Big Data คือ อะไร มีประโยชน์ยังไง และตัวอย่างบริการใกล้ตัวที่ใช้

Big Data คือ

แค่ไถฟีดก็โดนรู้ใจ ทำไมมือถือถึงรู้ว่าเรากำลังอยากได้อะไรอยู่ เคยไหมครับที่บ่นๆ กับเพื่อนว่าอยากไปเที่ยว หรืออยากจะซื้ออะไรอยู่ หรือเคยค้นหาอะไรในเน็ต แค่แป๊บเดียวโฆษณาสิ่งของที่เราอยากได้ก็เด้งขึ้นมาเต็มฟีดไปหมด บางครั้งเราก็แอบคิดนะครับ ว่ามือถือแอบฟังเราหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ ทั้งหมดนี้ คือ พลังของ “Big Data” ที่เราจะพาไปทำความรู้จักกันในบทความนี้ครับ

Big Data คือ อะไร

Big Data คือ ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อนมาก จนซอฟต์แวร์ทั่วไปไม่สามารถจัดเก็บ จัดการ หรือวิเคราะห์ได้ ซึ่งความจริงแล้ว มันมีความหมายมากกว่านั้นครับ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ลองจินตนาการว่า Big Data คือ สมุดจดบันทึกเล่มยักษ์แบบล่องหน ที่คอยจดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำบนโลกออนไลน์ คอยเก็บสถิติ ข้อมูล และพฤติกรรมของเราแบบละเอียดยิบเลยก็ว่าได้ เช่น

  • การค้นหาอะไรในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการหาอุปกรณ์ไอที หาเสื้อผ้า หรือเครื่องสำอาง
  • กดข้ามโฆษณาอะไรไปบ้าง
  • การหยุดดูรูปภาพ วิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย นานกี่วินาที
  • การใช้ระบบนำทาง หรือค้นหาสถานที่ ว่าสนใจไปที่ไหนบ้าง

ระบบก็จะเก็บข้อมูลเราไปทำสถิติการใช้งาน ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะถูกนำไปเก็บ และประมวลผล เพื่อจัดระเบียบ และวิเคราะห์ความน่าจะเป็นด้วย AI ว่าเราชอบสิ่งไหน ต้องการอะไร แน่นอนว่า ข้อมูลเหล่านี้อาจจะมาจากหลายแหล่ง อย่าง โซเชียลมีเดีย, ธุรกรรมออนไลน์, อุปกรณ์ IoT หรือจากพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์เป็นต้น หรือเรียกง่าย ๆ มันก็คือ วัตถุดิบชั้นเยี่ยม ที่ระบบ AI สามารถนำมาติดตาม และเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานในโลกออนไลน์นั่นเองครับ

ข้อมูลเยอะแค่ไหน ถึงจะเรียกว่า Big Data

แน่นอนว่าไม่ใช่ข้อมูลทุกอย่างจะเป็น Big Data ได้ แต่มันต้องมีคุณสมบัติ 5 อย่าง ประกอบด้วยกัน คือ

  • Volume
    ข้อมูลต้องมีเยอะมากๆ จนคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์ธรรมดาทั่วไปเก็บไม่พอ เช่น ข้อความแชท รูปภาพ วิดีโอที่คนทั้งโลกถ่าย และอัปโหลดลงในโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน
  • Velocity
    หมายความว่าข้อมูลต้องมีการไหลเข้าสู่ระบบสูงมาก และต้องมีการประมวลผลแบบทันทีทันไดแบบ Real-Time เช่น ข้อมูลแผนที่นำทางในโทรศัพท์มือถือที่เราใช้งานกันทุกวัน หรือการรูดซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต เป็นต้น
  • Variety
    ความหลากหลายของข้อมูล แน่นอนว่าข้อมูลที่นำมาประมวลไม่ได้มีแค่ตัวหนังสือเท่านั้น แต่มีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เสียง, รูปภาพ, ภาพเคลื่อนไหว หรือวิดีโอ ที่เราส่งหากัน
  • Veracity
    ต้องมีความถูกต้อง และน่าเชื่อถือ เพราะในคลังข้อมูลขนาดมหึมานี้ ย่อมมีทั้งข้อมูลที่เป็นจริง และข้อมูลขยะซ่อนอยู่ด้วย เช่น บัญชีปลอม, สแปม หรือข่าวเท็จต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลที่ดีจะต้องผ่านการคัดกรองความน่าเชื่อถือก่อนที่จะถูกนำไปใช้จริง
  • Value
    หรือคุณค่าที่ได้รับ พูดตรง ๆ เลยว่าข้อมูลทั้งหมดจะไม่มีประโยชน์เลย หากข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้นำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างมูลค่า หรือต่อยอด เช่น การนำข้อมูลไปทำแคมเปญโฆษณาเพื่อขายสินค้า หรือใช้สำหรับการคาดเดาเทรนด์สินค้าในแต่ละช่วงเวลา
Big Data คือ

Big Data

หลักการทำงานของ Big Data เบื้องความรู้ใจผู้ใช้

ไขข้อข้องใจ ทำไม แอพลิเคชันในมือถือ หรือเบราเซอร์ ถึงได้ฉลาด และ รู้ใจผู้ใช้แต่ละคน ว่าต้องการซื้ออะไร หรือต้องการที่จะหาอะไรได้ดีขนาดนี้ โดยมีหลักการทำงานอยู่เบื้องหลัง ที่เหมือนสายสืบอัจฉริยะ ดังนี้ครับ

1. เก็บรวมรวมข้อมูล

ระบบจะทำการเก็บรวมรวมข้อมูล ด้วยวิธสะกดตามรอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint) ทันทีที่เราจับมือถือ หรือใช้งานแอปต่าง ๆ ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าเป็นการกดไลก์ กดค้นหาข้อมูล หรือจุดโลเคชันที่เราไป รวมไปถึงระยะเวลาที่เราหยุดดูรูปภาพ หรือวิดีโอ ข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้ จะถูกเก็บรวบรวม และส่งกลับไปที่คลังส่วนกลาง เพื่อจัดการตามขั้นตอนต่อไป

2. จัดเก็บ และจัดการข้อมูล

ส่วนนี้จะเป็นขั้นตอนการประมวลผล (Processing) หลังจากเก็บข้อมูลมาแล้ว ก็จะทำการแยกหมวดหมู่ และเก็บไว้ในคลังข้อมูลขนาดยักษ์ ซึ่งระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทำมีหน้าที่แยกประเภทไฟล์เหล่านี้ เพื่อให้มีความชัดเจน และผลลัพธ์คล้ายกันมากที่สุดไปเก็บไว้ในส่วนที่ผ่านการประมวลผลแล้ว เพื่อรอการนำไปวิเคราะห์ และใช้งานจริง

3. วิเคราะห์ และนำไปใช้

Big Data Analytics ขั้นตอนนี้แหละที่สำคัญที่สุด เพราะระบบจะส่งข้อมูลที่จัดระบบแล้วไปให้กับ AI การวิเคราะห์ และหาความเชื่อมโยงของข้อมูล กับพฤติกรรมของคนที่อยู่ในโลกออนไลน์แต่ละคน เช่น

  • นายเอ ชอบดูกีฬา และดูโฆษณาเกี่ยวข้องกับกีฬามาก
  • นายบี ชอบซื้อสินค้าไอที และมักกดเข้าไปดูโฆษณาสินค้าประเภทนี้บ่อยๆ

หลังจากที่ AI วิเคราะห์พฤติกรรมเสร็จแล้วว่าใครชอบอะไร มันก็จะสังการให้แอปพลิเคชันเสิร์ฟคอนเทนต์อย่าง โฆษณา หรือโปรโมชันที่ตรงใจกับคนนั้น ๆ ไปแสดงบนหน้าจอมือถือ หรือเว็บเบราเซอร์โดยทันทีนั่นเอง

สรุปหลักการทำงานง่าย ๆ ก็ คือ ระบบจะทำการเก็บข้อมูล > นำข้อมูลไปจัดระเบียบ และบันทึกข้อมูลไว้ในคลัง > หลังจากนั้นจะให้ AI วิเคราะห์ แล้วเสิร์ฟผลลัพธ์ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วแสง เพื่อที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน กับคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ นี่แหละครับคือเบื้องหลังว่าทำไมมือถือที่เราใช้อยู่ ถึงรู้ใจเราไปหมดทุกเรื่อง เพราะ Big Data เปรียบเสมือน “นักสืบ” ที่คอยติดตามจากรอยเท่าดิจิทัลของเราบนออนไลน์นั่นเอง

บิ๊กดาต้า

หลักการทำงานของ Big Data

ตัวอย่างบริการใกล้ตัวที่ใช้ Big Data

ตัวอย่าง Big Data ในส่วนนี้ผมขอยกตัวอย่างบริการใกล้ตัวที่ใช้บิ๊กดาต้าในการเสิร์ฟคอนเทนต์ โฆษณา และโปรโมชันให้กับผู้ใช้บนโลกออนไลน์ ว่าบริการไหนบ้างที่เราอาจจะเคยใช้ หรือใช้บ่อย ดังนี้ครับ

Big Data Analytics

โซเชียลมีเดีย

ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok ทุกท่านเคยสงสัยไหมครับว่าทำไม ฟีดข่าวของแต่ละคนถึงหน้าตาไม่เหมือนกัน นั่นก็เป็นเพราะว่า ระบบใช้ Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมของคุณแบบเจาะจงนั่นเอง

สมมติว่าช่วงนี้คุณอินกับการถ่ายรูปมาก เวลาเลื่อนฟีดแล้วเจอรูปถ่ายนก วิวภูเขา ดอกไม้ หรือพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ และมักจะหยุดดูรูปเหล่านั้นนานกว่าปกติ หรือได้ไปกดไลก์สักครั้งนึง ระบบก็จะเก็บขอมูลของเราเอาไว้ทันที หลังจากนี้ไม่นาน ฟีดของคุณก็จะเต็มไปด้วยเพจถ่ายรูป หรือรูปธรรมชาติโผลมาให้ดูมากกว่า ข้อมูลอย่างอื่นนั่นเอง

ตัวอย่าง Big Data

แอปช้อปปิ้งออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada หรือ Tik Tok นี่ คือ เวทีประลองของ Big Data ขนาดแท้เลย เพราะแอปเหล่านี้ไม่ได้เก็บแค่ประวัติว่าเราซื้ออะไรเท่านั้น แต่มันเก็บตั้งแต่แรก ว่าเราค้นหาอะไร คลิกดูสินค้าตัวไหนบ้าง และดูสินค้าประเภทไหนเป็นหลัก รวมถึงเก็บข้อมูลจากตะกร้าสินค้าว่าเราเล็งอะไรไว้อยู่

นั่นแหละครับ ระบบก็จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และทำการยิงโฆษณา โปรโมชัน และส่วนลดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ เพื่อให้เราใจอ่อนจนเผลอกดซื้อไปในที่สุด

ประโยชน์ของ Big Data

แพลตฟอร์มวิดีโอ และสตรีมมิ่ง

อย่างกลุ่มนี้ก็อาจจะเป็น YouTube, Netflix ในเวลาที่แต่ละคนดูวิดีโออยู่ หรือดูวิดีโอจนจบแล้ว มีคลิปถัดไปเด้งขึ้นมาให้เรากด หรือในหน้าแรกของแต่ละแพลตฟอร์มก็มักจะเป็นวิดีโอเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่

นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ มันคือระบบได้นำข้อมูลของคุณไปวิเคราะห์แล้ว จึงได้นำแนะนำวิดีโอเหล่านั้นมาให้คุณดู เช่น ชอบดูคลิปแนวไหน ชอบกดข้ามช่วงไหน ดูซีรีส์แนวไหนบ่อยที่สุด ระบบก็จะคัดสรรค์วิดีโอที่คล้ายกันมากที่สุดมาให้ก่อนเสมอนั่นเอง

Big Data คือ

แผนที่นำทางอัจฉริยะ

ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้ Google Maps กันบ้างล่ะ เพราะเรามักจะเปิดดูแผนที่ เพื่อดูเส้นทาง และดูว่า หรือดูว่าเส้น หรือจัดไหนรถติดหนัก หรือไม่ติด (*เส้นสีฟ้า, สีส้ม หรือสีแดง)

ที่ระบบรู้ได้นั้น ไม่ใช่ว่าส่งพนักงานไปยืนดูบนถนนนะครับ แต่มัน คือ การใช้ Big Data โดยการดึงเอาข้อมูลพิกัด และความเร็วในการเคลื่อนท่า Smartphone ของแต่ละเครื่องที่อยู่บนท้องถนน ณ เวลานั้น มาประมวลผลพร้อมกันแบบเรียลไทม์ ทำให้เรารู้ได้ทันที ว่าควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางไหนแทน

ประโยชน์ของ Big Data มีอะไรบ้าง

นอกจากจะมีไว้สำหรับการยิ่งโฆษณาในการขายสินค้าแล้ว Big Data ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นมากมายเลย และเรียกได้ว่าครอบคลุมแทบทุกวงการเลยก็ว่าได้ ลองมาดูกันครับ ว่ามันมีประโยชน์กับใครอีกบ้าง

การวิเคราะห์ข้อมูล

Content Creators & Affiliate

ประโยชน์สำหรับสายคอนเทนต์ และคนทำเพจ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบล็อก ทำเพจแชร์รูปถ่ายสวยๆ หรือสายแปะลิงก์ป้ายยาสินค้าต่าง ๆ Big Data คือ ผู้ช่วยมือทองเลยล่ะครับ เพราะว่าแพลตฟอร์มต่างๆ จะมีเครื่องมือหลังบ้านจะมีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ให้เราดูว่า มีคนที่ติดตามเพจเราอยู่บ้าง และชอบดูภาพแนวไหน เช่น รูปวิว หรือรูปสัตว์ รูปแมลง หรือสิ่งก่อสร้าง โดยจะเป็นการเก็บข้อมูลจากคนที่ชอบกดเข้ามาดูเพจช่วงเวลาไหนมากที่สุด หรือกดไลก์รูปแนวไหนมากที่สุด

ข้อมูลเหล่านี้แหละที่จะช่วยให้เจ้าของเพจ หรือเจ้าของเว็บบล็อก สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ตรงใจคนดูมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้คนคลิกลิงก์สินค้าของเราได้แบบเนียนๆ

ตัวอย่าง

Business & E-Commerce

ประโยชน์สำหรับกลุ่มธุรกิจ และร้านค้า คือ Big Data จะช่วยให้ร้านค้าสามารถนำข้อมูลการซื้อขายในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์กับอนาคตได้ เช่น เวลาไหน เดือนไหน สินค้าประเภทไหนจะขายดีที่สุด และสินค้ากลุ่มไหนที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำ ทำให้ร้านสามารถเตรียมสต็อกสินค้าได้ทัน เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า และจัดโปรโมชันได้ตรงจุด เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้เยอะเลย

ประโยชน์

Healthcare

ประโยชน์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข แน่นอนว่าในวงการแพทย์ Big Data ก็ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ประวัติการรักษา และข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยจำนวนมากได้ด้วย เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อนได้แม่นยำยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การคาดการณ์ และรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันท่วงทีอีกด้วย

Big Data คือ

Smart City

ประโยชน์ด้านการจราจร และเมืองอัจฉริยะ ด้วยพลังของ Big Data สามารถดึงข้อมูลจาก GPS บนรถยนต์ และกล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อจัดการกับระบบสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณระในแต่ละช่วงเวลา

ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยลดปัญหารถติดได้อย่างเหมาะสม หรือใช้เพื่อแจ้งว่าจุดไหนมีอุบัติเหตุ หรือมีการบำรุง ซ่อมแซมถนนหรือไหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้เดินทางได้แบบเรียลไทม์ได้ รวมไปถึงข้อมูลของกล้องวงจรปิดด้วย

ข้อดี และข้อควรระวังของ Big Data ที่เราควรต้องรู้

เชื่อว่าทุกคนคงได้ยินคำนี้มา “เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ” ใช่ครับ แม้แต่ Big Data เองที่เป็นระบบอัจฉริยะที่แสนรู้ใจครับ แต่เมื่อมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อที่ควรระวังเช่นกันครับ

ข้อดีของ Big Data

  • ชีวิตสะดวก และประหยัดเวลาขึ้น
    เราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการค้นหาสิ่งที่ต้องการนาน ๆ เพราะระบบจะคัดกรองเนื้อหา และแสดงสินค้าที่เราสนใจมาให้ถึงหน้าจอทันที
  • ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม
    ได้รับประสบการณ์ที่ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูรูปถ่ายสวย ๆ หรือได้ฟังเพลงที่ถูกใจแล้ว ได้ดูวิดี หรือคอนเทนต์ ระบบยังมีการส่งสิทธิพิเศษ หรือคูปองส่วนลดสินค้าที่เรากำลังสนใจมาเสิร์ฟให้เราถึงหน้าจอ โดยที่ไม่ต้องไปกดหาให้เหนื่อย
  • เป็นประโยชน์กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
    สำหรับท่านใดที่ทำคอนเทนต์ หรือขายของออนไลน์ ระบบนี้จะช่วยพสสินค้า คอนเทนต์บทความของเรา ไปแสดงบนหน้าจอของคนที่สนใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้อย่างตรงจุด ตรงกลุ่มคนได้อย่างแม่นยำขึ้นด้วย

ข้อควรระวัง

  • ความเป็นส่วนตัวที่ลดลง
    ด้วยระบบที่ฉลาดมาก สิ่งที่ต้องแลกและมาพร้อมกับความสะดวกสบาย เราก็ต้องยอมรับว่า รอยเท้าดิจิทัล บนออนไลน์ของเราจะถูกเก็บไปประมวลผลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการตั้งค่าความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวบนแอปต่างๆ ถือว่าสำคัญมากครับ ว่าจะอนุญาตให้ระบบเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง
  • ติดอยู่ในโลกใบเดิม
    เมื่อระบบเลือกแสดงแต่สิ่งที่เราชอบอยู่เสมอ ทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเห็นมุมมองใหม่ ๆ หรือขาวสารด้านอื่น ๆ ไปด้วย เพราะฟีดบนโซเชียล หรือเว็บเบราเซอร์เองก็จะแสดงแต่เรื่องซ้ำ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเคยสนใจเท่านั้น
  • โฆษณาตามหลอกหลอน
    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ เพราะระบบจะขยันส่งโฆษณากับสิ่งที่เราสนใจไปแสดงในแอปต่าง ๆ ที่มีโฆษณาแฝง ทั้งโปรโมชัน และส่วนลดต่าง ๆ อาจจะทำให้เผลอใจกดสั่งซื้อไปโดยไม่ทันตั้งตัวเลยก็ได้ ถือว่าเป็นภัยต่อเงินในกระเป๋าเลยล่ะครับ

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป Big Data คือ อะไร

Big Data ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว เพราะ Big Data คือ ชุดข้อมูล หรือคลังข้อมูลขนาดใหญ่มาก ที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ทุกคน จากการใช้งานบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น การใช้โซเชียลมีเดีย กดไลก์ คอมเมนท์ แชร์ข้อมูล การดูวิดีโอออนไลน์ ค้นหาข้อมูล หรือซื้อสินค้าต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้งานด้านอื่น ๆ อีกมากมาย

เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานหลายด้าน ตั้งแต่ผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงธุรกิจระดับโลกเลยล่ะครับ เนื่องจาก Big Data เป็นเหมือนสายสืบอัจฉริยะ ที่คอยเก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างบนโลกตลอดเวลานั่นเอง

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน