Ransomware เป็นมัลแวร์ที่สร้างความเสียหาย โดยการเจาะหาข้อมูลสำคัญขององค์กร และทำการเข้ารหัสไม่ให้เข้าถึงได้ เพื่อเรียกค่าไถ่ไฟล์เหล่านั้น โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจาก Ransomware รวมมูลค่ารวมกันทั้งหมดมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าจะสูงขึ้นไปอีก 2 เท่าในปี 2022 นี้ด้วย
> อ่านบทความ Ransomware คืออะไร
จากสถิติ จะพบได้ว่าจะมีข้อมูลสำคัญที่ถูก Ransomeware เจาะเข้าถึงได้ทุกๆ 11 วินาที และแต่ละการโจมตี ส่งผลเสียหายมูลค่ากว่า 80,000 ดอลลาร์ ดังนั้น บริษัททุกๆ ที่จึงจำเป็นต้องมีการสร้างระบบป้องกันภัยหรือ Security ที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้
ปัจจุบัน มีการยกระดับ จากแต่ก่อนที่เพียงแค่เข้ารหัส Lock ข้อมูลไว้ เป็นการขโมยข้อมูล และข่มขู่ว่าจะโพสต์สู่สาธารณะ ถ้าไม่มีการจ่ายค่าไถ่ ดังนั้น ระบบการป้องกันต้องมีการทำงานหลายชั้นเพื่อเสริมความปลอดภัยของระบบข้อมูล
HPE และ Veeam เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้
ทุกๆ องค์กร ควรจะวางแผนสร้างงานระบบโซลูชั่นสหรับป้องกัน และตรวจสอบภัยคุกคามจากมัลแวร์ รวมถึงการวางแผนกู้ข้อมูลเมื่อถูกทำลายให้เร็วที่สุด โดยทาง HPE และ Veeam สามารถช่วยให้ทางองค์กรมีการสร้าง Data Recovery Plan ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลสำคัญจะถูกกู้คืนมาได้อย่างครบถ้วน รวดเร็ว และง่ายดายที่สุด
Veeam SureBackup สามารถแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อระบบตรวจเจอความเป็นไปได้ที่จะถูกคุกคามโดย Ransomware และ Malware ในขณะที่ Veeam Secure Restore สามารถทำหน้าที่เป็น Anti-Virus ที่ตรวจและ Scan ไฟล์ต่างๆ ในขณะที่ทำการ Restoring ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันแล้ว ผู้ใช้งานกว่า 96% พบว่า ช่วยแก้ไขปัญหาถูกคุกคามโดย Ransomware ได้ ทำให้ประหยัดค่าเสียหายได้มากกว่า 5,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ผู้ใช้งานกว่า 76% พบว่าทางองค์กรของตนไม่ต้องเสียเงินในส่วนค่าเสียหายด้านนี้อีกเลยหลังใช้งาน
ข้อมูล ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรทุกระดับ เมื่อมีการประสานงานร่วมกันระหว่าง HPE และ Veeam ช่วยให้ข้อมูลถูกป้องกัน ให้ปลอดภัยได้ตลอดเวลา สามารถถูกกู้คืนได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเกิดความเสียหายจากความผิดพลาด หรือการถูกโจมตีก็ตาม
ฟีเจอร์โดยรวมของ HPE และ Veeam
การป้องกัน
- 3-2-1-1-0 Backup
- Backup Immutability
การตรวจสอบ
- Veeam One
- Veeam SureBackup
- Veeam Data Integration API
การกู้คืน
- HPE Storage Snapshots
- HPE StoreOnce Catalyst
- HPE Apollo All-In-One
- Veeam Datalabs + Secure Restore
การป้องกัน (Protect)
กฎการ Backup แบบ 3-2-1-1-0 และ SureBackup
การทำ Backup อย่างถูกต้องมาตรฐานถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยในการปกป้องความสูญเสียของข้อมูล โดยทาง Veeam แนะนำให้ใช้กฏ 3-2-1-1-0 ในการสำรองข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ให้มีชุดข้อมูล Copy กันไว้ 3 ชุด (ใช้งาน 1 และสำรองไว้ 2)
- จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดในประเภท Media Type 2 รูปแบบ
- เก็บ 1 ชุด Copy ไว้แบบ Offsite
- เก็บ 1 ชุด Copy ไว้แบบ Offline
และมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดการ Error สักครั้ง ด้วย SureBackup Recovery
Backup Immutability
Veeam รองรับการ Backup Immutability ซึงประกอบด้วยการสำรองข้อมูลแบบนอกสถานที่ (Off-Premises) และข้อมูลที่จัดเก็บใน AWS Cloud Storage
Veeam V11 สามารถรองรับการ Backup ได้เหนือระดับขึ้นไปอีก เพราะรองรับทั้งแบบ On และ Off Premise รวมถึงข้อมูลที่จัดเก็บใน Cloud Storage เช่นกัน
การตรวจสอบ (Detect)
Veeam ONE
เป็นฟีเจอร์ที่สามารถทำการ Monitoring และ วิเคราะห์ Analytics ที่ทรงพลัง สำหรับอุปกรณ์ไอทีทั้งหมดในองค์กร การทำ Monitoring แบบ Real-time ช่วยให้ตัวโปรแกรมสามารถตรวจจับได้ เมื่อ Virtual Machine หรือ Host มีพฤติกรรมการทำงานที่ผิดปกติ หรือถูกเข้ารหัสโดย Ransomware ซึ่งถ้าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น ตัว Veeam ONE เองจะทำหน้าที่แจ้งเตือน และดำเนินการแก้ไขทันที
Veeam SureBackup
เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ ที่ทำนหน้าที่ได้ตั้งแต่การสำรองไฟล์ข้อมูล หรือคัดลอกข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่แยกออกมาจากระบบเครือข่ายหลักของอคง์กร เพื่อใช้ทดสอบด้วย Scripts ต่างๆ ที่ต้องการ ผลลัพธ์ที่ได้ คือองค์กรจะสามารถทดลองการ Backup File สำคัญได้อย่างอัตโนมัติตามกำหนดการ เพิ่อเช็คสถานะของ Virtual Machine ว่าปกติดีหรือไม่
Veeam Data Integration API
ฟีเจอร์นี้ ช่วยให้ Application Security อื่นๆ ที่เป็น Third-Party สามารถเข้าร่วม Backup และเปิด List ข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับกับความปลอดภัย Security Analysis ยกตัวอย่างเช่น Veeam ทำงานร่วมกับ Application 3rd Party ในการตรวจสอบ Backup File ว่ามีการติด Ramsomware หรือไม่ เป็นต้น
Data Integration API ของ Veeam ช่วยให้สามารถ Boot Machine จากไฟล์ Backup ล่าสุดใน DataLabs จากนั้นนำเสนอให้กับ Security Application อื่นๆ นำไปวิเคราะห์ต่อ
ผลลัพธ์ที่ได้ User จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อศึกษา และตรวจสอบความผิดปกติได้อย่างละเอียด
การกู้คืน (Recovery)
HPE Storage Snapshots
เป็นฟีเจอร์ของ HPE ที่มีลักษณะเป็นไฟล์แบบ Read-Only ซึ่งไม่สามารถถูกเข้ารหัสโดย Ransomware ประโยชน์คือ สามารถนำไปใช้งานกับ HPE Nimble และ Primera Storage เพื่อทำหน้าที่เป็น Layer หนึ่งในการรักษาความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ได้นั่นเอง
HPE StoreOnce Catalyst
เมื่อ Ransomware ค้นหา และสแกน Backup File เพื่อทำการทำลาย หรือเข้ารหัส มันจะไม่สามารถหาไฟล์สำคัญที่เก็บไว้ที่ HPE StoreOnce เจอได้ เพราะมีชุด Catalyst Protocol ที่แข็งแกร่ง
HPE Apollo All-In-One
Veeam V11 นั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานคู่กับ Apollo Servers ที่มี Memory Architecture เป็นแบบ NUMA ตัวล่าสุด โดยสามารถทำการ Backup ได้อย่างปลอดภัย และง่ายต่อการกู้คืนข้อมูลด้วย HPE Apollo 4510
Veeam DataLabs and Secure Restore
ถ้าข้อมูลสำคัญคุณถูกคุกคามโดย Ransomware ฟีเจอร์นี้ จะมีฟงัก์ชั่น Anto-Malware Scan ที่ทำการสแกน Backup ตัวล่าสุด ทำงานในระบบเครือข่ายที่แยกตัวออกไปเพื่อความปลอดภัย เมื่อไฟล์ Backup ถูกตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยดี จะถูกนำไป Restored คืนสู่ระบบหลัก ถ้าตัวไฟล์มีการค้นพบว่ามีการติดไวรัส ก็จะถูกทำลายไป
คลิปการทำงานร่วมกันหว่าง HPE และ Veeam
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
จะเห็นได้ว่า Solution การทำงานร่วมกันระหว่าง Veeam และ HPE นั้น น่าสนใจมากๆ และสามารถป้องกันภัยอันตรายอย่าง Ransomware ได้อย่างปลอดภัยที่สุด เว็บไซต์ Addin.co.th ของเรา นอกจากจะมีข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ






