เพื่อนๆ หลายคนที่เคยใช้คอมพิวเตอร์ หรือ แลปทอปของทางบริษัท อาจเคยมีข้อสงสัยว่า คอมพิวเตอร์สำนักงาน ที่ทางองค์กรเลือกซื้อมาให้พนักงานนั้น แตกต่างจากเครื่องที่เราซื้อมาใช้งานเองหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้ว ตอบได้เลยว่าวิธีการเลือกซื้อ และรุ่นที่ผลิตมานั้น แตกต่างกันอย่างแน่นอน วันนี้ทาง แอด อิน จะพาคุณมาเข้าใจวงการไอทีของประเทศไทยและทั่วโลก ให้ชัดเจนมากขึ้น
> อ่านบทความ วิธีเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค
วงการคอมพิวเตอร์นั้น แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ
คอมพิวเตอร์ สำหรับบุคคล (Consumer)
อุปกรณ์ไอทีกลุ่มนี้ จะเน้นในส่วนของการใช้งานทั่วไป สำหรับนักเรียน หรือบุคคลที่ต้องการใช้งานตามบ้าน ไม่ได้ซีเรียสในเรื่องของข้อมูล และการรับประกัน จะมีราคาที่ถูกกว่าฝั่ง คอมพิวเตอร์สำนักงาน แต่ความคงทน แข็งแรง และ Security จะด้อยกว่า
คอมพิวเตอร์สำนักงาน สำหรับองค์กร (Commercial)
อุปกรณ์ไอทีกลุ่มนี้ จะออกแบบสำหรับการใช้ทำงานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นองค์กรบริษัท หรือบุคคลทั่วไป ที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์ในการทำงาน ต้องการความแข็งแรง ทนทานพร้อมการรับประกัน และประโยชน์ด้าน Security อุปกรณ์ส่วนนี้จะตอบโจทย์ได้มากกว่า
แล้ว Consumer และ Commercial มีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
ข้อแตกต่างระหว่างสินค้าไอทีสำหรับ บุคคล และ องค์กร สามารถสังเกตง่ายๆได้ตามปัจจัยทั้งหมด 8 ข้อดังนี้
ชื่อรุ่น Model
แบรนด์คอมพิวเตอร์ทุกแบรนด์นั้น จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องกลุ่ม Consumer และ Commercial แยกกันอย่างชัดเจน สังเกตง่ายๆด้วยชื่อของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อได้อย่างง่าย และตรงกับความต้องการ โดยแต่ล่ะแบรนด์จะมีการแบ่งชื่อดังนี้ เพื่อนๆ เช็คเครื่องที่มีในครอบครองได้เลย ว่าถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทไหน
Consumer Model
| Brand | Model |
| HP | Pavilion/OMEN/Envy/Spectre |
| Dell | Inspiron/Vostro/XPS |
| Lenovo | IdeaPad/Yoga/Legion/Ideacentre/ Legion |
| Asus | ZenBook/ROG/TUF Gaming/VivoBook/ProArt |
| Acer | Aspire/Spin/Swift/Nitro/Predator |
Commercial Model
| Brand | Model |
| HP | Prodesk/Elitedesk/Probook/Elitebook/ Z Series/Pro One |
| Dell | Optiplex/Latitude/Precision |
| Lenovo | V series/Think Centre/ThinkPad |
| Asus | ExpertBook/ExpertPC |
| Acer | Veriton/Travelmate |
ขาย
Computer ราคาถูก
โดยตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
ระบบปฏิบัติการ (OS)
สำหรับระบบปฏิบัติการของเครื่อง กรณีเครื่อง Commercial จะมาพร้อมกับ Windows 10 Pro ในขณะที่เครื่อง Consumer จะมาพร้อมกับ Windows 10 Home ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานตามบ้านเป็นรายบุคคล
- Windows 10 Pro (Commercial)
คือ Windows 10 Home ในเวอร์ชั่นที่อัพเกรดครบเครื่องกว่า เหมาะแก่การใช้งานในองค์กร คอมพิวเตอร์สำนักงาน หรือผู้ใช้งานที่ต้องการ Features ที่รองรับและเสริมความปลอดภัย - Windows 10 Home (Consumer)
ตามชื่อ Home เลยค่ะ คือเหมาะกับการใช้งานตามบ้านทั่วไป โดยจะมี Feature พื้นฐานใช้งานได้ตาม Windows ปกติ
เลือกซื้อ Windows ลิขสิทธิ์แท้กับเรา
Windows 11 Pro OEM
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
- อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
- ลิขสิทธิ์สำหรับเครื่องใหม่เท่านั้น ไม่สามารถลงใช้กับเครื่องเก่าได้
Windows 11 Pro FPP
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- แบบซื้อขาด ลงกับตัวเครื่องถาวร
- อัพเดตเวอร์ชั่นได้ตลอดไป
- สามารถย้ายลิขสิทธิ์จากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง กี่ครั้งก็ได้
Windows 11 Pro GGWA
- Windows 11 Pro สำหรับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค
- ลิขสิทธิ ติดกับบริษัทที่สั่งซื้อ
- ย้ายเครื่องไม่ได้ Downgrade ได้ทุก Windows Version
- สั่งซื้อขั้นต่ำ 5 เครื่อง
Software Bundle
เครื่อง Consumer บางรุ่น จะมีการรวม License : Microsoft Office Home&Student เข้ามาให้ลูกค้าใช้งานได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อลูกค้ารายบุคคล ซึ่งประเภทของลิขสิทธิ์ ก็จะใช้งานได้แค่ตามบ้านส่วนตัว ไม่สามารถใช้ในบริษัทได้ เพราะจะถือว่าผิดจุดประสงค์ แต่สำหรับกลุ่มองค์กร จะไม่สามารถใช้ Software ตัวนี้ได้เนื่องจากผิดลิขสิทธิ์การใช้งาน กลุ่มบริษัท จึงอาจจำเป็นในการซื้อ License ใหม่ที่ถูกต้อง เพื่อลงทับ license เดิม กรณีซื้อเครื่อง คอมพิวเตอร์สำนักงาน (Commercial) ไปใช้
การรับประกัน การขยายเวลารับประกัน ลักษณะการเคลม
สำหรับการรับประกันสินค้า ถือเป็นข้อสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้เครื่อง Commercial และ Consumer แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระยะเวลาการรับประกัน
เครื่อง Commercial หรือ คอมพิวเตอร์สำนักงาน จะมีการรับประกันแบบ 3 ปี Next Business Day เป็น Standard ทำให้กลุ่มลูกค้า ที่ใช้เครื่องทำงาน และมีความจำเป็นในการต้องซ่อมอย่างเร่งด่วน ในกรณีเครื่องเสีย สามารถวางใจกับบริการ ซ่อมแซมภายในวันทำการถัดไป (Next Business day) ได้ ในขณะที่เครื่อง Consumer จะมีตั้งแต่การรับประกัน 1 ปี 2 ปี และ 3 ปี
Onsite Service
เครื่อง Commercial มักมาพร้อมบริการ Onsite Service ซึ่งคือการเข้าไปแก้ปัญหาให้ที่ Site งานลูกค้า ทั่วประเทศไทย หรืออาจทั่วโลกตามเงื่อนไขการรับประกัน ในขณะที่เครื่อง Consumer ส่วนมากเป็นแบบ ซึ่งทำให้ลูกค้าต้องยกเครื่องไปเคลมตามศูนย์ของแต่ล่ะแบรนด์เอง อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกได้ โดยเฉพาะกับลูกค้าองค์กรที่อาจมีนโยบายในการดูแลสินทรัพย์ขององค์กรอย่างเข้มงวด
ระยะเวลาในการเคลม
โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่อง Commercial มักจะมีระยะเวลากำหนดในการให้บริการกรณีซ่อมแซมหรือเคลม ที่ 1 วันทำการหลังได้รับแจ้งอาการ โดยอาจมีการสอบถามอาการเพิ่ม หรือบางครั้งอาจล่าช้าหากไม่มีอะไหล่ในการซ่อมแซม ในขณะที่เครื่อง Consumer การซ่อมแซมจะใช้เวลารอมากกว่า อาจใช้เวลา 7-14 วัน หรือนานกว่านั้นสำหรับการซ่อมแซม
การขยายเวลารับประกัน
เครื่อง Commercial หรือ คอมพิวเตอร์สำนักงาน โดยส่วนใหญ่ จะมี Option ในการซื้อประกันเพิ่มเติมเป็น 4 หรือ 5 ปี เพื่อครอบคลุมการใช้งานอย่างยาวนานขึ้นขององค์กร ในขณะที่เครื่อง Consumer จะไม่สามารถซื้อประกันเพิ่มเติมได้ หรือหากเพิ่มได้ สูงสุดจะอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น
การรับประกันแบตเตอรี่
นอกเหนือจากการรับประกันตัวเครื่อง ในบางแบรนด์เช่น HP จะมีการรับประกันแบตเตอรี่ให้ถึง 3 ปีด้วยกันสำหรับเครื่อง Commercial กรณีแบตเสื่อมสามารถเคลมได้ ในขณะที่เครื่อง Consumer จะรับประกันแบตเตอรี่ 1 ปี เท่านั้น ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะมีการรับประกันแบตเตอรี่ 3 ปีเป็น Standard แต่หากลูกค้าต้องการ สามารถซื้อเฉพาะการรับประกันแบตเตอรี่เพิ่มได้ เฉพาะในเครื่องประเภท Commercial เท่านั้น
ขาย
Notebook ราคาถูก
โดยตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
ระบบความปลอดภัย (Security)
สำหรับในเรื่องระบบความปลอดภัยของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น หลายๆแบรนด์ ได้มีการออกแบบระบบ Security ให้เฉพาะในฝั่ง Commercial หรือรุ่น คอมพิวเตอร์สำนักงาน เท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลและการทำงานเป็นอย่างมาก
ยกตัวอย่างเช่น เครื่องของ HP จะมีระบบความปลอดภัยที่ถูกออกแบบเพื่อ ปกป้อง ตรวจจับ และกู้คืนสภาพ ในกรณีโดย Hack หรือเจาะข้อมูลได้ ทั้งนี้ ยิ่งเป็น Model ที่สูงขึ้น ก็จะมีระบบให้มากขึ้น ซึ่งในแต่ล่ะแบรนด์จะมีการออกแบบที่แตกต่างกันไป บทความนี้จะขอยกตัวอย่างสำหรับการรับประกันระดับองค์กรของ HP โดยท่านสามารถ อ่านได้เพิ่มเติมได้ที่นี่
ความทนทานของตัวเครื่อง
เครื่อง Commercial หรือ คอมพิวเตอร์บริษัท ส่วนใหญ่ แทบทุกรุ่นจะมาพร้อมกับมาตรฐาน Military Standard ซึ่งก็คือ มาตรฐานที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบความทนทาน อึด และความเชื่อถือได้ในระดับกองทัพ ตามชื่อเลยทีเดียว โดยการทดสอบสิ่งต่างๆจะรวมไปถึงการทดสอบในสถานการณ์ที่ผันผวนรุนแรง ยกตัวอย่างเช่น
การทดสอบในอุณหภูมิร้อนจัด
โดยการเก็บเครื่องในอุณหภูมิ 63 องศา เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และทำงาน ณ อุณหภูมิ 43 องศา เป็นเวลา 8 ชั่วโมง
การทดสอบในอุณหภูมิเย็นจัด
โดยการเก็บเครื่องในอุณหภูมิ -25 องศา เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และทำงาน ณ อุณหภูมิ -21 องศา เป็นเวลา 8 ชั่วโมง
ทดสอบในสภาพอากาศชื้น
โดยการเก็บเครื่องในสภาวะอากาศชื้น 91-98% ที่ อุณหภูมิ 30-60 องศาเซลเซียส
ทดสอบในสภาวะฝุ่นจัด
โดยการเก็บเครื่องในสถานที่ ที่มีฝุ่น และทราย เป็นจำนวนมาก ในเวลานานถึง 6 ชั่วโมง
ทดสอบกับแรงสั่นสะเทือนสูง
ทดสอบการใช้งานเครื่องในสภาวะสั่นสะเทือน ทั้งระหว่างเปิดเครื่อง และ ปิดเครื่อง
ทดสอบ Mechanical Shock
ทดสอบการช็อคของกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ตัวเครื่องแบบฉับพลัน ซ้ำๆ ถึง 18 ครั้งติดต่อกัน
ทดสอบ ณ ความสูงจัด
ทดสอบการทำงานของตัวเครื่องทั้งในขณะ เปิด และ ปิด เครื่องบนสถานที่สูงจากระดับน้ำทะเล 15,000 ฟุต
ทดสอบอุณหภูมิเปลี่ยนแบบฉับพลัน
โดยทดสอบเครื่องในสถานการณ์ที่ เปลี่ยนอุณหภูมิจาก -25C เป็น +60C เป็นเวลา 3 รอบ รอบละ 2 ชั่วโมง
ทดสอบกับแสงอาทิตย์
ทดสอบตัวเครื่องให้สัมผัสกับ แสงอาทิตย์ และรังสี UV เป็นเวลา 24 ชั่วโมงติดต่อกัน 7 วัน
ทดสอบกับเชื้อรา
ทดสอบตัวเครื่องให้อยู่ในสถานที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดเชื้อราเป็นเวลา 28 วันติดต่อกัน
จะเห็นได้ว่า การจะผ่าน Military Standard ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น คอมพิวเตอร์ที่ผ่านมาตรฐานนี้ จะพร้อมให้เราใช้งานได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว หากท่านสนใจ สามารถอ่านข้อมูล Military standard โดย Lenovo เพิ่มเติมได้ที่นี่
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ทุกชนิด
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากทางแบรนด์ชั้นนำ
ตัวอย่างการทดสอบ Military Standard ของ HP
การเปลี่ยนรอบ Model
เป็นที่คุ้นเคยของคนส่วนใหญ่ว่าสินค้าคอมพิวเตอร์ เป็นสินค้าที่ตกรุ่นค่อนข้างเร็ว ซึ่งข้อมูลนี้อาจเป็นความจริงกับเครื่อง Consumer ที่มีการเปลี่ยน Model บ่อยครั้ง ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สเปค สีสันและสิ่ง Add-on ต่างๆ
ในส่วนของเครื่อง คอมพิวเตอร์สำนักงาน (Commercial) จะมีรอบในการเปลี่ยน Model ช้ากว่ามาก โดยหลายแบรนด์มักยึดจากการเปลี่ยน Generation ของ CPU Intel หรือ AMD เป็นหลัก
Design ตัวเครื่อง
เครื่อง Commercial จะมีการออกแบบมาเป็นสีดำ หรือเทาเป็นส่วนใหญ่ เพื่อคงหน้าตาความ Professional เมื่อใช้งานในลักษณะองค์กร ในส่วนของฝั่งเครื่อง Consumer จะออกแบบมาหลากหลายสีสัน และ Design ที่โฉบเฉี่ยว มีไฟสีแดงสีน้ำเงิน หวือหวากว่าเครื่องในฝั่ง Commercial
ตัวอย่าง Design สินค้าฝั่ง Consumer
ตัวอย่าง Design สินค้าฝั่ง Commercial
จากข้อมูลด้านบน ทุกท่านคงได้เห็นว่า แม้คอมพิวเตอร์หน้าตาเหมือนกันๆ มีสเปคคล้ายๆกัน แต่ด้วยความแตกต่างหลายประการข้างต้น จึงมีผลต่อราคาที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก หากท่านมีความสนใจในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อองค์กร คอมพิวเตอร์ธุรกิจเพื่อการทำงาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ทีมงาน บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ของเรา เรามีความเชี่ยวชาญและให้จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีสำหรับการทำงานมาตั้งแต่ปี 2536
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นว่า คอมพิวเตอร์สำนักงาน ต่างกับคอมพิวเตอร์บุคคลอย่างไร ไม่มากก็น้อย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อ สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
Call : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Neena S.
อดีตผู้สอบบัญชี Big 4 ผู้เติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ชอบท่องเที่ยวไปสถานที่ใหม่ๆ พอๆกับการเห็นเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาชีวิตมนุษย์ มี Passion ในการย่อยเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย






