คำว่า Bluetooth คือ เทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ชิดกับคนเรามาโดยตลอดหลายหลายปี ซึ่งจะเป็นเทคโนโยลีที่หลายท่านเคยใช้ และรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ก็เอามาไว้ใช้ส่งข้อมูล และฟังเพลงกับลำโพงไร้สายกันอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากจะรู้ว่ามันมีกี่เวอร์ชั่น และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง บทความนี้ก็อาจจะมีคำตอบให้ท่านไม่มากก็น้อย
Bluetooth คือ อะไร
Bluetooth คือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย ที่ช่วยทำให้อุปกรณ์สองเครื่องสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรง โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง หรือระบบเครือข่ายเช่นเดียวกับ Wi-Fi Router ส่วนใหญ่เทคโนโลยีบลูทูธ จะถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ลำโพง หูฟัง ไมโครโฟน และอื่น ๆ อีกมากมาย
มีประโยชน์อย่างไร
เทคโนโลยีอย่างบลูทูธนั้น ถือว่ามีประโยชน์มากกับการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากบลูทูธมักถูกติดตั้งไว้กับอุปกรณ์พกพา อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ, หูฟัง ลำโพง นาฬิกาอัจฉริยะ รีโหมดคอนโทรล รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านบางชนิดอีกด้วย ทั้งหมดก็เพื่อความคล่องตัว และเพิ่มความสะดวกสบายต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรานั่นเองครับ
คุยโทรศัพท์สะดวกขึ้นด้วยหูฟังบลูทูธ
Bluetooth ต่างจาก Wi-Fi อย่างไร
สรุปแบบง่าย ๆ เลย คือ Bluetooth จะทำงานโดยใช้พลังงานต่ำ ใช้คลื่นความถี่ 2.4GHz หรือมาตรฐาน IEEE 802.15 แต่จะสามารถทำงานได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น หรือประมาณ 10 เมตร โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งนิยมนำมาใช้กับอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น ลำโพงไร้สาย, หูฟังไร้สาย, ทีวี หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ หลายอย่าง
ฟังเพลงสะดากสบาย แบบหูฟังไร้สาย
ใช้งาน Wi-Fi เพื่อทำงาน หรือท่องเน็ต
ส่วน Wi-Fi จะทำงานบนคลื่นความถี่ 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz ใช้มาตรฐาน IEEE 802.11 ด้วยความถี่ที่หลากหลาย Wi-Fi จึงสามารถส่งสัญญาณได้ไกล และทะลุทะลวงได้มากกว่า มีแบนวิดธ์ในการรับส่งข้อมูลที่กว้าง และส่งข้อมูลได้สูงกว่า Bluetooth หลายร้อยเท่าเลย คือ ถึงแม้ Bluetooth กับ Wi-Fi จะใช้มาตรฐานสัญญาณ IEEE เหมือนกัน แต่ก็จะใช้งานกันคนละคลื่นความถี่ ทำให้ช่องสัญญาณไม่ชนกันนั่นเองครับ
Bluetooth มีกี่เวอร์ชั่น
บลูทูธ แต่ละเวอร์ชัน
หากมองย้อนกลับไปในยุคแรงเริ่มที่มีการนำเทคโนโลยีบลูทูธมาใช้ ก็ถือว่ามีการพัฒนามาหลายเวอร์ชันแล้ว และเชื่อว่าทุกคน มีการใช้ Bluetooth ในชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ยังไม่เป็นสมาร์ทโฟน ก็เริ่มมีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กันบ้างแล้ว รวมถึงหูฟัง True Wireless, ลำโพงไร้สาย, ชุดเครื่องเสียง ทีวี, โฮมเทียร์เตอร์ต่าง ๆ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ต่างก็จะมีบลูทูธติดตั้งมาให้อยู่แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง
เอาหละครับหากถามว่ามีกี่เวอร์ชัน ? ณ ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีบลูทูธ ก็เดินทางมาถึงเวอร์ชันที่ 5.4 แล้วครับ หากแยกเป็นรุ่นที่มีการนำมาใช้กันอย่างจริงจัง ก็จะได้ดังนี้เลยครับ
Bluetooth 1.0
เป็นเวอร์ชั่นแรกที่เปิดตัวมาในปี ค.ศ. 1998 มีความเร็วในการส่งข้อมูลอยู่ที่ 732.2 kbps เท่านั้น และยังรองรับการส่งสัญญาณเสียงแบบ Mono เท่านั้น ยังไม่รองรับการทำงานแบบ Stereo
- Bluetooth 1.1: จะมีความเร็วเท่าเดิมที่ 732.2 kbps แต่มีการปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่างในเวอร์ชั่นแรก และเพิ่มความสามาถเข้ามาเล็กน้อย และยังถูกจัดเป็นเป็นมาตรฐาน IEEE 802.15 – 2002 อีกด้วย
- Bluetooth 1.2: ได้เพิ่มความสามารถให้รองรับการส่งไฟล์ หรือสัญญาณได้มากขึ้น ถึง 1Mbps ทำให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เกาะสัญญาณได้ดีกว่าเดิม
Bluetooth 2.0
จะเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดขึ้นมาจากเวอร์ชั่นแรก และมีการเพิ่มเทคโนโลยี Enhanced Data Rate (EDR) ทำให้รับส่งข้อมูลได้มากขึ้นสูงสุดถึง 3Mbps จากปกติจะอยู่ที่ 1Mbps เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่รองช่องสัญญาณเสียงแบบ Stereo ได้อีกด้วย
- Bluetooth 2.1: มีการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในการจับคู่ให้ดียิ่งขึ้น
Bluetooth 3.0
เพิ่มความสามารถในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 24Mbps จากปกติ 1Mbps ในรุ่นที่มี “+ HS” เช่น Bluetooth 3.0 + HS เป็นต้น จุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้ คือ เพิ่มความสามารถ AMP (Alternative MAC / PHY) นั่นคือจะรองรับการส่งข้อมูลความเร็วสูงจากสัญญาณของ Wi-Fi เข้ามาเสริมด้วยนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งสองอุปกรณ์ก็ต้องเป็นเวอร์ชั่นเดียวกันเท่านั้น ไม่งั้นก็จะใช้งานความเร็วสูงสุดมาตรฐานที่ 1Mbps ตามปกติ
Bluetooth 4.0
ในเวอร์ชั่นนี้ ถือว่ามีการปรับปรุงในหลายด้าน เช่น Classic Bluetooth ที่รวมเทคโนโลยีเก่า ๆ ที่เคยใช้มาใส่ในเวอร์ชั่นนี้, Bluetooth High Speed ที่เพิ่มความสามารถมาจากพื้นฐานของ Wi-Fi ทำให้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น
- Bluetooth 4.1: ได้อัพเดตให้มีความลื่นไหลต่อการใช้งานยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถรับ ส่งข้อมูลได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย L2CAP พร้อมทั้งมีการจำกัดเวลาในการค้นพบอุปกรณ์เข้ามาในเวอร์ชันนี้ โดยปกติแล้วระบบจะจำกัดไว้ที่ประมาณ 10 นาที
- Bluetooth 4.2: เพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัย และใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิม และรองรับ Internet Protocol Support Profile (IPSP) สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆภายในบ้านด้วยระบบ Smart Home ได้อีกด้วย
Bluetooth 5.0
เป็นอีกเวอร์ชันหลักที่มีการพัฒนาความสามารถต่าง ๆ เข้ามาเยอะพอสมควร ทำให้ส่งข้อมูลได้เสถียรมากขึ้น ไกลขึ้น ส่งไฟล์ได้ขนาดใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้หลายอุปกรณ์มากขึ้นอีกด้วย ซึ่ง Bluetooth 5 นั้นก็ได้รับความนิยมสูงสุดในท้องตลอดตอนนี้ และยังมีการปรับเพิ่มฟีเจอร์ย่อยเข้ามาด้วย และแตกเป็นเวอร์ชันย่อยได้ดังนี้
- Bluetooth 5.1: จะได้รับการปรับปรุงในเรื่องของความแม่นยำ เพื่อใช้ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ได้
- Bluetooth 5.2: จะได้ฟีเจอร์ LE Audio เพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นการช่วยให้สามารถส่งสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพสูงผ่านเทคโนโลยี Low Energy (LE) ที่ใช้พลังงานต่ำได้
- Bluetooth 5.3: มีการปรับปรุงด้านของประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลให้ดีขึ้น และเน้นการลดใช้พลังงานให้น้อยลง
- Bluetooth 5.4: เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วในปีมีการปรับปรุงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงาน นอกจากนี้จะเพิ่มระบบความปลอดภัยเข้ามาอีกด้วย
สรุปสั้นแต่ละเวอร์ชั่นก็จะมีประมาณนี้ครับ ส่วนเวอร์ชั่นที่ยังมีใช้กันอยู่ในช่วงเวลานี้ ก็จะมีตั้งแต่ Bluetooth 4.2 – 5.4 ครับ เพราะยังมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงอยู่ และในอนาคตอาจจะมีเปิดตัว Bluetooth 6.0 เข้ามา ต้องรอดูว่าจะมีอะไรเพิ่มเติม หรืออัพเกรดอะไรใหม่บ้าง และอีกอย่างที่หลายคนคงจะสงสัยว่า อุปกรณ์ที่ใช้ Bluetooth คนละเวอร์ชันกัน จะสามารถใช้งานร่วมกันได้ไหม จริงๆ แล้ว คือ ใช้งานได้ แต่ทั้งนี้ ความเร็ว และคุณสมบัติต่างๆ ก็จะทำงานได้จากความสามารถของเวอร์ชันที่เก่ากว่าเท่านั้นครับ
Bluetooth Class คือ อะไร
ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคุ้นชินกับคำว่า Bluetooth Class เพราะส่วนใหญ่เทคโนโลยีบลูทูธ ที่ติดมากับสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์นั้น ไม่ได้ระบุ Class มาให้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเครื่องที่ใช้อยู่ เป็นคลาสไหน ซึ่งสามารถเทียบกับข้อมูลแบบคร่าว ๆ ได้ดังนี้ คือ
ตัวอย่างเทียบระยะส่งสัญญาณ
- Class 1: จะมีกำลังส่งสัญญาณ 100 มิลิวัตต์ (100 mW) รองรับการส่งข้อมูลได้ไกลที่สุด หรือประมาณ 100 เมตร
- Class 2: มีกำลังส่งสัญญาณ 5 มิลิวัตต์ (2.5 mW) ซึ่งมีระยะในการรับส่งสัญญาณประมาณ 10 เมตร
- Class 3: ให้กำลังส่งสัญญาณมาที่ 1 มิลิวัตต์ (1 mW) และสามาถส่งสัญญาณได้ประมาณ 1 เมตร
- Class 4: จะกำลังส่งสัญญาณต่ำที่สุดคือ 5 มิลิวัตต์ (0.5 mW) ทำให้ระยะรับส่งใกล้ที่สุดประมาณ 0.5 เมตร หรือไม่เกิด 50CM เท่านั้น
เห็นแบบนี้ก็คงจะพอเดาถูกแล้วใช่ไหมครับ ว่าบลูทูธที่อยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ รอบตัวเรา ใช้เป็น Bluetooth คลาสไหน แน่นอนครับว่า ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่เราใช้กันมักจะมีระยะรับส่งสัญญาณอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 10 เมตร ซึ่งก็จะจัดอยู่ในกลุ่ม Class 2 นั่นเอง
ข้อดี – ข้อเสียของบลูทูธ
เทคโนโลยีอย่างบลูทูธนั้น ถือแม้จะเป็นถูกนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน มาดูสรุปข้อดี ข้อเสียกันว่ามีอะไรบ้าง
ข้อดี
- ใช้พลังงานต่ำ มีแบตเตอรี่ขนาดเล็ก จึงทำให้สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์เล็กๆ อย่างหูฟัง True Wireless หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ได้หลายชนิด
- ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์หรือจับคู่ได้ง่ายไม่กี่ขั้นตอน เมื่อเชื่อมต่อแล้วก็สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกดเชื่อมต่อใหม่ภายหลัง
- สะดวก พกพาง่าย เทคโนโลยีบลูทูธนั้นมีขนาดเล็กมาก จึงนิยมนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ได้หลายชนิด และเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ ค้นหาตำแหน่งของสิ่งของ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบไร้สายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเห็น เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง รวมถึงอุปกรณ์พกพาอย่าง สมาร์ทโฟน แท็ปเลต อุปกรณ์ติดตามต่างๆ อีกด้วย
- มีความปลอดภัย เทคโนโลยีไร้สายอย่าง Bluetooth แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็มีความปลอดภัยต่อการส่งข้อมูลเป็นอย่างมาก
- ต้นทุนต่ำ Bluetooth คือ เทคโนโลยีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำมาก จึงทำให้ผู้ผลิต นำไปติดตั้งกับอุปกรณ์ของตัวเองได้หลากหลาย
ข้อเสีย
- ข้อจำกัดด้านระยะทาง เพราะบลูทูธทั่วไปจะรับส่งสัญญาณได้ในระยะไม่เกิน 10 เมตรเท่านั้น
- ความเร็วในการรับส่งข้อมูลต่ำ เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ขนาดเล็ก ใช้พลังงานน้อย แบนวิดธ์แคบ จึงทำให้รับ ส่งข้อมูลต่อครั้งได้น้อย ส่วนใหญ่นิยมนำไปใช้กับการจับคู่อุปกรณ์ ระบุตำแหน่ง และใช้สำหรับส่งสัญญาณเสียงเท่านั้น
- ปัญหาด้านสัญญาณ ที่จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนใช้อุปกรณ์บลูทูธเยอะๆ เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีสัญญาณขาดหายได้เป็นบางช่วง แต่เวอร์ชั่นใหม่ ๆ อาจจะไม่ค่อยพบปัญหานี้ เนื่องจากมีการปรับปรุงความสามารถอยู่ตลอด
ตัวอย่างหูฟังบลูทูธของ Playstation
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
สรุปแล้ว Bluetooth คือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สายขนาดเล็ก ที่มีใช้กันมาอย่างยาวนาน ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ดี นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของเรามาก เนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ต่าง ๆ ในสำนักงาน ทีวี เกม และอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ หลายอย่างเลย เราจึงมักเห็นหูฟัง เมาส์ คีย์บอร์ด แบบไร้สายอยู่แทบทุกที่ เพราะอุปกรณ์เหล้านี้จะใช้พลังงานต่ำ ถึงแม้จะเพิ่มเติมบลูทูธเข้าไปก็ไม่ได้มีผลต่อการใช้พลังงานมากเท่าไหร่ครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Kittipong-J.
หลงไหลในโลก IT เป็นคนไม่เก่งแต่ชอบที่จะลอง และมองหาความรู้จากสิ่งรอบตัว






