Microsoft ได้เปิดตัว Surface Pro 12 Edition และ Surface Laptop 8 Edition เป็นการเดต Line up ใหม่ สำหรับสายทำงานระดับองค์กร ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสูงสุด และขุมพลังจากชิปรุ่นใหม่ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ
The New Surface Pro 13-inch for Business (12 Edition)
Surface Pro for Business, 13-inch | Intel ที่เปิดตัวมาในปี 2026 ก็ได้ปรับชื่อใหม่ ซึ่งได้ตัดตัวเลข 12 ออกไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วมันคือ Model Surface Pro 12 Edition ต่อจากรุ่น Surface Pro 11 เมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง
หากท่านใดยังไม่รู้จัก มันก็คือ Tablet 2-in-1 ตัว Top จาก Microsoft นั่นเอง ซึ่งมันทำงานแบบแท็ปเลต ที่ไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด และรวมร่างกับคีย์บอร์ดเพื่อใช้งานเป็นเหมือนกับ Laptop ได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญมันรองรับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการวาด เขียน หรือเซ็นต์เอกสารด้วย Surface Slim Pen ได้ทันที จุดเด่น Surface Pro for Business 13-inch ในปีนี้ มาพ้อมกับ
- พลังประมวลผลระดับ Laptop: ถึงแม้ Surface Pro จะเป็นแท็ปเลต Windows OS ที่มีความบาง เบา แต่ใช้ชิประดับ Laptop อย่าง Intel Core Ultra Series 3 ที่แรง และประหยัดพลังงาน ที่สำคัญรองรับโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันในคอมพิวเตอร์ตระกูล x86 ขององค์กรได้ครบโดยไม่ติดขัด
- 5G Option: Surface Pro รุ่นใหม่นี้ จะมีตัวลือกรุ่นที่มาพร้อมกับ Module 5G ด้วย ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เดินทาง หรือทำงานนอกสถานที่บ่อย ๆ เช่น ผู้บริหารที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อย กลุ่มวิศวกรหน้างาน หรือพนักงานฝ่ายขายที่ต้องออกไปพบลูกค้าเป็นประจำ ด้วยการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัย โดยที่ไม่ต้องไปคอยหาเพื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ หรือแชร์ 5G จากมือถือให้แบตหมดเร็ว
- ราคา: สำหรับ New Surface Pro 12 Edition จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,949.99 USD
Surface Pro 12 Edition
The new Surface Laptop 13.8-inch and 15-inch (8 Edition)
Surface Laptop ที่เป็นรุ่นพรีเมียม จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.8 นิ้ว และ 15 นิ้ว รุ่นนี้คือโน้ตบุ๊กเรือธงตัวท็อป (Flagship) ออกแบบมาสำหรับกลุ่มผู้บริหาร นักวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการเน้นประสิทธิภาพในการทำงาน หน้าจอใหญ่ ใช้งานง่าย และส่วนมากแล้วกลุ่มนี้จะเป็นรุ่นที่มักจะได้ฟีเจอร์ฟีเจอร์สุดล้ำ และ Processor รุ่น Top สุดอีกด้วย ในปีนี้ก็มีอัพเกรตฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมาด้วย เช่น
- Integrated Privacy Screen:ถือว่าเป็นครั้งแรกของตระกูล Surface ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Privacy (จอกันคนแอบมอง) ที่สามารถเปิด ปิดได้ในระดับฮาร์ดแวร์ และจะมีตัวเลือก (Option) สำหรับรุ่นหน้าจอ 13.8 นิ้วเท่านั้น แต่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก
Surface Laptop 8 Edition
- Advanced Haptic Touchpad: มาพร้อมกับทัชแพดแบบใหม่ มีระบบที่ตอบสนองการกดด้วยการสั่น (Tactile Feedback) ที่ฉลาดขึ้น เวลาลาก หรือกดคลิกก็จะมีการสั่นเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกถึงการตอบสนอง และ Feeling ที่ดีในการใช้งาน
- ชิปใหม่สุดแรง: แน่นอนว่าในปีนี้ Surface Laptop 8 Edition ทั้งรุ่น 13.8, และ 15 นิ้ว จะมาพร้อมกับชิปรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Panther Lake ทุกรุ่น และมีตัวเลือกพิเศษอย่าง Core Ultra X7 Series ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพ CPU และการ์ดจอออนบอร์ด (iGPU) รุ่นใหม่อย่าง Intel Arc B390 ตัวแรงมาเป็น Option ให้เลือกด้วย
- ราคา: สำหรับ Surface Laptop รุ่นใหญ่ ราคาจะเริ่มต้นที่ 1,949.99 USD
Surface Laptop 8 Edition
Surface Laptop for Business, 13-inch | Intel (1st Edition)
ถ้าทุกคนยังจำได้ ในปีที่แล้ว (2025) ไมโครซอฟต์ได้เปิดตัว Surface Laptop 13-inch (1st Edition) ที่มาพร้อมกับ Snapdragon X Series ไปแล้ว แต่ปี 2026 นี้ ก็ได้เปิดตัวรุ่นใหม่มาอีก แต่มาในชื่อ Surface Laptop for Business, 13-inch | Intel (1st Edition) เช่นกัน อาจจะทำให้สับสนบ้างในชื่อของ Line up นี้ แต่ดูเหมือนว่า Microsoft จะทำการแยกไลน์อัปการผลิตออกเป็น 2 กลุ่ม อย่าง x86 กับ ARM ทำให้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยนั่นเอง
สำหรับ Surface Laptop for Business, 13-inch | Intel (First Edition) นี้ ก็คือโมเดลที่เพิ่มเข้ามาในกลุ่ม Laptop ราคาคุ้มค่าสำหรับองค์กร โดยมาพร้อมกับจุดเด่นดังนี้
- สเปกแรง แต่พกพาง่าย: ตัวเครื่องไม่ได้มีดีแค่เล็ก และบางเบาเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ อย่าง Intel Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ได้ NPU 50 TOPS เหมือนกับรุ่นใหญ่อีกด้วย ทำให้สามารถรันฟีเจอร์ AI Copilot+ PC บนเครื่องได้เต็มรูปแบบเช่นกัน
- รองรับการเชื่อมต่อสำหรับยุคใหม่: ในปีนี้ Surface Laptop อัปเกรดใส่โมดูล Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 มาให้ตั้งแต่แรกเลย ทำให้รองรับการรับส่งข้อมูลได้เร็ว และเสถียรมากขึ้น
- Storage ถอดเปลี่ยนได้: Surface Laptop for Business (13-inch) รุ่นใหม่นี้ ก็ได้เปลี่ยนมาใช้ SSD ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้แล้ว ทำให้ฝ่ายไอทีขององค์กร สามารถซ่อมบำรุง หรือเก็บ SSD ที่มีข้อมูลความลับได้ง่ายขึ้น
- ราคา: สำหรับด้านของราคานั้น รุ่นเริ่มต้นเปิดตัวมาที่ 1,299 USD ในรุ่น RAM 8GB และ 1,499 USD สำหรับรุ่น RAM 16GB
> อ่านบทความเรื่อง รีวิว Surface Pro 12-inch และ Laptop 13-inch (ARM)
Surface Laptop 13-inch (Intel) First Edition
Performance โดยรวม
Surface รุ่นสำหรับองค์กร ที่เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งหมดนี้ จะมาพร้อมกับชิปรุ่นใหม่อย่าง Intel Core Ultra Series 3 หรือ Code name “Panther Lake” นั่นเอง ซึ่งเป็น Processer ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 18A หรือ 1.8 นาโนเมตร ที่พูดได้เลยว่า มันประหยัดพลังงานลงกว่าเดิมมาก แถมยังให้ประสิทธิภาพโดยรวมดีกว่ารุ่นก่อนพอสมควรเลย
โดยเฉพาะ Intel Core Ultra X7 Series ที่เพิ่มเข้ามาใน Surface Laptop ในรุ่น 13.8 นิ้ว และรุ่น 15 นิ้ว ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ iGPU หรือการ์ดจอออนบอร์ดรุ่นใหม่ Intel Arc B390 ที่มีความแรงเทียบเท่าการ์ดจอแยกกันเลย และเป็นครั้งแรกที่ iGPU รองรับเทคโนโลยี Fram generation ด้วย AI นอกจากนี้ iGPU ในชิปตระกูล Panther Lake ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Ray Tracing อีกด้วยนะ
รุ่นไหนมีตัวเลือกอะไรบ้าง มาดูสเปคคร่าวๆ ในตารางนี้กันได้ครับ
| Surface Pro 12 Edition | Surface Laptop 8 Edition | Surface Laptop 13-inch (2026) | |
| Processor | Intel Core Ultra 5 335 Intel Core Ultra 7 366H |
for 13.8-inch Model: – Intel Core Ultra 5 335 – Intel Core Ultra 7 366H – Intel Core Ultra X7 368H for 15-inch Model: |
Intel Core Ultra 5 325 |
| Graphics | Intel Graphics | iGPU: – Intel Graphics for Ultra Series – Intel Arc Graphics for Ultra X7 Series |
Intel Graphics |
| RAM | 16GB, 32GB, 64GB LPDDR5x (onboard) | 16GB, 32GB, 64GB LPDDR5x (onboard) | 16GB, 24GB LPDDR5x (onboard) |
| NPU for AI | Intel AI Boost with 50 TOPS | Intel AI Boost with 50 TOPS | Intel AI Boost with 50 TOPS |
| Storage | SSD Gen 4: 256GB, 512GB, 1TB แบบถอดได้ | SSD Gen 4: 256GB, 512GB, 1TB แบบถอดได้ | SSD Gen 4: 256GB, 512GB, 1TB แบบถอดได้ |
| Display | for LCD Model: – 13-inch PixelSense Flow display, Touchscreen – Resolution 2880 x 1920px – Aspect ration 1300:1 – Dynamic refresh rate up to 120Hz – Suppoort Surface Slim Pen 2 for OLED Model: |
for 13.8-inch Model: – 13.8-inch PixelSense Flow display, Touchscreen – Resolution 2304 x 1536px – Aspect ration 1300:1 – Dynamic refresh rate up to 120Hz for 15-inch Model: |
Display: – 13-inch PixelSense Flow display, Touchscreen – Resolution 1920 x 1280px – Aspect ration 1000:1 – Refresh 60Hz |
| I/O Ports | 2x USB-C with USB4/Thunderbolt 4 1x Surface Pro 13-inch Keyboard port 1x Surface Connect port for Wi-Fi + 5G model: 1x NanoSIM |
for 13.8-inch Model: 2x USB-C with USB4/Thunderbolt 4 1x USB-A 3.2 1x 3.5 mm headphone jack 1x Surface Connect port for 15-inch Model: |
2 X USB-C 3.2 1x USB-A 3.2 1x 3.5 mm headphone jack |
| Dimension Size | 287mm x 209mm x 9.3mm | for 13.8-inch Model: 301mm x 220mm x 17.5mm
for 13.8-inch Model: 329mm x 239mm x 18.26mm |
285.65mm x 214.14mm x 15.6mm |
| Weight | Wi-Fi only model: 895 g
Wi-Fi + 5G model: 906 g |
for 13.8-inch Model: 1.35 kg
for 13.8-inch privacy screen Model: 1.36 kg for 13.8-inch Model: 1.67 kg |
1.24 kg |
จุดเด่นด้านความปลอดภัยระดับ Memory-Safe Firmware (Rust)
อีกสิ่งหนึ่งที่ Microsoft เน้นย้ำอย่างมาก คือ ระบบความปลอดภัย โดยทุกรุ่นที่เปิดตัวมารอบนี้จะเป็น Secured-core PC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์กลุ่มแรกของโลกที่ใช้ไดรเวอร์ และเฟิร์มแวร์ระบบ (UEFI) ที่เขียนขึ้นด้วยภาษา Rust ภายใต้ Project Mu ของ Microsoft แน่นอนว่าจะช่วยปิดช่องโหว่ทางฮาร์ดแวร์ และการแฮกในระดับหน่วยความจำ (Memory Safety) ทำให้มีความปลอดภัยสูง ระดับฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงระบบคลาวด์กันเลย
ความปลอดภัยระดับ Hardware to Cloud
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
สรุปแล้ว ในปีนี้ Microsoft ได้เปิดตัว อุปกรณ์สำหรับกลุ่มองค์กรมาด้วยกัน 3 รุ่น อย่าง Surface Pro for Business, 13-inch (12 Edition), Surface Laptop for Business รุ่น 13.8-inch & 15-inch (8 Edition) และรุ่นเล็กอย่าง Surface Laptop for Business, 13-inch (First Edition) ที่โดดเด่นในเรื่องของชิปประมวลผลรุ่นใหม่จาก Intel Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพการประมวลผล พร้อม NPU 50 TOPS สำหรับ Local AI ใน Copilot+ PC อย่างเต็มรูปแบบ ในขณะเดียวกันแบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
และเป็นครั้งแรกที่สินค้าในกลุ่ม Surface มีหน้าจอ Privacy Display ที่สามารถเปิด – ปิดได้ในระดับฮาร์ดแวร์ โดยไม่ต้องไปหาฟิล์มกันคนแอบมองจาก Third-Party มาติดให้ปวดตาอีกต่อไปเมื่อไม่ต้องการฟีเจอร์นี้ก็แต่กดปิดที่คีย์บอร์ดได้ทันที ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับสาวก Surface แต่ว่ายังเป็น Option สำหรับ Surface Laptop 8 Edition รุ่น 13.8 นิ้วเท่านั้น แอบเสียดายเหมือนกันที่ Microsoft ไม่ได้เพิ่มตัวเลือกนี้สำหรับทุกรุ่นครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Kittipong-J.
หลงไหลในโลก IT เป็นคนไม่เก่งแต่ชอบที่จะลอง และมองหาความรู้จากสิ่งรอบตัว






