสระ ตามที่ต้องการได้ง่ายกว่าซีรีส์อื่น และยังช่วยเพิ่มพื้นที่โต๊ะทำงานให้ดูโล่งสะอาดตาอีกด้วย
  • MyView Smart Monitor: ตัวนี้จะเป็นจอคอมอัจฉริยะ ทำงานได้แบบไม่ต้องง้อ PC ได้ ด้วยตัวจอเอง มีระบบปฏิบัติการ webOS เหมือนกับที่อยู่ในสมาร์ททีวี ทำให้รองรับแอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือทำงานผ่านระบบ Cloud อย่างเช่น Microsoft 365 ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดคอม เรียกได้ว่าเป็นจอแบบ Hybrid ที่ตอบโจทย์ สำหรับสำนักงาน ห้องประชุม หรือคนที่อาศัยอยู่คอนโดได้ดีเลยหละ
  • UltraFine และ UltraStudio Series: จอในกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาสำหรับคนทำงานสายกราฟิก หรือกลุ่มครีเอเตอร์โดยเฉพาะเลย ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ ช่างตัดต่อวิดีโอ รวมถึงคนที่ใช้งาน Mac ด้วย ความพิเศษของซีรีส์นี้ก็คือ มีความละเอียดสูงระดับ 4K – 5K ให้สีที่เที่ยงตรง ขอบเขตสีกว้าง รองรับการทำงานกับ Mac ได้ผ่าน Thunderbolt หรือ USB-C ได้ง่ายๆ

จุดเด่น

  • เป็นผู้นำเทคโนโลยี Nano IPS และ OLED ระดับท็อปของโลก ผลิตพาเนลจอใช้เอง และส่งขายให้กับพาร์ทเนอร์ทั่วโลก
  • มีการจูนสีที่จัดจ้าน ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์สีของจอ LG มาจากโรงงาน ทำให้สีความสด อิ่มสี และคอนทราสต์ที่ดูมีมิติ เหมาะสำหรับการดูหนัง เล่นเกม และดูคอนเทนต์ออนไลน์
  • ดีไซน์ไร้ขอบ 3-4 ด้าน ในแต่ละเครื่อง ทำให้ดูบางเฉียบมากเกือบทุกรุ่น นอกจากจะดูโมเดิร์นแล้ว ยังเป็นผลดีต่อการนำจอภาพมาต่อกันหลายจออีกด้วย
  • มีซอฟต์แวร์จัดการจอที่ฉลาดเป็นของตัวเอง อย่าง OnScreen Control & Dual Controller ทำให้เราสามารถปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ็ตของสี ปรับความสว่าง หรือตั้งค่าอื่น ๆ ผ่านตัวโปรแกรมได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปปรับที่ปุ่มบนตัวจอให้ลำบาก

ข้อสังเกตุ

  • วัสดุงานประกอบของรุ่นเริ่มต้น – ปานกลาง มักจะใช้เป็นพลาสติกทั้งหมด บางครั้งอาจให้ความรู้สึกก๊องแก๊งไปบ้าง และขาตั้งที่แถมมาในกลุ่มนี้ก็จะปรับได้แค่ก้ม เงย (Tilt) เท่านั้น
  • ปุ่มควบคุม Joystick มักจออยู่ใต้จอ ทำให้ใช้งานลำบากไปหน่อย และใช้งานไปหลายปี อาจจะมีปัญหากดไม่ติดได้
  • ปัญหาในการตัดแสงสะท้อนในบางรุ่น เนื่องจาก LG เคลือบสารกันสะท้อนมาค่อนข้างบางนั่นเอง

สรุปสั้น ๆ จอ LG จะเด่นไปในเรื่องของความบันเทิง เล่นเกม เพราะได้สีสันที่จัดจ้าน ถ้าใครกำลังเลือกว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี แล้วชอบโทนสีประมาณนี้ และอยากได้จอที่ดูโมเดิร์นล้ำสมัย LG ก็เป็นตัวเลือกที่ดี และคุ้มค่าไม่น้อยเลยครับ

LG Monitor

Samsung

Samsung Electric Industries ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1969 และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าออกสู่สาธารณะในปี 1970 ซึ่งเป็นผู้ผลิตทีวีขาวดำอันดับต้น ๆ ของโลก และเข้าสู่วงการตลาดจอคอมในช่วงยุค 1980s และขึ้นแทนผู้ผลิตจอ LCD ที่มียอดขายอันดับ 1 ในช่วงนั้น ปัจจุบันมีคู่แข่งหลักที่พัฒนาพาเนลจอ ก็คือ LG นั่นเอง

จอของ Samsung เองก็มีแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย

  • Odyssey, G Series: คือกลุ่มรหัส G / Odyssey เป็นจอเกมมิ่งที่สร้างชื่อเสียงอันดับหนึ่ง ที่ได้สร้างมาตรฐานให้วงการเกมมิ่งเอาไว้ มีจุดเด่นเรื่องเทคโนโลยีจอโค้ง (Curved) และมุมกว้างพิเศษ (Super UltraWide 32:9) รวมไปถึงเทคโนโลยี QD-OLED และ Quantum Mini-LED นอกจากจอโค้งแล้วก็ยังมีจอแบบ Flat ในกลุ่ม G-Series ให้เลือกใช้สำหรบคนที่เน้นความคุ้มค่าอีกด้วย
  • ViewFinity Series: คือกลุ่มรหัส S และ ViewFinity ออกแบบมาสำหรับสายงานครีเอเตอร์มืออาชีพให้สีตรงผ่านมาตรฐาน Pantone Validated และใส่พอร์ต Thunderbolt หรือ USB-C สำหรับเชื่อมต่อมาให้ด้วย เรียกได้ว่าท้าชนในกลุ่ม Dell UltraSharp หรือ Asus ProArt เลยครับ
  • Smart Monitor Series: เป็นกลุ่มรหัส M / Smart คือ จออัจฉริยะระบบไฮบริดไม่ง้อคอม เพราะ Samsung เป็นผู้บุกเบิก และเป็นจ้าวตลาดของจอประเภทนี้อยู่แล้ว มันคือการผสมผสนระหว่างจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ททีวีเข้าด้วยกันนั่นเอง
  • The Movingstyle Essential: จอเคลื่อนที่มัลติฟังก์ชัน เป็นไลน์อัปซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่ Samsung เพิ่งเปิดตัวออกมาในปี 2026 สด ๆ ร้อน ๆ เลย ออกแบบมาสำหรับออฟฟิศยุคใหม่ มีหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมขาตั้งล้อลากที่สามารถเลื่อนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ทุกมุมห้อง และยังรันด้วยระบบ Smart Monitor (Tizen) มีแอปพลิเคชันต่าง ๆ ติดตั้งมาให้ในตัว ไม่ว่าจะเอาไปเล่นเกม ดูสตรีมมิ่ง หรือพรีเซนต์งานก็ตอบโจทย์
  • Essential Monitor: คือ รุ่นในรหัส S / Essential เป็นจอมาตรฐาน ที่รุ่นเริ่มต้นของ Samsung ที่เน้นไปที่ความเรียบง่าย ออกแบบมาสำหรับใช้งานทั่วไป ในราคาประหยัด

จุดเด่น

  • Samsung เป็นผู้นำแห่งนวัตกรรม และเทคโนโลยีการแสดงผลภาพใหม่ ๆ มาก่อนใครโดยตลอด ทำให้สามารถสร้างจอภาพออกมาได้หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นพรีเมียม หรือรุ่นจอโค้งได้ พร้อมกันนี้ยังส่งพาเนลขายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ หลายที่อีกด้วย
  • ดีไซน์จอภาพที่สวย โดดเด่น ล้ำยุค มีหลายตัวซีรีส์ให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ จอเล็ก ไปถึงจอใหญ่ จอไร้ขอบ จึงมักถูกใจสายแต่งโต๊ะคอม แต่งห้อง หรือคอนโดไม่น้อย
    o มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เนื่องจากไลน์อัปสินค้าของ Samsung มีการแบ่งกลุ่มชัดเจนมาก ตั้งแต่จอเริ่มต้นสำหรับใช้งานทั่วไป จนไปถึงจออัจฉริยะระดับองค์กร
  • ภาพสวย คมชัด มิติ เนื่องจาก Samsung มุ่งพัฒนาพาเนลประเภท VA มามาโดยตลอด จนต่อยอดมาถึง OLED ในปัจจุบัน หากใครเคยใช้จอของ Samsung จะเห็นได้ว่า เกือบทุกรุ่นมีจุดเด่นในเรื่องของการแสดงผลสีดำ ที่มืดสนิท ภาพมีมิติ ไม่ซีดจางเลย

ข้อสังเกต

  • ปัญหาแสงรั่วตามขอบจอ มักจะพบเจอร์ในบาง Lot ส่วนมากแล้วจะพบในกลุ่มจอขนาดใหญ่ จอ UltraWide และจอโค้ง
  • ขาตั้งจอคอนข้างใหญ่ บางทีดูใหญ่จนกินพื้นที่โต๊ะไปมากสำหรับรุ่นที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการออกแบบขาให้ฉีกออก เพื่อรองรับตัวจอนั่นเอง

สรุปสั้น ๆ ถ้าถามว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี Samsung ก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่สร้างเทคโนโลยีสุดล้ำ เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ภาพสวยเด้ง ถูกใจสำหรับสายเสพคอนเทนต์วิดีโอ มีเทคโนโลยีจอโค้ง และฟีเจอร์อัจฉริยะที่แบนด์อื่นไม่มี แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องขาตั้งที่ดูใหญ่ และมักเจอปัญหาแสงรั่วได้บ่อย

Samsung Monitor

HP

HP ก่อตั้งเมื่อปี 1939 โดย Bill Hewlett และ David Packatd เพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เริ่มต้นธุรกิจจากการขายเครื่องกำเนิดเสียงให้กับบริษัท Walt Disney จนมีชื่อเสียง ถ้ามองเรื่อง Monitor HP ได้เข้ามาสู่ตลาดจอภาพเมื่อช่วง 1970s – 1980s เพื่อใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรม คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเครื่องคำนวณของตัวเอง และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายจอภาพฝั่งองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน

และจอภาพของ HP ก็มีการแบ่งกลุ่มตามลักษณะการใช้งานไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

  • Z Displays Series: จอภาพระดับท็อป ออกแบบมาสำหรับมืออาชีพ และงานสีตรง ดดยเฉพาะ ช่างภาพ, กราฟิกดีไซเนอร์ ระดับพรีเมียมเสถาปนิก, วิศวกร (CAD/CAM) เป็นต้น ตัวเครื่องงานประกอบพรีเมี่ยม ดูหรูหรา ทนทาน และมีพอร์ตสมัยใหม่อย่าง Thunderbolt หรือ USB-C มาครบ
  • EliteDisplay หรือ E-Series: คือจอภาพมาตรฐานระดับสูงของคนทำงาน ที่เหมาะสำหรับ ผู้บริการ พนักงานออฟฟิศ และกลุ่มโปรแกรมเมอร์ จอภาพในกลุ่ม EliteDisplay จะเน้นไปในเรื่อง Ergonomics ตัวขาสามารถปรับได้รอบทิศทาง มีเทคโนโลยีถนอมสายตา พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน
  • ProDisplay หรือ M Series: จะอยู่ในกลุ่มจอภาพที่เน้นความคุ้มค่า เน้นใช้งานทั่วไป มีดีไซน์ที่เรียบง่าย มินิมอล ส่วนใหญ่จะใช้พาเนล IPS ทำให้มีมุมมองที่กว้าง มองได้จากหลายมุม
  • OMEN & HyperX Series: จอเกมมิ่งระดับโปร ที่ออกแบบมาสำหรับเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ เน้นในเรื่องของดีไซน์ที่ดุดัน สเปกแน่น พร้อมซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งจอได้ผ่านคอมพิวเตอร์

จุดเด่น

  • ดีไซน์เรียบหรู วัสดุดี โดยเฉพาะกลุ่ม Z, E Series จะดูโมเดิร์น เป็นมืออาชีพมาก ออฟฟิส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับองค์กร
  • มีเทคโนโลยีถนอมสายตา HP Eye Ease ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าในระดับ Hardware ผ่านการรับรองจาก Rheinland
  • ความเสถียรภาพ และความทนทานสูง เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเปิดใช้งานต่อเนื่องในองค์กร

ข้อสังเกตุ

  • HP มักจะเน้นทำตลาดในกลุ่ม Corporate มากกว่าขายตามหน้าร้านทั่วไป แน่นอนว่ามีตัวเลือกน้อยมากสำหรันหน้าร้านไอที
  • ราคาค่อนข้างที่จะสูงพอสมควร ยิ่งเป็นกลุ่มจอเกมมิ่ง ทำให้หลายคนมองข้ามไปใช้เบรนด์อื่นแทน

สรุปสั้นๆ จอจาก HP จะเน้นไปในเรื่องของความหรูหรา ได้ความทนทานตามมาตรฐานแบรนด์อเมริกา ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี แต่ต้องยอมรับว่า อาจจะหาซื้อยากหน่อยในรุ่นระดับสูง ที่ขายตามร้านค้าทั่วไป

HP Monitor

Lenovo

ถูกก่อตั้งโดย Liu Chuanzhi ที่ประเทศจีนในปี 1984 โดยชื่อแรกของบริษัทคือ Legend (เลเจนด์) ซึ่งทำธุรกิจนำเข้าคอมพิวเตอร์ และพัฒนาการ์ดแปลภาษาจีนให้กับบริษัท IBM และเมื่อปี 2003 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Lenovo โดยเป็นการผสมคำจาก Legend กับ Novo ที่มาจากภาษาลาติน แปลว่า ใหม่ เพื่อเข้าสู่ตลาดระดับสากล และหลังจากนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงปี 2005 Lenovo ได้เข้าซื้อกิจการในส่วนของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC, NB) รวมถึง Monitor จาก IBM มาทั้งหมด จนกลายเป็นผู้สืบทอดสายการผลิตทั้งหมดมานั่นเอง

จอภาพของ Lenovo ก็มีการจัดระเบียบซีรีส์ เพื่อแยกกลุ่มการทำงาน ให้เข้าใจง่าย ตัวอย่างเช่น

  • ThinkVision Series: คือจอภาพที่เน้นความถึกทน ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มองค์กรโดยเฉพาะเลย วัสดุงานประกอบแข็งแรง มีพอร์ตเชื่อมต่อครบ และขาตั้งที่ปรับได้ยืดหยุ่น
  • Legion Series: จอภาพพรีเมียม ที่ออกแบบมาสำหรับเกมมิ่ง ทำสเปกออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นพาเนลแบบ Fast IPS, OLED พร้อมกับค่า Refresh Rate ที่สูง 165Hz ขึ้นไป มีความหน่วงต่ำ และระบายความร้อนได้ดี ที่สำคัญมีดีไซน์ที่เท่ ดุดัน ระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย
  • L, Q Series: มันคือจอภาพในกลุ่มราคาประหยัด หรือออกแบบมาสำหรับฝั่ง Consumer ดีไซน์เรียบง่าย อย่าง L Series เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไปในบ้านเรือน ราคาประหยัดที่สุด และ Q Series เน้นเรื่องดีไซน์ที่สวยงาม เพรียวบาง มีลำโพงในตัว เหมาะสำหรับคนที่แต่งห้องเรียบ ๆ

จุดเด่น

  • กลุ่ม ThinkVision มีประสิทธิภาพดี และมีความทนทาน เหมาะกับกลุ่มองค์กร
  • สเปกที่คุ้มค่า พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน เป็นมิตรกับทุกคน
  • มีเทคโนโลยีถนอมสายตา ตามมาตรฐาน Eyesafe Certified ช่วยให้คนแสงสีฟ้า ไม่เกิดอาการตาแห้ง หรือตาล้าสำหรับคนทำงานนานๆ
  • มีราคาที่ค่อนข้างดี ตั้งแต่ซีรีย์มาตรฐานไปจนถึง เกมมิ่ง

ข้อสังเกตุ

  • เรื่องสีพาเนลจอ ยังไม่โดนเด่นเท่าไหร่ เรื่องขอบเขตสียังไม่กว้าง หรือเที่ยงตรงเหมือนกับยี่ห้ออื่น ทำให้คนทำงานกราฟิก ยังไม่ค่อยไว้ใจที่จะเลือกใช้
  • จอภาพตระกูล ThinkVision อาจจะดูโบราณไปสักนิดหน่อย สำหรับรุ่นเริ่มต้น หากต้องการความโมเดิร์น อาจจะต้องขยับขึ้นไปใช้รุ่นที่สูงขึ้น

สรุป Lenovo คือตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการจอภาพที่คุ้มค่า และใช้งานได้ยาวนานหลายปี มีพอร์ตใช้งานที่ครบครัน แต่สำหรับคนทำงานกราฟิกอาจจะต้องเลือกรุ่นซีรีส์ที่สูงขึ้นหน่อย เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องของความเที่ยงตรงของสีนั่นเอง แต่ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับทางเลือกว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี

Lenovo Monitor

ASUS

ASUS คือ หนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของโลกจากไต้หวัน เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตเมนบอร์ด (Motherboard) คุณภาพสูงมาโดยตลอด ชื่อแบรนด์ ASUS ได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Pegasus (ม้าบินในตำนานกรีก) สื่อถึงความสำเร็จ และจิตวิญญาณที่โบยบินนั่นเอง

และเริ่มเข้าวงการจอภาพจริงจังเมื่อช่วงยุค 2000s และมีความโดดเด่นไปในเรื่องของการดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย เป็นจอภาพที่เข้าถึงกลุ่มทำงานกราฟิก และเกมมิ่งเป็นหลัก โดยแบ่งเป็นซีรีส์ ต่อไปนี้

  • ROG Series: ราคาจอเกมมิ่งระดับพรีเมียม มีความโดดเด่นในเรื่องของ พาเนล และอัตรารีเฟรชเรท พร้อมระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ประกอบกับมีไฟ RGB ที่ดูเท่ ดุดัน
  • TUF Gaming Series: คือจอเกมมิ่งเช่นเดียวกันครับ แต่เป็นจอที่อยู่ในระดับกลาง สเปกดี ในราคาที่จับต้องได้
  • ProArt Series: ตัวนี้คือจอสำหรับสายครีเอเตอร์ หรือสตูดิโอระดับมืออาชีพเลยครับ ออกแบบมาสำหรับกลุ่มช่างภาพ นักนัดต่อวิดีโอ รวมถึงกราฟิกดีไซเนอร์ เนื่องจากมีความพิเศษด้านขอบเขตสีที่กว้าง sRGB 100%, DCI-P3 สูง ได้รับการ Calibrate สีมาจากโรงงานอย่างเข้มงวดความเพี้ยนต่ำมาก (Delta E < 1) ซึ่งผ่านมาตรฐานระดับ
  • ZenScreen Series: คือกลุ่มจอพกพา (Portable Monitor) ที่ออกแบบมาสำหรับคนชอบทำงานนอกสถานที่ หรือใช้คู่กับโน้ตบุ๊ก
  • Eye Care / VY & VA Series: คือจอมาตฐานสำหรับใช้งานทั่วไป ดีไซน์เรียบง่าย ราคาประหยัด แต่ใส่เทคโนโลยีถนอมสายตามาให้ในทุกรุ่น

จุดเด่น

  • ASUS เป็นผู้นำเทคโนโลยีเกมมิ่ง และรีเฟรชเรทระดับโลก หากต้องการจอคอมที่เร็ว แรง ไฟลลื่น ASUS ตระกูล ROG นี่แหละคือคำตอบ เพราะอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาให้เสมอ
  • ดีไซน์ที่ดูพรีเมียม ทันสมัย
  • สีตรงระดับวงการภาพยนตร์ในซีรีส์ ProArt ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานในวงการนี้มาอย่างมากมาย
  • มีนวัตกรรมการระบายความร้อนบนจอ OLED รุ่นใหม่ ๆ ทำให้เกิดการจอเบิร์นช้ากว่าจอ OLED ยี่ห้ออื่น “ค่าตัว” ของแบรนด์ ROG แพงเป็นอันดับต้นๆ: คำว่า ROG มักจะพ่วงมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว (Premium Price) บ่อยครั้งที่สเปกหน้ากระดาษเท่ากัน แต่รุ่น ROG จะแพงกว่าคู่แข่งหลักหลายพันบาท (เพราะบวกค่าดีไซน์ ซอฟต์แวร์ และแบรนดิ้ง)

ข้อสังเกตุ

  • ในกลุ่มจอ Gaming ซอฟต์แวร์หลักที่ใช้ในการควบคุมไฟ RGB และตั้งค่าโปรไฟล์หน้าจอของ ASUS มักเกิดปัญหาบ่อย และมักถูกบ่นว่ากินทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย
  • ดีไซน์ฝั่งเกมมิ่งกินสวย เท่ ดุดันก็จริง แต่ใช้พื้นที่โต๊ะเยอะมากเช่นกัน

สรุปสั้นๆ ASUS นั้น ยืนหนึ่งเรื่องจอสำหรับเกมมิ่ง และครีเอเตอร์ระดับโปรอยู่แล้ว ถ้าใครต้องการจอเล่นเกมระดับท๊อป หรือทำงานกราฟิกมืออาชีพ ที่ผ่านมาตรฐานระดับโลก ASUS ถือว่าเป็นอีกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และมองไว้เป็นตัวเลือกว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี ได้ครับ แต่อาจจะต้องพิจารณาเรื่องของขนาด และพื้นที่สำหรับติดตั้งเอาไว้ด้วย

ASUS Monitor

Acer

Acer ก่อตั้งเมื่อปี 1976 ทำธุรกิจออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากใต้หวัน ในชื่อ Multitech จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น Acer ที่มาจากภาษาลาติดว่า ฉลาด หรือ เฉียบแหลม นั่นเอง และเริ่มจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล รวมถึงตลาดจอคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ยุค 1980s ซึ่งยังเป็นรุ่นจอแก้ว หรือจอ CRT เพื่อขายควบคู่ไปกับคอมพิวเตอร์ของตัวเอง และยังเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มเปลี่ยนมาผลิตจอแบบ LCD ราคาประหยัด ลากยาวมาจนถึงปัจจุบันกันเลย และจอของ Acer ก็ได้แบ่งซีรีส์ออกตามกลุ่มผู้ใช้ ดังนี้

  • Predator Series: มักจะเป็นรหัส XB / X คือจอเกมมิ่งระดับไฮเอนด์ หรือระดับพรีเมียม ออกบบมาสำหรับเกมเมอร์ฮาร์ดคอร์, สตรีมเมอร์ หรือคนที่ต้องการความพรีเมียมขั้นสุด เพราะอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเทพ ๆ อย่าง Fast IPS, Mini-LED, OLED ความละเอียดสูง รีเฟรชเรทสูงทะลุ 240Hz – 360Hz ขึ้นไป มีไฟ RGB เท่ ๆ
  • Nitro Series: กลุ่มรหัส VG / XV ถือว่าเป็นขวัญใจมหาชน เนื่องจากเป็นจอเกมมิ่งที่คุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้ง่าย
  • ConceptD Series: อย่างรหัส CP / CM ออกแบบมาสำหรับสายงานครีเอเตอร์ และงานระดับสตูดิโอ เน้นสีตรง ผ่านมาตรฐาน Pantone Validated
  • Vero Series: หน้าจอรักษ์โลกและสายกรีน เอาใจองค์กรยุคใหม่ที่ใสใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตัวเครื่องทำจากพลาสติกที่ใช้แล้ว นำมารีไซเคิลมากกว่า 30 – 85% บรรจุภัณฑ์ก็ใช้กระดาษรีไซเคิล 100% อีกด้วย
  • SA, HA และ EK Series: ทั้งหมดนี้จะเป็นกลุ่มจอมาตรฐาน ที่นิยมใช้งานตามออฟฟิศ สำนักงาน เน้นทำงานเอกสาร พิมพ์งาน มีราคาประหยัด

จุดเด่น

  • ความคุ้มค่าต่อสเปกยืนหนึ่ง และเป็นจุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบได้
  • มีตัวเลือกในตลาดเยอะมาก เพราะ Acer มีไลน์สินค้าหน้าจอวางจำหน่ายถี่มาก หรือในทุกระดับราคา ตั้งแต่จอไม่กี่พันบาทไปจนถึงหลักหลายหมื่น
  • ศูนย์บริการครอบคลุม และหาซื้อง่ายในไทย เพราะ Acer เข้ามาทำตลาดในไทยยาวนานแล้ว

ข้อสังเกตุ

  • มาตรฐาน QC ค่อนข้างต่ำ ยิ่งเป็นกลุ่มรุ่นเริ่มต้นค่อนข้างเสี่ยง มักจะเจอปัญหาหลุด QC มากกว่าแบรนด์อื่น ที่เป็นเช่นนี้เพราะต้องการทำราคาให้ถูกที่สุดนั่นเอง
  • สีสันจากโรงงาน ในรุ่นเกมมิ่งมักจะอมแดง หรืออมฟ้า ต้องตั้งค่าโปรไฟล์สีใหม่ หากต้องการไปใช้งานกราฟิก อาจจะต้องเสียเวลาปรับ หรือ Calibrated ใหม่

สรุปภาพรวม ถ้าถามว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี Acer คือ ราชาแห่งความคุ้มค่า ได้สเปกจัดเต็มในราคาเอื้อมถึง ไม่ว่าจะเอาไปเล่นเกม หรือใช้งานทั่วไปก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่สบายกระเป๋าไม่น้อย รวมทั้งมีศูนย์บริการเยอะมาก แต่อาจจะต้องยอมรับนิดนึงว่า คุณภาพงานประกอบอาจจะไม่ได้ดูหรูเหมือนกับแบรนด์ที่มีราคาแพง ในการซื้ออาจจะต้องเช็คเรื่อง Dead Pixel หรือปัญหาแสงรั่วก่อนจะหิ้วกลับบ้าน

Acer Monitor

MSI

MSI หรือ Micro-Star International เป็นแบรนด์สินค้าจากประเทศไต้หวัน ก่อตั้งเมื่อปี 1986 เป็นธุรกิจผลิตเมนบอร์ด และการ์ดจอรายแร ๆ ที่รองรับการ Overclock จนสร้างชื่อเสียงในหมู่ฮาร์ดคอเกมเมอร์ จนก้าวสู่แบรนด์เกมมิ่งเต็มตัวในช่วงทศวรรษ 2000s และใช้โลโก้เป็นรูปมังกร ที่เป็นสัญญาลักษณ์แห่งพลัง และความยิ่งใหญ่

MSI เริ่มเข้าสู่ตลาดจอคอมเมื่อช่วงปี 2017 นี่เอง แต่ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มคนเล่นเกมเป็นอย่างมากเช่นกัน มาดูกันว่ามี Series ไหนบ้าง

  • MEG Series: คือจอระดับเรือธง ที่ออกแบบมาสำหรับคนเล่นเกมเป็นหลัก ใช้เทคโนโลยีขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นพาเนล QD-OLED, Mini-LED ใช้วัสดุพรีเมียม พร้อมไฟ RGB ล้ำๆ
  • MAG และ MPG Series: ถือว่าเป็นกลุ่มจอเกมมิ่งราคาประหยัด ขวัญใจมหาชนเลยหละ โดยที่ MAG Series จะเน้นความคุ้มค่า ทนทาน สเปกแรง ส่วน MPG Series จะขยับความพรีเมียมขึ้นไปอีกนิด มีลูกเล่นอย่างไฟ RGB เข้ามา และพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน
  • Modern และ PRO Series: จอภาพสำหรับสายทำงาน หรือสำนักงาน หรือใช้งานตามบ้านทั่วไป อย่างรุ่น Pro Series เนี่ย จะเน้นเรื่องของความเรียบง่าย ถนอมสายตา บอดีสีดำสุดคลาสสิก ราคาประหยัด ส่วน Modern Series จะเริ่มเน้นงานดีไซน์ที่ทันสมัย สไตล์มินิมอล บอดีและขาตั้งก็ดูเรียบหรู พร้อมกับตัวเลือกสีขาว หรือสีอื่น เพ่อเอาใจสายแต่งโต๊ะคอม

จุดเด่น

  • เป็นจอเกมมิ่งที่ราคาค่อนข้างดีที่สุดในตลาดยุคใหม่ และจัดเต็มไปด้วยสเปกที่น่าสนใจ
  • มีซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ที่สามารถควบคุมจอได้อย่างฉลาด ไม่ว่าจะปรับแสง สี ก็ทำได้สะดวก ไม่ต้องเอื้อมมือไปกดที่หลังจอให้วุ่นวาย
  • มีระบบระบายความร้อนสำหรับรุ่นที่ใช้พาเนล OLED ด้วยนะ แต่จะเป็นการติดตั้งแผ่นกราฟีน และฮีตซิงค์ระบายความร้อนแทนพัดลม เพื่อทำให้จอเสียงเงียบนั่นเอง
  • มีเทคโนโลยี AI ช่วยขยับพิกเซล เพื่อป้องกันอาการจอเบิร์น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีการรับประกันจอเบิร์นนานถึง 3 ปีเลย

ข้อสังเกตุ

  • อาการ Ghosting ในรุ่นจอโค้งราคาประหยัด อย่างในกลุ่ม MAG รุ่นเริ่มต้น และซีรีย์อื่น ๆ ที่ใช้พาเนลแบบ VA
  • ขาตั้งจอใหญ่มากสำหรับรุ่นระดับกลาง ไปจนถึงพรีเมียม ทำให้กินพื้นที่โต๊ะไปเยอะพอสมควร

สรุปภาพรวมสั้นๆ ของ MSI เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ดุดัน ได้เทคโนโลยีใหม่ไว ในราคาเข้าถึงง่ายสำหรับชาวเกมเมอร์ ถ้าเพื่อน ๆ อยากได้จอเกมมิ่งฟีเจอร์ล้ำ ๆ ควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ได้ MSI ถือว่าเป็นตัวเลือกของ จอคอมยี่ห้อไหนดี ที่น่าสนไม่น้อย

MSI Monitor

AOC

AOC ย่อมาจาก Admiral Overseas Corporation เป็นแบรนด์จากประเทศไต้หวัน ก่อตั้งเมื่อปี 1967 เริ่มต้นมาจากการเป็นบริษัทในเครือของ Admiral Corporation ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า และทีวีชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่มาตั้งรกรากในเอเชีย และ AOC ได้ทำธุรกิจผลิตทีวีสี เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

AOC ได้เริ่มเข้าสู่วงการจอคอมพิวเตอร์ในปี 1978 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น AOC International จากนั้นเริ่มเปลี่ยนสายการผลินหน้าจอทีวี มาเป็นจอคอมพิวเตอร์ในช่วงยุค 1980s เป็นต้นมา และในปัจจุบันได้อยู่ในการดูแลของเครือ TPV Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตหน้าจอรายใหญ่ของโลกจากไต้หวัน แน่นอนว่าดูแลแบรนด์ Philips ด้วยเช่นกัน ทำให้ AOC ได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนการผลิต จึงผลิตจอคอมพิวเตอร์ดีไซน์ทันสมัย และราคาประหยัดได้ดีจนมียอดขายติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลย และจอของแบรนด์นี้ แบ่งกลุ่มได้ชัดเจนเหมือนกับยี่ห้ออื่น เช่น

  • AGON Series: รหัส AG คือกลุ่มจอเกมมิ่งระดับพรีเมียม หรือที่ใช้ในการแช่งขัน Esports เป็นจอที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ AOC มาพร้อมกับเทคโนโลยีอย่าง Fast IPS, OLED พร้อมการตอบสนองที่รวดเร็ว มีให้เลือกใช้ทั้งแบบสัดส่วนปกติ 16:9 และแบบ UltraWide 21:9, 32:9
  • G-Series: หรือรหัส G กลุ่มนี้จะเป็นจอเกมมิ่งระดับเริ่มต้น และจอสำหรับใช้งานทั่วไป ที่เข้าถึงผู้ใช้งานมากที่สุด เนื่องจากมีราคาถูก จนทำลายตลาดมาแล้ว
  • V-Series และ Style Series: เป็นจอสายไลฟ์สไตล์ ดีไซน์บางเฉียบ ทันสมัย ดูมินิมอล ออกแบบมาสายแต่งโต๊ะคอม หรือสายนั่งทำงานในบ้าน วางที่ไหนก็ดูสวย นอกจากจอมีความบางแล้ว ขอบจอก็บางมากเช่นกัน
  • E-Series และ Professional Series: กลุ่มรหัส E / P จะเป็นจอมาตรฐานสำหรับออฟฟิศ หรือองค์กร เน้นความทนทาน ในราคาประหยัดที่สุด แต่ฟังก์ชันพื้นฐานครบถ้วน มีทั้งเทคโนโลยีถาอมสายตา Low Blue Light และ Flicker-Free เพื่อให้เหมาะสำหรับนั่งทำงานยาว ๆ ได้โดยไม่ล้าตา

จุดเด่น

  • เป็นจอคอมที่มีความคุ้มค่า ต่อราคามากที่สุดในฝั่งเกมมิ่ง หากคุณต้องการจอเกมมิ่งสเปกแรงๆ ค่า Refresh Rate 144Hz – 180Hz+ ขึ้นไป แต่มีงบประมาณจำกัด AOC คือแบรนด์แรกๆ ที่ให้สเปกฮาร์ดแวร์ที่ดี เล่นเกมลื่นไหลได้ในราคาที่สบายกระเป๋าที่สุด
  • เก่งเรื่องการจัดการภาพเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของสัญญาณภาพ (Input Lag) โหมดลดภาพเบลอ (Motion Blur Reduction) ก็ทำออกมาได้ดีมาก ทำให้ภาพขณะสะบัดเมาส์ในเกมยิงปืน มีความคมชัด และลื่นไหลเป็นธรรมชาติมาก
  • ขอบจอบางเฉียบ ไม่ใช่แค่รุ่นพรีเมียมเท่านั้น รุ่นเริ่มต้นของ AOC ก็ยังมีดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะกับการต่อหลายจอ เพราะ AOC ทำขอบหน้าจอได้บางมากเกือบทุกซีรีส์เลย

ข้อสังเกตุ

  • สีสันจากโรงงานในรุ่นเริ่มต้นมักจะเพี้ยน หรือสดเกินจริงในรุ่นเริ่มต้น ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ เนื่องจากมีความอมแดงบ้าง อมฟ้าบ้าง ต้องมาเสียเวลาปรับแต่งโปรไฟล์กันใหม่
  • วัสดุอาจจะดูก๊องแก๊งไปบ้างสำหรับรุ่นเริ่มต้น และจอมีความเบา เวลาโต๊ะสั่น หรือสะเถือน ตัวจอก็อาจจะโยกตามได้
    o จอในฝั่งทำงาน เรื่องสียังไม่โดดเด่นพอ ทำให้ AOC ไม่มีจอสำหรับงานกราฟิกโดยตรง เพราะมุ่งเน้นไปที่ตลาดเกมมิ่งเป็นหลัก

สรุปสั้น ๆ AOC คือจอสเปกเกมมิ่ง ในราคาที่คุ้มค่าเงินที่สุด ให้ภาพที่ไหลลื่น ความหน่วงต่ำ มีดีไซน์ที่ทันสมัย บางเฉียบ แต่อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นเรื่องสีที่ตรงมาก เพราะโปรไฟล์สีจากโรงงานอาจจะไม่ได้ตรงตามความเป็นจริงมากนัก คนทำงานกราฟิกควรเช็คให้ดีก่อนครับ แต่ถ้าถามว่า จอคอมยี่ห้อไหนดี แบรนด์นี้ก็เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุด

จอคอมยี่ห้อไหนดี

AOC Monitor

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป จอคอมยี่ห้อไหนดี

สรุปเลือก จอคอมยี่ห้อไหนดี? อันที่จริงในการเลือกจอคอมมาใช้งานนั้น มันก็จะมีหลายปัจจัยที่ต้องมองควบคู่กันไปด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนาดหน้าจอ ความละเอียด พาเนล พอร์ตเชื่อมต่อ หรือแม้แต่ค่ารีเฟรชเรทเองก็ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นผมสรุปให้คร่าว ๆ ดังนี้

ถ้าเน้นทำงานออฟฟิศ กราฟิกสีตรง บริการหลังการขายเป็นเลิศให้ลองพิจารณาเลือก Dell หรือ HP เพราะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความชัวร์ งานประกอบทนทาน มีฟีเจอร์ถนอมสายตาชั้นยอด และต้องการบริการเคลมไวถึงบ้าน (On-site Service)

เน้นความบันเทิง ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม ต้องการสีสดอิ่ม ได้จอภาพนวัตกรรมใหม่ ลองพิจารณา LG หรือ Samsung ดูครับ ผมคิดว่าเหมาะสำหรับสายจัดโต๊ะคอม ครีเอเตอร์ และเกมเมอร์ที่ชอบมิติภาพสมจริง สีสันจัดจ้าน ที่สำคัญโดดเด่นเรื่องจอโค้ง จอ Ultrawide 21:9, 32:9 พร้อมทั้งมีสมาร์ทมอนิเตอร์ที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องง้อ PC ให้เลือกด้วย

เน้นเล่นเกมเป็นหลัก หรือเกมมิ่งระดับโปร ครีเอเตอร์มืออาชีพขั้นสุด ผมว่าเลือก ASUS อาจจะตอบโจทย์กลุ่มฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ อย่างรุ่น ROG, TUF ที่ต้องการรีเฟรชเรทสูงระดับโลก ส่วนคนทำงานสายโปรดักชันก็มีกลุ่ม ProArt ที่ให้การแสดงผลค่าสีเที่ยงตรงเพี้ยนต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม

ส่วนใครที่เน้นสเปกจัดเต็ม และคุ้มค่าเงินที่สุด สบายกระเป๋าที่สุด ลองพิจารณาเลือก Acer, MSI หรือ AOC ไปเป็นคู่ใจก็ได้ครับ เพราะจะได้จอรีเฟรชเรทสูง ภาพลื่นไหล ในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด พร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุม

เอาเป็นว่าจะเลือกจอแบบไหนมาใช้งาน ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อน ๆ เองแล้วครับ ว่าต้องการซื้อจอคอมมาทำอะไรบ้าง และก่อนจะหิ้วกลับบ้าน อย่าลืมตาจสอบเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อ และเช็ค Dead Pixel และจอแสงรั่ว ทุกครั้งก่อนนำกลับบ้านนะครับ

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน