Wi-Fi 7 คือ อะไร ต่างกับ Wi-Fi 6 ยังไง เหมาะกับการใช้งานแบบใด

Wi-Fi 7 คือ

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อโครงข่ายไร้สาย หรือที่เราเรียกกันว่า Wi-Fi นั้นมีใช้มานานกว่า 20 ปีแล้ว และได้รับการพัฒนาปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงปัจจุบันที่นิยมใช้กันอยู่ก็คือ Wi-Fi 5 และ Wi-Fi 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อความเร็วสูง แต่ในช่วงปลายปี 2024 นี้ทาง กสทช. ในไทยก็ได้ก็ได้ปลดล็อค อนุญาตให้เริ่มใช้งานเทคโนโลยีใหม่อย่าง Wi-Fi 7 ได้แล้ว จึงอาจจะทำให้หลายท่านสนใจที่อยากจะลองใช้ เราจึงนำข้อมูลบางส่วนมาให้อ่านกันในบทความนี้ ว่า Wi-Fi 7 คือ อะไร ดีหรือไม่ และสมควรที่จะต้องเปลี่ยนไปใช้หรือเปล่า

Wi-Fi 7 คือ อะไร

Wi-Fi 7 คือ มาตรฐานการเชื่อมต่อประเภท IEEE 802.11 รุ่นที่ 7 หรือชื่อรหัสมาตรฐาน IEEE 802.11be การเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi 7 นั้นได้เพิ่มความสามารถ โดยการเอาคุณสมบัติทั้งหมดของ Wi-Fi 5, 6 และ 6E มารวมกันให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ด้วยแบนด์วิดท์ 320 MHz และ 4K-QAM รวมถึงคุณสมบัติใหม่ เช่น การทำงานแบบ Multi-Link Operation (MLO), Multi-Resource Units (RU) อีกด้วย และ Wi-Fi 7 จะสามารถรองรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย ใช้งานพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

Wi-Fi 7 คือ

WiFi 7 รับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์รองรับพร้อมกัน

เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยี Wi-Fi กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานไปจนถึงที่บ้าน รวมถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟ ต่างก็จะมี Wi-Fi ให้ใช้กันแทบทั้งนั้น และ Wi-Fi 7 นี้มาพร้อมกับ Extremely High Throughput (ETH) ยกระดับความเร็วให้กับอุปกรณ์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ในการใช้งานของทุกคนในอนคตอย่างแน่นอน

ต่างจาก Bluetooth ยังไง

Wi-Fi เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครื่องข่ายแบบไร้สาย ซึ่งจะใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ส่งที่มีความเสถียรและส่งข้อมูลได้มากกว่า และจะรองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ หรืออยู่ในระบบเครือข่ายเดี่ยวกัน หรือเรียกว่าในวง LAN เดียวกันก็ได้ ซึ่งจะทำงานร่วมกันได้ทั้งระบบ LAN และ Wireless LAN (WLAN)

ส่วน Bluetooth จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ มีแบนด์วิดท์ต่ำ ระยะทางในการรับส่งสัญญาณสั้น และออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์พกพาเป็นส่วนใหญ่ เช่น สมาร์ทโฟน หูฟังพกพา ลำโพง เนื่องจากบลูทูธใช้พลังงานต่ำมากนั่นเอง

มีอะไรใหม่ใน Wi-Fi 7

ก่อนจะมาเป็น Wi-Fi 7 ในปัจจุบันมีการพัฒนามานานหลายปีเช่นกัน กลุ่ม Wi-Fi Alliance (Wireless Ethernet Compatibility Alliance) ก็ได้อออกใบรับรองให้กับอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานประมาณช่วงปี 2023 พร้อมกับสัญลักษณ์ Wi-Fi 7 Certified ติดที่ข้างกล่อง และตัวอุปกรณ์ด้วยเช่นกันคุณลักษณบางส่วนก็จะมีดังนี้

อุปกรณ์รองรับ

แบนด์วิดท์ของคลื่นความถี่ 5GHz บน Wi-Fi( AC – AX) และ 6GHz ของ Wi-Fi 7

  • Bandwidth: แบนด์วิดท์กว้างขึ้นถึง 320MHz ส่งสัญญาณได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
  • Quadrature Amplitude Modulation (QAM): ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งข้อมูล และแปลงรหัสจากดิจิตอลเป็นสัญญาณอนาล็อก ได้ครั้งละ 4K-QAM (4096-QAM)
  • Multi-Link Operation (MLO): เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยรวมการรับส่งข้อมูลหลายแบนด์พร้อมกัน ทำให้มีความเสถียร และรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น
  • Multi-Resource Units: ควบคุมการแบ่งแบนด์วิดท์ ให้กับอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความหน่วงลงได้อย่างมาก
  • Preamble Puncturing: นำมาช่วยลดการรบกวนของสัญญาน ทำให้การรับส่งข้อมูลได้อย่างไม่ติดขัด
  • 16×16 MU-MIMO: รองรับอุปกรณ์มากขึ้น สามารถเชื่อมต่อพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสเถียรมากขึ้น

จะเห็นว่าเทคโนโลยี Wireless LAN มีการพัฒนาขึ้นไปอีกในหลายด้าน รวมถึงมีการปรับปรุง Triggered Uplink Access บนมาตรฐาน Wi-Fi 6 ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ในไทย

มาตรฐานที่ Wi-Fi 7 ที่ Wi-Fi Alliance รับรอบ

Wi-Fi 7 ต่างจาก Wi-Fi 6/6E อย่างไร

Wi-Fi 7 นั้น ถือว่าเป็นรุ่นอัปเกรด เปลี่ยนเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลไร้สายบนคลื่นความถี่ 6GHz อย่างแท้จริง และเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่จะเข้ามาเพิ่มประสบการณ์ในการใช้งาน Wi-Fi อย่างก้าวกระโดดซึ่งจะมีความเร็วในการเชื่อมต่อสูงสุดถึง 46Gbps กันเลย (*หมายถึงแบนด์วิดท์เชื่อมต่อพร้อมกันทั้งหมดทุกอุปกรณ์พร้อมกัน) และสามารถส่งข้อมูลละเอียดมากขึ้นประมาณ 4K-QAM (4096-QAM)

แต่ Wi-Fi 6 (802.11ac) จะส่งข้อมูลได้ครั้งละ 1024-QAM ซึ่งทำงานได้ที่คลื่นความถี่เดียว คือ 5GHz ส่วน Wi-Fi 6E จะทำงานอยู่บนคลื่นความถี่ 6 เหมือนกับ Wi-Fi 7 ถือว่าเป็น จะเป็นการตีบวกความเร็ว และขยายช่องสัญญาณในการรับส่งข้อมูลเพิ่มจาก Wi-Fi 6 มาอีกระดับนั่นเอง

802.11be

ส่งข้อมูลได้ละเอียด และอัดแน่นมากขึ้น

Wi-Fi มีทั้งหมดกี่รุ่น

หากนับตั้งแต่รุ่นแรกมาถึงปัจจุบันก็มีทั้งหมด 7 รุ่นแล้ว โดยทั้งหมดจะมีชื่อ และรหัสตามมาตรฐาน IEEE ดังนี้

  • มาตรฐาน IEEE 802.11b หรือ Wi-Fi 1 เริ่มใช้เมื่อปี 1999 มีความเร็วตามทฤษฎีได้สูงสุดที่ 11 Mbps เท่านั้น
  • มาตรฐาน IEEE 802.11a ออกมาเมื่อปี 1999 เช่นเดียวกับ IEEE 802.11b จะเรียกว่า Wi-Fi 2 ก็ได้ แต่ไม่ได้รับรองอย่างเป็นทางการเท่าไหร่ IEEE 802.11a มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 54Mbps
  • มาตรฐาน IEEE 802.11g หรือ Wi-Fi 3 มีความเร็วอยู่ที่ มีความเร็วอยู่ที่ 54Mbps หรือยกมาจาก IEEE 802.11a นั่นเอง
  • มาตรฐาน IEEE 802.11n หรือ Wi-Fi 4 หรือเรียกอีกชื่อว่า Wireless N, Wi-Fi N ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลอยู่ที่ 600Mbps
  • มาตรฐาน IEEE 802.11ac หรือเรียกว่า Wi-Fi 5 จะมีความเร็วสูงถึง 1300Mbps ซึ่งเป็นการรวมแบนด์วิดท์ทั้ง 802.11a/b/g/n/ac เข้าด้วยกันนั่นเอง แน่นอนว่าจะใช้ 2 ย่ายความถี่ คือ 2.4GHz และ 5GHz หรือ Dual-band Wireless
  • มาตรฐาน IEEE 802.11ax คือ Wi-Fi 6 นั่นเอง เป็นมาตรฐานที่กำลังนิยมใช้อยู่กันในปัจจุบันทำงานอยู่บนคลื่นความถี่ 6GHz (Wi-Fi 6E) มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลรวมสูงถึง 9.6Gbps
  • มาตรฐาน IEEE 802.11be คือ Wi-Fi 7 มาตรฐานใหม่ที่กำลังเข้ามาทำตลาดในช่วงปลายปี 2024 ทำงานอยู่บนคลื่นสัญญาณ Band 6GHz เช่นเดียวกับ Wi-Fi 6 มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลรวมสูงมากถึก 46Gbps หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าก็สูงกว่าหลายเท่าตัวกันเลย แน่นอนว่าเป็นการนำเทคโนโลยีทั้ง 2.4GHz + 5GHz + 6GHz นั่นเอง
ความเร็ว

คุณสมบัติหลักของ Wi-Fi 4 – Wi-Fi 7

ก่อนจะมาเป็นแต่ละเวอร์ชั่น ก็ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานมาหลายขั้นตอนเช่นกัน ดังนั้น หากอุปกรณ์ได้รับสัญลักษณ์ Wi-FI Certified ก็แสดงว่าได้รับมาตรฐานการรับส่งสัญญาณระดับสากล และมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานการผลิตนั่นเอง ทำให้ตอนนี้ มีความถี่ในการรับส่งสัญญานที่มีใช้งานอยู่จริง 3 ย่ายความถี่ คือ 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz

*ความเร็วตามทฤษฎีไม่ใช่ความเร็วที่ใช้สำหรับรับส่งข้อมูลจริง เป็นเพียงการคำนวณรวมกันของทุกอุปกรณ์ เช่นการทำงานหลายอุปกรณ์ต่อเราเตอร์ 1 ตัวนั่นเอง

Wi-Fi 7 เหมาะกับใคร

Wi-Fi 7 เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายที่ยังใหม่มาก และในปี 2024 นี้เองก็มีผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายไม่กี่รุ่นเท่านั้น จริง ๆ แล้ว Wi-Fi 7 นั้นจะเหมาะสำหรับองค์กร หรือกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการความเร็ว ในการรับส่งข้อมูลที่มีความสเถียร และส่งไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ๆ รวมไปถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มากกว่า 1GB/s (1000MB/s) ขึ้นไป

มาตรฐาน

Wi-Fi 7 กับการใช้งานได้หลากหลาย

สำหรับผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไป ก็คงไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนไปใช้ Wi-Fi 7 ในตอนนี้ เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รองรับยังมีน้อย และราคาค่อนข้างสูง เช่นหากนำมาใช้เพื่อดูหนัง หรือฟังเพลง เล่นเกมทั่ว ๆ ไป เทคโนโลยีปัจจุบันอย่าง Wi-Fi 5 (802.11ac) – 6E (802.11ax) ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

แต่สำหรับชาวเกมเมอร์แล้วความสเถียร คือ สิ่งที่สำคัญมาก หาก Wi-Fi ไม่มีความเสถียรมากพอ รวมถึงการตอบสนองความหน่วง Latency ที่สูง ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นเสียโอกาศในบางจังหวะได้เช่นกัน ดังนั้นเทคโนโลยีอย่าง Wi-Fi 7 ก็จะแก้ไขปัญหา และเติมเต็มในส่วนนี้ไปได้นั่นเอง

กสทช

รูปเล่นเกมผ่านระบบ Wi-Fi 

ทำไมต้อง Wi-Fi 7

เพราะมีความสามารถสูงขึ้น มีแบนวิดท์ที่กว้าง ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้สูง และรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีค่าความหน่วงต่ำ ทำให้ตอบสนองต่อการทำงานได้ดี และที่สำคัญรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้มากกว่าเดิมอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์ใช้การเชื่อมต่อเป็นระบบไร้สายเป็นหลักนั่นเอง ปัจจุบันคนเรายิ่งใช้อุปกรณ์หลายอย่างต่อคน หากรวมกันอยู่ในห้องเดียวหลาย ๆ คน ก็จะทำให้ช่องสัญญาณเต็มได้เช่นกัน ดังนั้น Wi-Fi 7 จึงเข้ามาแก้ไขในจุดนี้ได้

Wi-Fi 7 คือ

ตัวอย่างเปรียบเทียบมาตรฐานความเร็วสูงในปัจจุบัน 

คลิปอธิบาย Wi-Fi 7 คือ อะไร โดย TP-Link

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป Wi-Fi 7 คือ อะไร

Wi-Fi 7 คือ หนึ่งในมาตรฐาน IEEE 802.11 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 7 แล้วนั่นเอง ถึงเรียกว่า Wi-Fi 7 (802.11be) โดย Wi-Fi 7 นั้น จะทำงานบนคลื่นความถี่ 6GHz เป็นหลัก มีแบนด์วิธด์กว้าง สามารถรับ – ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง ส่งไฟล์ใหญ่ ๆ ได้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น เรียกได้ว่าอาจจะเร็วกว่าสาย LAN 10/100/1000Gbps ที่เราใช้กันอยู่ด้วยซ้ำ

Wi-Fi 7 จะมีความเร็วมากกว่า Wi-Fi 6/6E รุ่นก่อนหน้าได้หลายเท่าตัว โดยทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 46Gbps ทำให้รองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังยกระดับการเชื่อมต่อ และเพิ่มความสเถียรให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย และในประเทศไทยช่วงปลายปี 2024 นี้ ทาง Operator ค่ายเน็ตบ้าน ก็เริ่มประกาศปล่อยแพ็คเกจเน็ตบ้าน Internet ความเร็ว 2000Mbps (2Gbps) ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งก็จะใช้ควบคู่ไปกับเราเตอร์ Wi-Fi 7 นั่นเองครับ

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน