Response Time คือ อะไร สำคัญอย่างไรกับจอภาพ และวิธีเช็ค

Response Time คือ

ในจอภาพที่เรารู้จักกันนั้นมีหลายค่าที่ต้องรู้ และอาจจะมีงงๆ กันอยู่บ้าง เนื่องจากค่าต่างๆ ออกมาเพื่อเป็นตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็น Refresh Rate, Color Gamut, Brightness, Resolution เป็นต้น ซึ่งแต่ละค่าก็จะบ่งบอกถึงความสามารถของแต่ละจอภาพนั่นเอง แต่ในบทความนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับค่า Response Time ว่ามัน คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไรกับจอภาพ

Response Time คือ อะไร

Response Time คือ ความเร็วหรืออัตราการตอบสนองของแต่ละเม็ดพิกเซล (Pixel) บนจอภาพ หรือพูดอีกอย่างว่า การเปลี่ยนสีจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง ได้เร็วแค่ไหน ซึ่งแต่ละจุดพิกเซลของจอภาพจะทำหน้าที่เปิดกั้นแสง หากมีการตอบสนองเร็ว หรือต่ำมากๆ เช่น 1ms ในเสี้ยววินาที เมื่อมีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงภาพภาพหรือสีใหม่ สิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนสีและกลับไปเป็นสีเริ่มต้นของ

สำคัญอย่างไร

หากคุณเป็นกลุ่มที่เล่นเกมอย่างจริงจังแล้ว จอภาพที่มีค่า Response Time น้อย ประมาณ 0.001 – 3ms ก็จะช่วยให้แสดงภาพออกมาได้เร็ว และคมชัดกว่าจอภาพทั่วไป ทำให้เวลาเล่นเกม หรืออะไรที่เคลื่อนที่เร็วๆ ในหน้าจอ จะไม่เกิดเงาตามตัว ลดภาพสั่น หรือเบลอ เวลาเล่นเกม หรือไม่เกิดปัญญา Ghosting  หามองตามภาพตัวอย่าง ด้านซ้ายค่าเท่ากับ 1ms จะมีความคมชัด กว่าด้านขวา 16ms จะเกิดเงา หรือ motion blur เพิ่มเข้ามา จะเกิดขึ้นกับวัตถุ หรือภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เท่านั้น

Response Time คือ

เปรียบเทียบความต่างระหว่างจอที่มีอัตราการตอบสนองสูง และต่ำ

Grey-to-Grey, GtG คืออะไร

GtG หรือ Grey-to-Grey คือหน่วยวัดความเร็วจากการเปลี่ยนสี จากสีเทา ไปเป็นสีเทา ประมาณนี้ครับ เหตุที่เลือกใช้เป็นสีเทา ก็เพราะว่ามันมีความใกล้เคียงกับระบบการทำงานของจอภาพมากที่สุดนั่นคือมีเฉดสีเทาประมาณ 256 ระดับ และวัดค่าง่ายที่สุดนั่นเอง ที่จริงแล้วก็มีอยู่หลายค่าสีที่นำมาเป็นหน่วยวัด แต่แต่ค่าการตอบสนองก็จะมีความคลาดเคลื่อนแตกต่างกันออกไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ผลิตเลือกใช้หน่วยวัดแบบ GtG เป็นค่ามาตรฐาน ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามค่า Refresh Rate ถึงแม้จะมีค่าต่ำ 30 หรือสูง 120Hz, 144Hz ค่า GtG ก็จะอยู่เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

GtG

Response Time test

นอกจาก GtG ยังมีอีกหน่วยวัดค่าการตอบสนอง นั่นคือ

  • MPRT ค่านี้จะอยู่กับจอประเภท Gaming Monitor ซึ่งค่าต่าง Response Time มักจะสัมพันธ์กับค่า Refresh Rate ยกตัวอย่างเช่น จอภาพ 144Hz จะได้ค่า MPRT ที่ประมาณ 6.9ms
  • Black to Black คือการวัดค่าจากการเปลี่ยนสีจากสีดำ กลับไปเป็นสีดำ
  • Black to White to Black วัดค่าจากการเปลี่ยนสี จากดำ (ปิด) เป็นขาว(เปิด) และกลับไปเป็นสีดำคือปิดสนิท

สรุปแล้วมันมีหลายหน่วยวัดในเนื้อหาเป็นเพียงการยกตัวอย่างมาบางค่าเท่านั้น แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะเลือกใช้แบบไหน แต่ที่เห็นกันเป็นหลักเลยก็คือ GtG นั่นล่ะครับ เพราะเป็นหน่วยวัดที่ได้ที่จอ LCD ทำได้ดีที่สุด และมีการเปลี่ยนสีที่วัดได้ดีที่สุดนั่นเอง

Response Time ต่างจาก Refresh Rate อย่างไร

ค่า Response Time จะเป็นค่าการตอบสนอง ที่มีไว้สำหรับการเปลี่ยนสีของเม็ดพิกเซล โดยเป็นการเปิด-ปิด Liquid Crystal (LCD Panel) เพื่อกั้นแสงที่ลอดผ่าน ยิ่งเร็วยิ่งดี นั่นหมายถึงค่า milliseconds (ms) ยิ่งน้อยก็ยิ่งดีนั่นเอง แต่ปกติแล้วระดับเสี้ยววินาที ตาของคนเราก็แทบจะแยกไม่ออกอยู่แล้ว นอกจากจะเป็นอะไรที่เคลื่อนที่เร็วๆ ในจอภาพ จนทำให้เกิดเงาหรือภาพซ้อนออกมาให้เห็น ถ้าแบบนั้นคือจอภาพมีค่าการตอบสนองที่ต่ำ หรือมีค่า Response สูง อาจจะมากกว่า 3-5ms หรือแย่ไปกว่านั้นก็คือมากกว่า 10ms ขึ้นไปนั่นเอง

ส่วน Refresh Rate จะเป็นอัตราการฟื้นฟู หรือกระพริบของภาพทั้งหน้าจอ ช่วยลดอาการของภาพฉีกขาด ยิ่งสูง ยิ่งทำให้ดูลื่นไหล ไม่ปวดตา ส่วนใหญ่กลุ่มเกมเมอร์มักจะใช้จอภาพที่มีค่า Refresh Rate สูงระดับ 144Hz ขึ้นไป ถึงจะทำงานได้สมดุลกันกับค่า Response Time น้อยได้ที่สุดครับ หากอัตราการฟื้นฟูต่ำ เช่น 30Hz 60Hz สำหรับบางเกมอาจจะไม่สบายตา เช่นเกมแนวยิง (FPS) เพราะส่วนใหญ่จะใช้ Framerate สูงนั่นเอง

> อ่านบทความ Refresh Rate คืออะไร

ดังนั้นจอที่มีคุณภาพต้องมีค่า Response Time และค่า Refresh Rate ที่สมดุลกัน จึงจะเหมาะสำหรับการใช้งาน หรือเล่นเกมที่มีการเคลื่อนที่เร็ว ๆ อย่างเกมแนวยิง หรือรถแข่ง เป็นต้น หากจอภาพมีค่าการตอบสนองที่น้อยกว่า 1-3ms ก็จะยิ่งทำให้มองเห็นภาพ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว และชัดเจนกว่าจอที่ค่า Response Time สูงกว่า 5 – 6ms เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาพซ้อนหรือมีเงาตามตัวตลอดเวลานั่นเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มคนเล่นเกมมักจะใช้จอภาพที่มีค่า Response Time น้อยๆ ทั้งนี้ก็

แต่โดยปกติแล้วจอภาพที่ใช้กันอยู่ทั่วไปก็จะมีค่า Response Time มาตรฐานอยู่ที่ 5-10ms ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือเล่นเกมคลายเครียดได้เช่นเดียวกัน

วิธีเช็คว่าจอมีค่า Response Time เท่าไหร่

ในการเช็คว่าจอภาพมีค่า Response Time อยู่ที่เท่าไหร่นั้น จำเป็นจอต้องดูจากสเปกที่ผู้ผลิตระบุเอาไว้ในคู่มือหรือ Data sheets บนหน้าเว็บครับ หากเราไม่รู้ชื่อรุ่นของจอ ก็สามารถเช็คได้จากในระบบ Windows ได้เลย

วิธีเช็คให้คลิกขวาบนพื้นที่ว่างหน้าจอ แล้วเลือกที่ Display Setting เมื่อเข้ามาแล้วให้เลื่อนลงมาด้านล่าง หาคำว่า Advanced display ในหน้าต่างนี้ระบบจะแสดงเป็นชื่อรุ่นของจอภาพที่เชื่อมต่อกับเครื่องของเราอยู่ ซึ่งจอที่แสดงคือ Dell U2515H ตามภาพ

ตั้งค่า

วิธีแช็ครุ่นจอภาพ ผ่านระบบ Windows OS

เมื่อผมเข้าไปเช็คที่ Data sheets ก็พบว่า จอรุ่นนี้ Dell U2515H มีค่า Response Time อยู่ 2 ค่าด้วยกัน นั่น คือ Normal mode: 8ms gray-to-gray (typical), Fast mode: 6ms gray-to-gray (typical) หมายความว่าปกติแล้วจอรุ่นนี้จะสามารถเลือกปรับได้ 2 ค่า คือปกติอยู่ที่ 8ms แต่สามารถเร่งการทำงาน (Overdrive) ได้เร็วสุดที่ 6ms นั่นเองครับ

เมื่อเข้ามาดูที่เมนูปรับตั้งค่าของจอภาพ ก็จะพบว่ามันมีให้เลือกเป็น 2 ตัวเลือกจริงๆ คือ Normal และ Fast ตามที่สเปกบนเว็บไซต์ระบุเอาไว้นั่นเองครับ

5ms

ตรวจเช็คค่า Response Time จากเว็บผู้ผลิต

1ms

ปรับค่า Response Time บนจอภาพ

จอที่เน้นค่า Response Time เหมาะกับใคร

จอภาพที่มีค่า Response Time น้อยๆ หรือน้อยมากอย่าง 0.001 – 1ms จะเหมาะกับกลุ่มคนที่เน้นเล่นเกมเป็นหลัก เพราะในการเล่นเกมจอภาพ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรมีอัตราการตอบสนองที่ดี รวดเร็ว รวมถึงค่า Refresh Rate ของจอด้วยเช่นกัน ดังนั้น ควรจะเป็นจอภาพที่มีค่า Response Time ประมาณ 0.001 – 3ms จะดีที่สุดสำหรับเน้นเล่นเกมเป็นหลักครับ

Monitor

จอที่ออกแบบมาสำหรับชาวเกมเมอร์

จอภาพที่มีค่า Response Time น้อยๆ นั้น มักจะเป็นจอที่มีชุดพาเนลชนิด TN แต่สีสันอาจจะไม่ค่อยสดเท่าไหร่ หากต้องการทั้งการตอบสนองดีพร้อมกับสีสด สวยอาจจะต้องไปใช้พาเนลชนิด VA แทน เพราะ VA Panel รองรับทั้งค่า Refresh Rate สูง อีกทั้งยังให้สีสันสดสวยอีกด้วย

หรือถ้าอยากจะได้แบบสุดๆจริงๆ งบประมาณเยอะก็เลือกใช้จอชนิด OLED ได้เลย เพราะมีการตอบสนองที่เร็วที่สุด มีขอบเขตสีดีที่สุด รวมถึงมี Refresh Rate สูงๆ ให้เลือกอีกด้วย

> อ่านบทความ IPS VA TN คืออะไร

แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปแล้วอย่างจอที่ใช้งานตามออฟฟิศ สำนักงาน หรือใช้แค่เล่นเน็ต ดูหนังต่าง ๆ หรือทำงานต่าง ๆ ตั้งแต่งานเอกสาร จนถึงงานด้านการออกแบบ หรือกราฟิก ก็ไม่จำเป็นต้องมีค่า Response Time น้อยมากก็ได้ หรือเอาไว้กลางๆ เลือกจอที่มีค่าตอบสนองประมาณ 5 – 10ms ก็เพียงพอแล้วครับ

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป

Response Time คือ อัตราการตอบสนองของเม็ดพิกเซล บนชุดพาเนลของจอ ที่ทำหน้าที่ในการเปิด ปิดชุดของ LCD เพื่อควบคุมให้แสงลอดผ่านได้ และออกมาเป็นสีสันต่างๆ ที่เราสามารถมองเห็น เรียกง่าย ๆ ก็คือ ความเร็วในการเปลี่ยนสี จากสีหนึ่ง ไปเป็นอีกสีหนึ่งนั่นเอง โดยมีหน่วยวัดเป็นระดับเสี้ยววินาที เช่น 0.001ms, 1ms, 3ms, 5ms และสูงกว่านั้น ค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งดี

จอประเภทนี้มักจะถูกใช้สำหรับเกมเมอร์ เพราะต้องการความเร็ว และการตอบสนองของอุปกรณ์ต่าง ๆ แถมจะทุกอย่างอยู่ในระดับดีเยี่ยม แต่ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าอุปกรณ์ระดับสูง (High-end) ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงพอสมควรถึงจะได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุด ตรงตามความต้องการมากที่สุดนั่นเองครับ

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน