ปัจจุบัน ทุกคนน่าจะพอทราบกันดีว่าเทคโนโลยี Wi-Fi 6 นั้น ได้เป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และมีอุปกรณ์มากมายที่รองรับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบ ว่าในตอนนี้ ได้มีเทคโนโลยีใหม่เขามาแล้ว ได้แก่ Wi-Fi 6E นั่นเอง
Wi-Fi 6E เป็นชื่อเรียกอุปกรณ์ Wi-Fi 6 ที่สามารถปฏิบัติการในความเร็ว 6 GHz Band โดยปัจจุบัน ได้เริ่มมีการผลิตอุปกรณ์ที่รองรับความเร็วระดับนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมากกว่า 58 ประเทศเริ่มเปิดใช้งานเทคโนโลยีตัวนี้กันแล้ว
Wi-Fi 6E คืออะไร
Wi-Fi 6 และเวอร์ชั่นก่อนหน้านั้น ได้ใช้ความเร็ว Radio Bands อยู่ที่ 2.4 GHz และ 5 GHz ในขณะที่ รุ่น 6E จะรองรับการใช้งานที่ความเร็วสูงขึ้น คือ 6 GHz เพิ่มเข้ามาในขีดจำกัดนั่นเอง
คลื่นความถี่ 6 GHz นั้น จริงๆ แล้ว ทำงานได้เหมือนๆ กับ 5 GHz เพียงแต่มี Channel แบบ Non-Overlapping เพิ่มเข้ามา โดยทางทีมผู้พัฒนา ได้ออกแบบให้ Wi-Fi 6E สามารถรองรับ Channel เพิ่มเติมดังนี้
- 80 MHz จำนวน 14 Channel
- 160 MHz จำนวน 7 Channel
โดยกลุ่ม Channel เหล่านี้ จะไม่ทับ Overlap ซึ่งกันและกัน ซึ่งช่วยลดความหนาแน่นของสัญญาณ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานระบบไร้สายพร้อมๆ กัน เป็นจำนวนมากๆ ผลลัพธ์คือ ช่วยให้ได้ความเร็วในการเชื่อมต่อที่สูงขึ้น และลดค่า Latency หรือค่าเวลาแฝง อีกด้วย
อุปกรณ์ทั้งหมดที่สื่อสารผ่านคลื่นความถี่ 6 GHz นั้น จะยังคงสามารใช้งานเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดปัญหาการแตกต่างของคลื่นและไม่สามารถใช้งานได้
เสริม User Experience
ทุกวันนี้ ความต้องการในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Network นั้น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอุปกรณ์เชื่อมต่อมากมายเพิ่มขึ้นในเครือข่าย ซึ่ง Wi-Fi 6E จะช่วยให้ผู้ให้บริการสัญญาณไร้สาย หรือองค์กรต่างๆ สามารถรองรับ Application ที่หลากหลายมากขึ้น และยังช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่อและดำเนินการได้ในประสิทธิภาพสูงสุด
การเพิ่มความถี่ 1200 MHz ใน 6GHz Band จะช่วยให้ระบบเครือข่ายเสถียรมากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นระบบ Network ที่มีความยืดหยุ่น เสถียร แต่ทำงานด้วยระบบ Architecture ที่เรียบง่าย ส่งเสริมให้ผู้ใช้งานทำงานแบบ Multigigabit Speeds ได้ ในทุกๆ พื้นที่ แม้ในบริเวณนั้นๆ จะมีการใช้งานระบบไร้สายที่หนาแน่นก็ตาม
นอกจากนี้ ยังเพิ่มขีดจำกัดของค่า Network Capacity และ Efficiency สำหรับ Application ที่ต้องการค่า Throughput สูงๆ เช่น การใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง หรือการประชุมออนไลน์ Conference Call เป็นต้น ปัจจุบัน Chipset รุ่นเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้ ได้มีการผลิตและนำมาติดตั้งจำหน่ายบนอุปกณณ์ใหม่ๆ แล้ว ทั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณอย่าง Access Point และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ
มีหลักการทำงานอย่างไร
Wi-Fi 6E นั้น มีฟีเจอร์และครอบคลุมการใช้งานทั้งหมดของ 802.11ax แต่ดำเนินการด้วยคลื่นความถี่ 6 GHz โดยเทคโนโลยี 802.11ax นั้นมีความเร็วในการเชื่อมต่อที่สูง และรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย สำหรับพัฒนาประสิทธิภาพการเชื่อมต่อขอระบบเครือข่าย โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์จำนวนเยอะๆ
อย่างที่แจ้งไปข้างต้น ว่าเทคโนโลยีนี้เสริมขีดจำกัด ด้วยการดำเนินการบน 6 GHz ด้วย Channel เพิ่มเติมที่ 80 MHz จำนวน 14 Channel และ 160 MHz จำนวน 7 Channels ในขณะที่มีการพัฒนาฟีเจอร์พื้นฐานของ 802.11ax ให้มีคุณภาพมากขึ้นด้วย ได้แก่
- 8×8 Uplink/Downlink MU-MIMO, OFDMA และ BSS Color เสริมความจุในการรองรับจำนวน Device ที่เชื่อมต่อ ในระบบเครือข่ายเดียวกัน ในพื้นที่เดียวกัน ได้มากขึ้นถึง 4 เท่าตัว
- Target Wake Time (TWT) เพื่อพัฒนาประสิทธิผลของระบบ Network และรักษาอายุการใช้งาน Battery ของอุปกรณ์
- 1024 Quadrature Amplitude Modulation Mode (1024-QAM) ช่วยเพิ่มค่า Throughput สำหรับการ Emerging และเสริมการใช้งาน Bandwidth-Intensive ด้วยการ Transmitting ข้อมูลที่มากขึ้น ในคลื่นความถี่เท่าเดิม
จำเป็นต้องใช้หรือไม่
ถ้าคุณกำลังมองหา Access Point หรือ Router หลายๆ คนคงจะรู้อยู่แล้วว่าควรเลือกรุ่นที่รองรับ Wi-Fi 6 เพราะเมื่อใช้งานคู่กับอุปกรณืที่รองรับ จะช่วยให้ความเร็วสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีความปลอดภัย Security ที่ดี และลดการใช้งาน Battery ของอุปกรณ์อีกด้วย
ในส่วนของ Wi-Fi 6E นั้น เป็นเทคโนโลยีที่อัพเกรดให้ดีขึ้นไปอีก แต่ปัญหาสำคัญคือ จำเป็นต้องใช้งานคู่กับ Hardware รุ่นใหม่ ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง และตัว Access Point จำเป็นต้องรองรับ 6E ด้วย ถึงจะทำงานร่วมกันได้
จริงๆ แล้ว ประโยชน์ของเทคโนลียีนี้ ที่จะเห็นผลได้นั้น จะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น โดยในทุกวันนี้ Wi-Fi 6 ก็เพียงพอต่อการใช้งานของคนส่วนใหญ่แล้ว แต่ถ้าคุณมีงบประมาณที่มากพอ และต้องการซื้ออุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานในอนาคต การเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่ผิด
ข้อดี ข้อได้เปรียบ
อย่างที่แจ้งไปข้างต้น ว่า Wi-Fi 6 และเวอร์ชั่นก่อนหน้าใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz ทั้งในบ้าน สำนักงาน และทุกๆ สถานที่ ในขณะที่ อุปกรณ์ Wi-Fi 6E นั้น รองรับการทำงานที่ 6 GHz Band
การที่ใช้งานใน 6 GHz Band หมายถึงประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้นจาก Wi-Fi 6 ธรรมดา (E ย่อมาจาก Expansion) เป็นเทคโนโลยีไร้สายแบบใหม่ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพ โดยจะรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Wi-Fi 6 เท่านั้น นั่นหมายความว่า ความหนาแน่นของสัญญาณก็จะน้อยลง นอกจากนี้ ยังมีการทำงานในเทคนิคต่างๆอย่าง Multi-User, Multi-In Multi-Out (MU-MIMO) ช่วยให้ลดการชนกันของสัญญาณ และลดการแทรกซ้อนกันระหว่างระบบเครือข่ายที่อยู่ติดกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้ค่าเวลาแฝง หรือ Latency นั้น สามารถลดลงเหลือเพียง 2 มิลลิวินาที เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ก่อนหน้าอย่าง 5 GHz Band ที่มีค่า Latency ประมาณ 100 มิลลิวินาที (น้อยลง 50 เท่า) ซึ่งส่งผลให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์เดี่ยว อย่างเช่น Smartphone สามารถทำรความเร็วได้เกิน 2 Gbps เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานระดับสูง อย่างการดู Video 4K หรือใช้งาน AR/VR Gaming
ในการใช้งาน Wireless แบบ Multi-Gigabit ภายในอาคาร (Indoor) ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi 6E จะมีความจุที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด สามารถรองรับอุปกรณ์ได้สูงขึ้นอย่างมากมาย แม้จะมีการเชื่อมต่อหลายร้อย Device ก็ตาม
โดยรวมแล้ว มีค่าคลื่นความถี่หลายค่าที่มีค่า Channel Bandwidth ที่ใหญ่กว่า แต่ 6 GHz Band นั้น ออกแบบมาเพื่อรองรับ Spectrum Block ที่ต่อเนื่องกัน เพื่อรองรับ 80MHz และ 160MHz Channel ซึ่งจำเป็นมากๆ สำหรับ Application แบบ High-Bandwidth เพราะต้องการความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล เช่นแอพสำหรับ Video Streaming และ Virtual Reality และสุดท้าย 6E ช่วยเสริมอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือรองรับจำนวน Devices ที่มากขึ้น ในสภาพแวดล้อมการเชื่อมต่อที่หนาแน่น
ตัวอย่างการใช้งานที่ได้รับประโยชน์
Addin.co.th ขอยกตัวอย่าง Application ยอดนิยม ที่จะได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของคลื่นความถี่ 6GHz Band
- การดู Video ความคมชัดระดับ 4K หรือ 8K หลายๆ หน้าจอ
- การประชุม Video Conferencing
- AR/VR Gaming
- Offload Network สำหรับ Mobile Devices ต่างๆ
- การไลฟ์สด Audio และ Video Stream จากกล้อง, ลำโพง และอุปกรณ์เซนเซอร์
- การทำ Online Backup
- แอพฟังเพลงระดับ High Quality
- 5G Backhaul คือการเชื่อมต่ 5G CPE กับ Gateway ภายในอาคาร
ข้อเท็จจริงที่น่ารู้
Wi-Fi 6E คุ้มค่าหรือไม่
เมื่ออุปกรณ์ 6 GHz เข้าสู่ตลาดซื้อขาย การเชื่อมต่อในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของสัญญาณ จะได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด จากการอัพเกรดเทคโนโลยีนี้ และเมื่อใช้ร่วมกับคลื่นความถี่ใหม่ ที่ส่งเสริมฟีเจอร์ของ 802.11ax และโซลูชั่น Juinper’s AI จะช่วยให้การเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณ มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นผล
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนความต้องการ 6E
ด้วยความต้องการในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไร้สายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่า Network Traffic สูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน อุปกรณ์เสริมต่างๆ ต่างต้องการค่า Bandwidth มากขึ้น และองค์กรทุกๆ ที่ ต่างก็ต้องการการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากขึ้น เพื่อรองรับการทำงานของ Application ภายในบริษัท ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายใหม่ๆ ผุดกำเนิดขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไรที่สิ้นสุด
6E ช่วยลดการขัดข้องของ Network อย่างไร
เพื่อบรรเทาความแออัดของสัญยาณเชื่อมต่อ อุปกรณ์หลายๆ ตัว เริ่มพัฒนาให้มีการทำงานบน 6 GHz Band (Wi-Fi 6E) ซึ่งช่วยให้องค์กรมีความจุในการรองรับการเชื่อมต่อมากขึ้น เพิ่ม Channel Width สูงสุดถึง 1200 MHz เพื่อเพิ่มจำนวน ผู้ใช้งานสูงสุด และประสบการณ์ในการใช้งานในระบบเครือข่ายให้ดีขึ้น (ปัจจุบัน 2.4 GHz อยู่ที่ 80MHz และ 5 GHz อยู่ที่ 500 MHz เท่านั้น)
ช่วยพัฒนาประสบการณ์การเชื่อมต่ออย่างไร
ด้วยการขยายขนาด Channels และเพิ่มคลื่นความถี่ ทำให้ช่วยรองรับจำนวน User ที่เชื่อมต่อมากขึ้น ด้วยความเร็วแบบ High Speeds สูงสุด ในค่า Latency ที่ต่ำที่สุด
เสริมค่า Capacity ได้อย่างไร
เทคโนโลยีนี้ ช่วยเพิ่มค่า Capacity ด้วยการทำงานบนคลื่นความถี่ 6 GHz Band บน 20 MHz จำนวน 59 Channels, 40 MHz จำนวน 29 Channels, 80 MHz จำนวน 14 Channels และ 160 MHz จำนวน 7 Channels เสริมเข้ามา ในขณะที่ใช้เทคโนโลยี 802.11ax ที่มีฟีเจอร์ 8×8 Uplink/Downlink MU-MIMO, OFDMA และ BSS Color ส่งผลให้ค่า Capacity ในการรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อ สูงขึ้นมากสุดถึง 4 เท่าตัว
คลิปอธิบาย Wi-Fi 6E โดย Wi-Fi Alliance
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
จะเห็นได้ว่า Wi-Fi 6E นั้นเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่น่าสนใจ ละน่าใช้งานมากๆ ด้วยความเร็ว ความเสถียร และความจุของอุปกรณ์ที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง เว็บไซต์ Addin.co.th ของเรา นอกจากจะมีข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ






