ในยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึง AI แทบจะทั้งนั้น เพราะว่าระบบปัญญาประดิฐได้เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานในปัจจุบันอย่างมาก โดยเฉพาะบทเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราเรียกว่า AI on Cloud มักนำไปสร้างรูป สร้างเนื้อหาต่าง ๆ มาใช้กันนั่นหละครับ ส่วนสิ่งที่จะพูดถึงในวันนี้คือ Ryzen AI ไปทำความรู้จักกัน ว่ามันคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรกับคอมพิวเตอร์ยุคนี้
Ryzen AI คือ อะไร
Ryzen AI คือ ชื่อของ AMD Processor ที่รองรับการประมวลผลระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า AI นั่นล่ะครับ Processor AMD นั้นรองรับการทำงานด้าน AI มาสักพักใหญ่แล้ว ซึ่งอยู่ใน Ryzen 7040 Series เป็นต้นมา โดยจะมีแค่บางรุ่นเท่านั้น หรือเป็นรุ่นที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม Zen 4 เท่านั้น แต่ความเร็วในการประมวลผล AI จะไม่สูงมากนักประมาณ 10TOPS บวก ลบ เท่านั้น
AMD Ryzen AI gen 3
ในปี 2024 นี้ ทาง AMD ก็ได้เปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ ในชื่อ AMD Ryzen AI 300 Series เช่นกัน ถือว่าเป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานด้น AI โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ ซึ่งในชิปนี้จะประกอบไปด้วย CPU สถาปัตยกรรม Zen 5 (4 นาโนเมตร), GPU RDNA 2 ซึ่งเคลมว่ามีความแรงท้าชนการ์ดจอแยกอีกด้วย
พร้อมกันนี้ยังมี NPU มีความเร็วในการประมวลผล AI มากกว่า 40TOPS และสูงสุดถึง 50TOPS กันเลย ทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะรองรับแพลตฟอร์มอย่าง Copilot+ PC ของ Windows 11 หรือสิ่งที่เรียกว่า AI Next Gen ด้วยครับ
ทำให้ตอนนี้ AMD Ryzen AI 300 Series เป็น CPU x86-x64 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล AI มากกว่า 40TOPS หรือสูงสุดใน CPU ฝั่ง x86 เป็นที่เรียบร้อย
มีประโยชน์อย่างไร
แน่นอนครับว่า เมื่อมี NPU เข้ามาช่วยประมวลผลด้าน AI แล้ว มันก็จะเข้ามาช่วยจัดการกับระบบต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งรูป ปรับแต่งพื้นหลัง เพิ่มลูกเล่นต่าง ๆ ใน Windows Studio Effect แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการเล่นเกม หรือทำงานด้านกราฟิกได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากโปรแกรมสมัยใหม่ ได้มีการเพิ่มฟังก์ชันด้าน AI เข้ามามากมาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสะดวก และลดระยะเวลาในการทำงานมากขึ้นนั่นเอง
ก่อนหน้านี่ท่านคงจะเคยเห็นข่าวของไมโครซอฟต์ ที่เปิดตัว Copilot+ PC Platform กันมาบ้างแล้ว หากจะใช้แพลตฟอร์มนี้ได้ต้องมี NPU อย่างน้อย 40TOPS ขึ้นไปเท่านั้น นั่นหมายความว่าโน้ตบุ๊คที่ใช้ AMD Ryzen AI จะรองรับ Copilot+ (Plus) ได้อย่างแน่นอน
อย่างไกร็ตาม เทคโนโลโยี AI ก็คงไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ อนาคตอันใกล้นี้ อาจจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน หรือชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะมีการพัฒนาระบบกันอยู่ตลอดเวลา และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ตัวอย่างฟีเจอร์ใน Copilot+ PC
รุ่นไหนบ้างที่รองรับ Ryzen AI
ในส่วนนี้มาทำความรู้จักกับรุ่นที่ใช้งาน AI ได้ หรือสิ่งที่เรียกว่า AMD Ryzen AI กัน ว่ามีรุ่นไหนบ้างที่รองรับ AI โดยสรุปได้ว่ามี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
Ryzen AI 300 Series
เป็นซีพียูที่เปิดตัวออกมาใหม่โดยมีการใช้ชื่อใหม่ด้วย นั่นคือ AMD Ryzen AI 300 Series ออกแบบมาเพื่อโน้ตบุ๊คที่ต้องการการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะ ซึ่งมี NPU ที่รองรับการประมวลผลด้าน AI มากกว่า 40TOPS ทำให้เป็นซีรีส์ที่อาจจะอยู่ในแพลตฟอร์ม AI Next Gen เลยก็ว่าได้ครับ รุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาในปี 2024 นี้ จะมีรุ่นนำร่องมาด้วยกัน 3 รุ่น คือ
- AMD Ryzen AI 9 HX 375 with AMD Radeon 890M (28W / 15-54W)
- AMD Ryzen AI 9 HX 370 with AMD Radeon 890M (28W / 15-54W)
- AMD Ryzen AI 9 365 with AMD Radeon 880M (28W / 15-54W)
AMD Ryzen AI 300 Series
Ryzen รุ่นเก่าที่รองรับ AI
แน่นอนว่าก่อนที่จะมาเป็นชื่อ AMD Ryzen AI Series ก็จะมีรุ่นก่อนหน้าที่เคยทำออกมาก่อนแล้วเช่นกัน นั่นคือซีพียู AMD Ryzen ที่ผลิตอยู่บนสถาปัตยกรรม Zen 4 นั่นเอง อย่างเช่น Ryzen 7040 และ Ryzen 8040 Series โดยมีรุ่นต่าง ๆ ดังนี้
- AMD Ryzen 7040 Series
เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาสักพักแล้ว หรือตั้งแต่ปี 2023 แต่ยังรองรับการทำงานด้าน AI อยู่ที่ประมาณ 10TOPS พร้อมกันนี้ยังมีวางขายกันอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งประกอบไปด้วย- AMD Ryzen 9 7940HS with AMD Radeon 780M (TDP 35 – 54W)
- AMD Ryzen 7 7840HS with AMD Radeon 780M (TDP 35 – 54W)
- AMD Ryzen 7 7840U with AMD Radeon 780M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 5 7640HS with AMD Radeon 760M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 5 7640U with AMD Radeon 760M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 8040 Series
ถือว่ายังเป็นรุ่นใหม่ และเป็นรุ่นปัจจุบัน ที่เริ่มมีการจำหน่ายใน Laptop แบรนด์ต่าง ๆ อยู่ในขณะนี้นั่นเอง โดยทั้งหมดจะมีดังนี้- AMD Ryzen 9 8945HS with AMD Radeon 780M (TDP 45W)
- AMD Ryzen 7 8845HS with AMD Radeon 780M (TDP 45W)
- AMD Ryzen 7 8840U with AMD Radeon 780M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 7 8840HS with AMD Radeon 780M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 5 8645HS with AMD Radeon 760M (TDP 45W)
- AMD Ryzen 5 8640U with AMD Radeon 760M (TDP 28W)
- AMD Ryzen 5 8640HS with AMD Radeon 760M (TDP 28W)
รุ่นที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะรองรับการทำงานด้าน AI ได้ทั้งหมด แต่หน่วยประมวลผล AI จะน้อยกว่ารุ่นที่มีชื่อว่า AMD Ryzen AI Series หรือไม่ถึง 40 TOPS นั่นเองครับ แต่ Ryzen 7000-8000 Series ก็ยังรองรับแพลตฟอร์ม Copilot PC รุ่นแรกอยู่เหมือนกันครับ ถึงจะไม่ใช่รุ่น Plus แต่ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ ได้อยู่
วิธีเช็คว่า CPU รองรับ AI หรือไม่
เป็นเรื่องที่ทกคนสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองครับ ดังนี้ครับ
วิธีที่ 1 เช็คจากชื่อ CPU
เช็คจากชื่อของ CPU ว่าผลิตอยู่บนสถาปัตยกรรม Zen 4 หรือไม่ โดยสังเกตง่าย ๆ จากรหัสของ CPU เช่น AMD Ryzen 7 7840U, Ryzen 7 7830U และ Ryzen 7 7540u ถ้าหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีเลขที่ต่างกันอยู่ นั่นคือตำแหน่งเลข 3 ตัวท้ายของรหัสซีพียูจะต่างกัน ซึ่งสรุปได้ดังนี้
ตัวเลข 2 หลักท้าย เช่น 30, 40 ตัวที่มีขีดเส้นใต้เอาไว้ จะบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรม Zen เช่น 3 = Zen 3, 4 = Zen 4 *แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม Zen 4 ทุกรุ่น จะรองรับ AI ไปซะทั้งหมด เช่น Ryzen 3 8440U, Ryzen 5 7540U ก็ไม่ได้รองรับการทำงานด้านนี้ ซึ่งความเป็นไปได้ คือตัวเลขในรหัส CPU 3 ตัวหลัง (Ryzen 5 7640U, 7840U) อาจจะต้องเป็น “640” ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะรองรับการประมวลผลด้าน AI ครับ
วิธีที่ 2 เช็คจาก Task Manager
ให้เช็คได้จาก Task Manager โดยให้ท่านคลิกขวาที่แถบ Taskbar ด้านล่าง หรือ Icon Windows Logo แล้วเลือก Task Manager
จากนั้นคลิกที่แถบ Performance หากเครื่องรองรับการทำงานด้าน AI ระบบก็จะแสดงการทำงานของ NPU ขึ้นมาตามภาพ
หน้าต่าง Task Manager ที่แสดงการทำงานของ NPU
วิธีที่ 3 เช็คจาก Device Manager
เช็คจาก Device Manager สามารถทำได้โดยคลิกขวาที่ Windows Logo เลือก Device Manager แล้วหาคำว่า AMD IPU Device ถ้ามีหัวข้อนี้ ก็แสดงว่าเครื่องของท่านรองรับการประมวลผลด้าน AI แน่นอนครับ
หน้าต่าง Device Manager ที่แสดงถึงการมีหน่วยประมวลผล AI จาก AMD
วิธีที่ 4 เช็คจาก Sticker ที่มากับเครื่อง
เช็คจากสติ๊กเกอร์ที่ติดมากับเครื่อง ลองตรวจสอบดูว่าเครื่องที่ท่านใช้มีสติ๊กเกอร์ติดมาหรือไม่ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นของสีส้ม ด้านในเขียนว่า “AMD Ryzen AI” หรือ AMD Ryzen 5,7, 9 ที่มีขอบสีส้ม หากเป็นไปตามภาพตัวอย่างนี้ก็แสดงว่าเครื่องของท่านรองรับการประมวลผล AI
ตัวอย่างสติ๊กเกอร์แสดงให้เห็นว่าเครื่องรองรับ AI
วิธีอ่านรหัส Ryzen AI
จะว่าไปชื่อ และรหัสของ CPU ก็เปลี่ยนไปด้วย ในนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ ความหมายของแต่ละส่วนของ CPU AMD กันครับ จากเดิมชื่อของ CPU จะเป็นแบบนี้
ตัวอย่างรหัส AMD Ryzen AI รุ่นใหม่
AMD Ryzen AI 9 HX 370 คือ CPU ตัวใหม่จาก AMD ซึ่งมาพร้อมกับ NPU ที่รองรับการประมวลผลสูงถึง 50TOPS และในครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนชื่อใหม่ด้วย โดยการเติมคำว่า AI เข้ามาไว้ในชื่อ และปรับตัวเลขรหัสไปไว้ด้านหลังสุดตามภาพ
ความหมายของรหัส AMD Ryzen AI 300 Series
- AMD: ชื่อแบรนด์ หรือยี่ห้อ
- Ryzen AI: หมายถึงชื่อของซีพียู
- 9 HX: ตัวบ่งบอกถึงระดับความแรง แต่ก็อาจจะบอกถึง Generation ได้เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้จะเป็น Ryzen 8000 Series ซึ่งก็คือ Gen 8 แต่ Ryzen AI 9 อาจจะหมายถึง Gen 9 ส่วน HX ถ้ามองจากชื่อปกติในรุ่นที่ผ่านมา จะหมายถึงความแรง เช่น H คือ High Performance และ X หมายถึง Unlocked นั่นเอง
- 3: คือ Series ของซีพียู ในรุ่นใหม่นี้จะหมายถึง 300 Series ในที่นี้ AMD จะสื่อว่าเป็น Gen 3 ของ Ryzen AI เนื่องจาก ก่อนหน้านี้มี Ryzen 7040 Series = Ryzen AI Gen 1, Ryzen 8040 Series = Ryzen AI Gen 2 นั่นเองครับ
- 70: ด้านหลังสุดนี้ จะหมายถึง SKU ประมาณว่าเอาไว้แยกรุ่นของซีพียูในกลุ่มนี้
ตัวอย่างรหัส AMD Ryzen รุ่นเก่า
มาดูตัวอย่างของ AMD Ryzen 5 7640U ซึ่งเป็นรหัสปกติของ AMD Processor เลย จะใช้วิธีอ่านเหมือนกันหมด
ความหมายของรหัส AMD Ryzen แบบปกติ
- AMD: ชื่อแบรนด์ หรือยี่ห้อ
- Ryzen 5: หมายถึงชื่อของซีพียู และตัวเลขด้านหลังจะบ่งบอกถึงระดับของ CPU ในกลุ่มนั้น ๆ เช่น Ryzen 3, Ryzen 5, Ryzen 7 และ Ryzen 9 เป็นต้น
- 7: Portfolio Model Year จะเป็นเลขที่เอาไว้ขยับขึ้นในแต่ละปี เอาง่ายๆ มันก็คือ Generation นั่นหละครับ เช่น เลข 1 คือ Gen 1 เลข 7 = Gen 7 เป็นต้น
- 6: Market Segment เป็นตัวแบ่งส่วน หรือระดับของ CPU ว่าอยู่ในกลุ่มไหน เช่น
- x1xx จะหมายถึง Athlon Silver
- x2xx = Athlon Gold
- x3xx และ x4xx จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Ryzen 3
- x5xx, x6xx จะเป็นกลุ่ม Ryzen 5
- x7xx จัดอยู่ใน Ryzen 7
- x8xx จะอยู่ได้ทั้งใน Ryzen 7 และ 9
- x9xx จะอยู่ใน Ryzen 9
พูดง่ายๆ คือถ้าเห็นรหัสตัวเลข 2 หลักแรก ก็จะสามารถระบุ Gen และระดับของซีพียูตัวนั้นได้เลย เช่น 7640H แบบนี้ก็จะรู้ได้เลยว่าเป็น Ryzen 5 Gen 7 ประมาณนี้ครับ
- 4: หมายถึงสถาปัตยกรรม เช่น เลข 1 คือ Zen 1/ Zen+, เลข 2 = Zen 2, เลข 3 = Zen 3/ Zen 3+, เลข 4 = Zen 4 และเลข 5 = Zen 5 ซึ่งเป็นปัจจุบันในปี 2024 นี้ ต้องรอดูปีต่อๆ ไปว่า จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่
- 0: Feature Isolationบอกถึงความต่างเล็กน้อย หรือบอกถึงความแรง เช่น 0 = คือรุ่นมาตรฐาน, 5 = รุ่นที่สูงกว่า หรือแรงกว่านั่นเอง
- U: Form Factor/TDP บ่งบอกถึงอัตราการใช้พลังงาน ยิ่งใช้เยอะ ก็ยิ่งเร็ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับแบตเตอรี่ที่หมดเร็วขึ้นอีกด้วย โดยอักษรต่อท้ายมีความหมายดังนี้
- HX: High Performance Unlock เรียกได้ว่าเป็นรุ่นสูงสุดในตระกูลซีพียูสำหรับเครื่องโน้ตบุ๊คแล้ว H = High Performance และ X = Unlock ทำให้เราสามารถปรับแต่ง หรือ Overclock เพื่อเพิ่มความถี่ของสัญญาณนาฬิกาบนซีพียูได้ ซึ่งจะกินพลังงานมากกว่า 55W ขึ้นไปนั่นเอง
- H: High Performance หมายถึงแรงทั้ง CPU และ GPU หรือคือรุ่นปกติของ H Series ส่วนมากจะกินพลังงานอยู่ที่ 45W ครับ
- HS: อาจจะมาจากคำว่า High Performance Special Function เป็นรุ่นที่ถูกปรับแต่งให้กินพลังงานน้อยลง แต่ยังคงให้ความแรง เทียบเท่ากับ H Series อยู่ ส่วนใหญ่แล้วจะออกแบบมาสำหรับ Laptop ที่มีตัวเครื่องบาง และเบา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับโน้ตบุ๊กพกพานั้นเอง ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของ Laptop สำหรับเหล่าครีเอเตอร์ หรือเกมมิ่งพกพานั่นเองครับ และซีพียูกลุ่มนี้จะใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 35W ขึ้นไปเท่านั้น
- U: Ultra Low Voltage ตามชื่อก็คือใช้พลังงานต่ำ รหัสนี้จะออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับ Notebook ทั่วไป หรือกลุ่มบางเบานั่นเอง ส่วนมากแล้วใช้พลังงานต่ำอยู่ที่ประมาณ 15-28W เท่านั้น ทำให้สามารถพกพาไปทำงานในที่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
- C: Chromebook เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับ Chromebook โดยเฉพาะ และมีอัตราการใช้พลังงานอยู่ที่ประมาณ 15-28W พอๆ กับ U-Series
- E: ไม่แน่ใจว่าย่อมาจากคำว่าอะไร แต่ในรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ใช้พลังงานต่ำมาก ๆ โดยอยู่ที่ประมาณ 9W เท่านั้นเอง ส่วนใหญ่แล้วจะออกแบบมาสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่นคอมพิวเตอร์สำหรับอุตสาหกรรม (Industrial PC) ที่ทนต่อความร้อนได้ดี และไร้พัดลมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากฝุ่นผงในโรงอ่านอรรมเยอะมาก หากมีพัดลมก็อาจะทำให้ฝุ่นสะสมภายใน ระบายความร้อนได้ไม่ดี ทำให้เกิดปัญหากับอุปกรณ์ได้ รุ่นที่กินพลังงานต่ำมาก
* ทั้งนี้อัตราการกินพลังงาน จะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับแต่รุ่นและเจนเนอเรชั่นอีกด้วยครับ
คลิปเปิดตัว AMD Ryzen AI Official
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
AMD Ryzen AI คือ ซีพียูรุ่นใหม่จาก AMD ที่มีชิปประมวลผลด้าน AI (NPU) มาให้ในตัว ซึ่งเป็นการผสมผสานหน่วยประมวลผลทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น CPU, GPU และ NPU เพื่อให้รองรับการทำงานด้าน AI บนตัวเครื่องได้โดยไม่ต้องผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
AMD Ryzen AI 300 Series จะมีการทำงานด้าน AI มากกว่ารุ่นเดิมถึง 3 เท่า มีหน่วยประมวลผล NPU สูงถึง 50TOPS และทำงานร่วมกันกับ CPU และ GPU จะสามารถประมวลผลได้สูงถึง 85TOPS เลยทีเดียว ถือว่ารอบนี้ AMD ทำชิปออกมาได้ดีเลย ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะเอเอ็มดีผู้ผลิต ซีพียู และการ์ดจอแยก จึงทำให้ชิปทำงานร่วมกันได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการ์ดจอแยก ก็สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพนั่นเองครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Kittipong-J.
หลงไหลในโลก IT เป็นคนไม่เก่งแต่ชอบที่จะลอง และมองหาความรู้จากสิ่งรอบตัว






