วันที่ 22 กันยายน 2021 ที่ผ่านมา ได้มีข่าวประกาศว่า Microsoft ได้เปิดตัว Surface ใหม่หลายรุ่นด้วยกัน ในนั้นประกอบด้วย Surface Pro 8, Surface Go 3, Surface Laptop Studio และ Surface Duo 2 ให้สาวก Surface ได้รับชมไปพร้อมกัน ซึ่งทั้ง 4 Series ที่กล่าวมา จะมีการอัพเกรด หรือปรับเปลี่ยนดีไซน์ไปมากน้อยแค่ไหน บทความนี้เราจะมาอธิบายสเปคโดยละเอียด ว่าแต่ละตัวดีไหม มีการ Upgrade ขึ้นมาจากเวอร์ชั่นเก่าอย่างไรบ้าง
Surface Pro 8
ก่อนจะเริ่มกล่าวถึงรุ่นใหม่ ขอเล่าถึงรุ่นเก่าๆ ถึงการเปลี่ยนแปลงสักนิดนึงนะครับ เริ่มจาก Surface Pro Series ประกอบด้วย Surface Windows 8 Pro (Pro 1), Surface Pro 2 ที่เป็นเครื่องเล็ก ๆ เริ่มต้น รวมถึง Surface RT ด้วยที่ใช้คีย์บอร์ดร่วมกันได้
หลังจากนั้น ก็จะเป็นรุ่นใหญ่อย่าง Surface Pro 3, Pro 4, Pro 5, Pro 6 ตลอดจน Surface Pro 7 และ Pro 7 Plus รุ่นอัพเกรด CPU ที่ออกมาช่วงกลางปี ก็จะใช้การดีไซน์เครื่องที่มีรูปร่างเหมือนเดิม ต่างกันที่ CPU และ Port การเชื่อมต่อต่างๆ เท่านั้น และจะใช้คีย์บอร์ด (Type Cover) ด้วยกันได้ทุกรุ่นรุ่น เนื่องจากเครื่องใช้แพลตฟอร์มเดิมๆ มาตลอดนั่นเองครับ
แต่ไม่นานมานี้ ก็จะมีเครื่องที่เหมาะสำหรับพกพาออกมาด้วยเหมือนกันอย่าง Surface Pro X ที่มีความบาง เบา เน้นพกพา ที่ใช้คีย์บอร์ด และปากกาพิเศษเฉพาะตัวอีกด้วย แต่จะใช้ Microsoft ARM เป็นหน่วยประมวลผล ทำให้มีข้อจำกัดบางอย่างในการรันโปรแกรมต่างๆ อยู่
ถือเป็นรุ่นยอดนิยมที่สุด
สำหรับ Surface Pro ถือว่าเป็นรุ่นนิยม และขายดีเป็นอันดับต้น ๆ ของตะกูล Microsoft Surface เลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้เป็น Tablet Windows 2in1 ที่สามารถทำงานโดยใช้คีย์บอร์ด (Type Cover) มากระกบกับตัวเครื่องเพื่อใช้งานเป็นแบบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คได้ และยังสามารถใช้ปากกา Surface Pen มาเขียน หรือวาดรูปได้อีกด้วย
ใน Surface Pro 8 รุ่นใหม่นี้ จะได้รับการดีไซน์ใหม่เกือบทั้งหมด ตัวเครื่องบางลง จอภาพใหญ่ขึ้นเล็กน้อย พอร์ตเชื่อมต่อก็มีการปรับเปลี่ยนไปใช้ USB-C Thunderbolt อีกด้วย สำหรับ Commercial หรือ Business Model จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีด้วยกัน คือ สีดำ (Black) และสีเทา แพลตตินัม (Platinum)
การออกแบบ (Design)
ตัวเครื่องได้รับการออกแบบบน Intel Evo Platform จึงทำให้มีความบาง และน้ำหนักเบา เน้นพกพา พร้อมเปิดใช้งานได้ทุกที่ตามต้องการ หากมองดูเผินๆ ก็ดูคล้ายกันกับ Surface pro X เหมือนกันนะครับ
หากเปรียบเทียบกับรุ่นเก่าอย่าง Surface Pro 7 ก็จะเห็นได้ว่า รุ่นใหม่อย่าง Surface Pro 8 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งรูปร้างที่ดูมนขึ้น ขอบจอที่บางลง และหน้าจอที่มีขนาด 13 นิ้ว คล้ายกับ Surface Pro X เลยก็ว่าได้
แต่หากเปรียบเทียบกับ Surface Pro X ตัว Surface Pro 8 ดูจะมีความหนากว่าเล็กน้อย ดูตรงขอบข้างของเครื่องก็จะเห็นเป็นช่องๆ เรียงกันรอบตัวเครื่อง เนื่องจากมีพัดลมระบายความร้อนติดตั้งเอาไว้ด้านในด้วย ส่วน Pro X นั้นไม่ได้มีพัดลมระบายความร้อน จึงทำให้ตัวเครื่องบางกว่านั่นเอง และมีพอร์ต USB-C อยู่คนละด้านกัน Pro X จะอยู่ด้านซ้าย และ Pro 8 จะอยู่ด้านขวาของตัวเครื่องครับ
จอภาพใหม่ และกล้อง (Monitor & Camera)
Surface Pro 8 มาพร้อมกับ PixelSene Display Flow แบบสัมผัสขนาด 13 นิ้ว ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ขอบจอบางลง สัดส่วน 3:2 ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 2880×1920 px (267PPI) มีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ คือ มาพร้อมกับค่า Refresh Rate สูงสุดถึง 120Hz ไหลลื่น สบายตา ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ 60Hz
เซอร์เฟสโปรรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับ Dolby Vision ที่จะคอยช่วยปรับในเรื่องของสีสัน ให้ดูสว่างสดใส ในการรับชมมากกว่าที่เคย และยังได้รับการอัพเกรดของกล้องเพิ่มเติมด้วย โดยใช้กล้องหน้าเซนเซอร์รับภาพความละเอียด 5MP (5 ล้านพิกเซล) สามารถใช้วิดีโอคอลที่ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p จากเดิม 720p เท่านั้น
ตัวกล้องนี้สามารถใช้งาน Windows Hello ได้เล่นเดิม กล้องหน้ายังมี AI ที่จะเข้ามาช่วยในการปรับภาพให้มีความสว่างของสภาพแสงให้คงที่ แม้จะมีอะไรมาบดบังใบหน้าก็ตาม เหมือนตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ
ส่วนกล้องหลังจะมาพร้อมกับเซนเซอร์รับภาพขนาดความละเอียด 10MP รองรับการถายภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงสุดที่ 4K
คีย์บอร์ด และปากกาใหม่ (Type Cover & Pen)
สำหรับ Surface Pro Signature Keyboard & Surface Slim Pen 2 จะคล้ายกับ Keyboard ของ Surface Pro X เลย ที่สามารถเก็บปากกาไว้ที่คีย์บอร์ดได้ พร้อมชาร์จปากกาได้ในตัว แต่ตัวปากกาจะเป็นรุ่นใหม่ พัฒนามาจาก Surface Slim Pen รุ่นแรก
Surface Slim Pen 2 นี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ Windows 11 สามารถรองรับการทำงาน ฟีเจอร์ และลูกเล่นใหม่ๆ ใน Windows 11 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แน่นอนครับว่า อุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดและปากกา ต้องซื้อแยก
ประสิทธิภาพ (Performance)
Surface Pro 8 นั้น แน่นอนว่าจะต้องมาพร้อมกับ CPU Intel Core Generation 11th และเนื่องจากผลิตบน intel evo Platform จำเป็นต้องมี Intel Iris Xe เป็นชิปประมวลผลกราฟิก ที่มีใน Intel Core i5-i7 Gen 11 ขึ้นไปเท่านั้น จึงทำให้ Surface Pro 8 ไม่มีรุ่นที่ใช้ CPU Intel Core i3 เลย เพราะว่าใน Intel Core i3 แม้จะเป็นเจนเนอเรชั่น 11 แล้ว แต่ก็ยังใช้เป็น Intel UHD Graphics อยู่นั่นเองครับ
การใช้ Processor Intel Core Gen 11 ในครั้งนี้ ทำให้มีการประมวลผล CPU แรงกว่าเดิมถึง 43% และ GPU แรงกว่ามากขึ้นถึง 75% เลยทีเดียว หากเทียบกับรุ่นเดิมอย่าง Surface Pro 7 และในส่วนของหน่วยความจำชั่วคราวอย่าง RAM นั้น จะมีให้เลือกตั้งแต่ 8GB, 16GB และมากสุดที่ 32GB และในครั้งนี้ Battery สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมงกันเลย ใช้งานยาว ๆ ไม่ว่าจะท่องเว็บไซต์ หรือทำงานเบา ๆ ทั่วไป ก็อยู่ได้เต็มวันอย่างแน่นอนครับ (*ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคล)
พอร์ตเชื่อมต่อ (Connector)
ตัว Surface Pro 8 นี้จะให้พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C Thunderbolt 4 มาให้ถึง 2 พอร์ตด้วยกัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้ง USB-C Docking ต่อจอภาพเสริมแบบ USB-C ได้เลยทันที โดยไม่ต้องหาอุปกรณ์มาต่อเพิ่ม และยังคงเอกลักษณ์เดิมของ Surface Pro เอาไว้อยู่ คือ ยังเหลือพอร์ต Surface Connect เอาไว้เช่นเดิม สามารถใช้กับ Surface Docking ชุดเดิมที่มีอยู่ได้เลย และด้านซ้ายของตัวเครื่อง ก็ยังมี Audio Jack 3.5mm ไว้เชื่อมต่อหูฟังเหมือนเดิม
และด้านหลังของเครื่องใต้ Kickstand จะมีช่องสำหรับ SSD แบบถอดได้ (*ต้องถอดเปลี่ยนโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Microsoft เท่านั้น) และอีกช่อง จะเป็นช่องสำหรับใส่ Sim Card ช่องนี้จะมีให้ก็ต่อเมื่อเครื่อง Model นั้นมี Option เป็น LTE เท่านั้น และตัวเลือก LTE จะมีให้ใช้เฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กร หรือ Business Model เท่านั้นครับ
คลิปเปิดตัว Surface Pro 8 โดยไมโครซอฟท์
เลือกซื้อ
Surface Pro ทุกโมเดล
ขายเซอร์เฟสโปรทุกรุ่น โมเดลใหม่ล่าสุด ราคาถูก
สรุปมีอะไรใหม่ใน Surface Pro 8
- ดีไซน์ใหม่ บน intel evo platform
- หน้าจอใหม่ ขนาด 13 นิ้ว ค่า Refresh Rate 120Hz พร้อม Dolby Vision
- กล้องหน้าพร้อม AI ความละเอียด 5MP พร้อมถ่ายวิดีโอสูงสุด 1080p และกล้องหลัง 10MP ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดที่ 4K
- Intel Core Generation 11 Processor & Intel Iris Xe Graphics (i5, i7)
- USB-C Thunderbolt 4
- WiFi 6 (802.11ax) + Bluetooth 5.1 (*ที่อัพเพิ่มจะเป็น Bluetooth 5.1)
- Surface Pro Signature Keyboard & Surface Slim Pen 2
- มาพร้อม Windows 11
Surface Go 3
เป็น Microsoft Surface รุ่นเล็ก ที่นิยมใช้เพื่อการศึกษา เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก พกพาง่าย แต่หลายคนก็นำมาใช้เป็นเครื่องหลักในการทำงานเหมือนกัน รอบนี้ Surface Go 3 ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่แต่อย่างใด แต่จะมีการอัพเกรดไปใช้ CPU ใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเครื่อง
โดยปกติแล้ว Surface Go จะใช้ CPU เป็นรุ่นเล็ก อย่าง Intel Pentium gold 4425Y, Intel Core M3 Gen 8 แต่ใน Surface Go 3 นี้จะมีให้เลือกเริ่มต้นที่ Intel Pentium Gold 6500Y และสูงสุดที่ Intel Core i3-10100Y แบบ Dual-Core ซึ่งทาง Microsoft เคลมว่าแรงกว่าเดิมถึง 60%
นอกจากนี้ ตัวกล้องยังสามารถใช้งานด้านวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุดที่ HD1080p อีกด้วย คมชัดมากกว่าเดิม
คลิปเปิดตัว Surface Go 3 โดยไมโครซอฟท์
Surface Duo 2
Microsoft Duo 2 ถือว่าเป็น Smart Phone จอพับเครื่องนึงเลยก็ว่าได้ โดยแต่ละหน้าจอจะเป็นแบบ AMOLED มีความละเอียด 1892x1344px หากนำมากางต่อกัน ก็จะได้เท่ากับจอขนาด 8.3 นิ้วเลย ความสว่างสูงสุดของจอทำได้ที่ 800nit ถือว่าสูง และสูงแสงได้ดีเลย และจอภาพยังมีค่า Refresh Rate 90Hz ทั้ง 2 จอสามารถทำงานแยกกันได้
เวลาพับจอสามารถทำเป็นจอแสดงผลได้ เพื่อแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้ Microsoft เรียกส่วนนี้ว่า “Glance Bar” เนื่องจากเป็นส่วนโค้งของจอภาพ จึงทำให้สามารถแสดงสีสันออกมาได้เต็มที่อีกด้วย
ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Processor Qualcomm Snap Dragon 888 มาพร้อมกับ RAM 8GB LPDDR5 และมีความจุให้เลือกตั้งแต่ 128GB, 256GB, 512GB รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11
และมาพร้อมกล้องหลังทั้งหมดถึง 3 ตัวด้วยกัน ประกอบด้วย
| Megapixels | Aperture | Micron Pixels | Focal length | Features | |
| Wide | 12 MP | f/1.7 | 1.4μm | 27mm | Dual pixel PDAF and OIS |
| Ultra-wide | 16 MP | F/2.2 | 1.0μm | 13mm | 110-degree diagonal field of view, distortion correction |
| Telephoto | 12 MP | f/2.4 | 1.0μm | 51mm | PDAF, OIS and 2X optical zoom |
กล้องหลังรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 4K 60FPS และ 1080p 240FPS
และยังรองรับการใช้งานด้วยปากกา Surface Slim Pen 2 และสามารถนำปากกามาวางแปะที่เครื่อง เพื่อชาร์จไฟให้ปากกาได้อีกด้วย สำหรับ Surface Duo 2 นี้ก็อาจจะไม่ได้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย เช่นเดียวกับ Duo รุ่นแรก
คลิปเปิดตัว Surface Duo 2 โดยไมโครซอฟท์
Surface Laptop Studio
เป็นรุ่นที่ออกมาใหม่ เป็นการผสานระหว่าง Surface Book และ Surface Studio มาต่อยอด และจัดวางให้ได้รูปแบบของ Laptop สำหรับพกพา มาพร้อมกับ CPU และ GPU ที่ทรงพลัง มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เป็นแลบท๊อป ที่สามารถทำงานทั่วไป เรนเดอร์งานวิดีโอ หรืองานกราฟิก 3 มิติ (3D) และเล่นเกมได้ในเครื่องเดียว เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว สำหรับกลุ่ม Microsoft Surface แบบพกพา
รวมแล้ว ถึงแม้ชื่อจะคล้ายตระกูล Surface Laptop แต่จริงๆ แล้ว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโมเดลต่อยอดของตระกูล Surface Book เสียมากกว่า
อย่างที่บอกไป ว่าตัว Surface Laptop Studio มาแทน Surface Book รูปร่างภายนอกหากดูเผินๆ อาจจะดูธรรมดาๆ เหมือน Surface Laptop แต่จริง ๆ แล้วสามารถปรับเปลี่ยนจากแลบท๊อปธรรมดาเป็นรูปทรงอื่นได้อีก 2 โหมด ด้วยกัน ดังภาพด้านล่างนี้
สามารถปรับเปลี่ยนได้ได้ทั้ง 3 สไตล์ ให้เหมาะกับการใช้งานได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Laptop mode เพื่อใช้สำหรับพิมพ์งาน หรือใช้งานทั่วไป
- Tent mode กางจอออกมาเป็นทรง 3 เหลี่ยม ปิดคีย์บอร์ด แต่สามารถใช้ Trackpad ได้อยู่ Position นี้จะสามารถมองหน้าจอได้ในมุมเอียง เอาไว้สำหรับพรีเซ็นท์งาน หรือดูหนัง เล่นเกม เป็นต้น
- Studio mode, tablet mode พับจอลงให้เหมาะสำหรับวาด หรือเขียน ง่ายขึ้น หรือใช้เป็นเหมือนแทปเลท
- เมื่อใช้งานเสร็จ สามารถปิดฝาปกติ เอาไว้สำหรับพกพาเหมือน Notebook ทั่วไป
ขาย Surface ราคาถูก
Surface Pro
- หน้าจอ 12.3"
- รับประกัน 1 - 3 ปี Onsite
- น้ำหนัก 775 - 790 กรัม
- 2-in-1 Laptop + Tablet
Surface Laptop
- หน้าจอ 13.5", 15.0"
- รับประกัน 1 - 3 ปี Onsite
- น้ำหนัก 1.31 - 1.54 กิโลกรัม
- ถอดคีย์บอร์ดแยกไม่ได้
Surface Book
- หน้าจอ 13.5", 15.0"
- รับประกัน 1 - 3 ปี Onsite
- น้ำหนัก 1.53 - 1.91 กิโลกรัม
- 2-in-1 Laptop + Tablet
จอภาพ
สำหรับจอภาพของ Surface Laptop Studio จะมาพร้อมกับ PixelSense Flow touch display ขนาด 14.4 นิ้ว ความละเอียด 2400x1600px สัดส่วนหน้าจอแบบ 2:3 ขอบจอบาง สวยงามน่าใช้ ยิ่งตอนพับจอเป็นแบบแทปเลตใน ยิ่งสวยเข้าไปอีก
ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น หน้าจอของ Surface Laptop Studio นี้ยังได้ใส่เทคโนโลยี Dolby Vision เข้ามาเพื่อเพิ่มอรรถรส ในการรับชมอีกด้วย
ที่ Surface Laptop Studio สามารถพับได้ นั้นเพราะมีความพิเศษกว่ารุ่นอื่น ๆ ถือว่าเป็นการพัฒนาโครงสร้างของตัวเครื่องแบบใหม่ของ Microsoft เลยก็ว่าได้ และเนื่องจากส่วนของจอภาพบางมาก ทางไมโครซอฟต์ จึงจำเป็นต้องใช้สายแพร มาเป็นส่วนประกอบของตัวเครื่อง โดยจะมีจะมีลักษณะตามภาพนี้ครับ
จะเห็นได้ว่ามีสายแพรเป็นส่วนประกอบเกือบจะทุกส่วนเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีความบาง และยืดหยุ่นสูง สามารถงอได้โดยไม่หักหรือขาด เพราะตัว Surface Laptop Studio นั้นไม่สามารถแยกตัวเครื่องออกมาจากคีย์บอร์ดเหมือนกับ Surface Pro หรือ Surface Book ได้
และที่สำคัญยังสามารถพับจอ ปรับเปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ ได้อีก จึงจำเป็นต้องใช้สายแพรนั่นเองครับ
ประสิทธิภาพ (Performance)
Surface Laptop Studio ถือว่าเป็นที่สุดของสำหรับกลุ่ม Surface เลยก็ว่าได้ เนื่องจากไมโครซอฟต์ ได้ยก CPU และ GPU คล้ายกับ Surface Book มาใส่ในเครื่องนี้เลยก็ว่าได้ครับ
สำหรับ Processor ที่ใส่กับเครื่องนี้ จะเป็น Intel Core I Generation 11 เลย พร้อมด้วย Graphics Process จาก NVIDIA RTX เข้ามาเป็นตัวเลือกให้อีกด้วย
หากดูจากภาพ Surface Laptop Studio จะมาพร้อมกับ พัดลมละบายความร้อนจำนวน 2 ตัว พร้อมท่อนำความร้อน Heat Pipe เส้นใหญ่ทั้งหมด 2 เส้นด้วยกัน โดยจะระบายออกด้านข้างทั้ง 2 ด้าน
Storage หรือ SSD นั้น สามารถถอดเปลี่ยนได้ แต่ต้องถอด หรือสับเปลี่ยนโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ถูกแต่งตั้งโดย Microsoft เท่านั้นนะครับ
พอร์ตเชื่อมต่อ (Connector)
พอร์ตต่าง ๆ ที่ให้มาใน Surface Laptop Studio นั้น ด้านซ้ายของเครื่องจะเป็น USB-C Thunderbolt 4.0 มาให้ทั้งหมด 2 พอร์ตด้วยกัน หากสังเกตดี ๆ ก็แอบเหมือนอีกค่ายอยู่นะ ค่ายไหนก็ลองคิดกันดูเองนะครับ อิอิ แต่ส่วนฐานของตัวเครื่องที่เห็นนั้น จะเป็นช่องสำหรับระบายความร้อนออกจากตัวเครื่องนั่นเองครับ ทำให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ด้านขวาของเครื่อง ก็จะมีเพียง Surface Connect ไว้สำหรับต่อ Surface Docking และ Audio Jack 3.5mm สำหรับไว้ต่อหูฟังเท่านั้น พวก USB-A จะไม่มีมาให้แล้ว
ใครที่ต้องการใช้ ต้องซื้อพวก Surface Docking หรือ USB-C All In One Adapter มาใช้เพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน เนื่องจาก USB-C Thunderbolt 4 นั้น มีความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง และจ่ายได้สูงเพียงพอที่จะเลี้ยงอุกปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ได้
จะเห็นได้ว่า เพราะเป็นรุ่น High-End ทางไมโครซอฟท์จึงเหมือนพยายามจะทำพอร์ตออกมาให้ดูเรียบง่าย Simple นั่นเอง
ลืมบอกไป Surface Laptop Studio นี้ยังรองรับการใช้ปากกา Surface Slim Pen 2 รุ่นใหม่อีกด้วย โดยสามารถแปะเก็บและชาร์จไฟไปพร้อม ๆ กันได้ที่ด้านใต้ของเครื่อง ประมาณนี้ครับ อาจจะดูแปลก ๆ นิดนึง เพราะแปะไว้ใต้เครื่อง แต่ก็เป็นข้อดีสำหรับท่านที่ไม่ชอบแปะปากกาไว้กับข้างเครื่อง หรือข้างจอ ให้แกะกะสายตาครับ
ปากกาเซอร์เฟสราคาถูก
(EYV-00013) “Microsoft” Surface Pen Platinum
- สีแพลตตินั่ม
- น้ำหนัก 0.02 Kg
- Bluetooth 4.0
- รับประกัน 1 ปี
(EYU-00005) “Microsoft” Surface Pen Charcoal
- สีชาโคล
- น้ำหนัก 0.02 Kg
- Bluetooth 4.0
- รับประกัน 1 ปี
(LLM-00005) “Microsoft” Surface Slim Pen Black
- สีดำ
- น้ำหนัก 0.045 Kg
- Bluetooth 4.0
- รับประกัน 1 ปี
คลิปเปิดตัว Microsoft Surface Laptop Studio โดยไมโครซอฟท์
ทั้งหมดก็จะมีประมาณนี้ครับ หากใครสนใจที่จะซื้อเครื่องต้องรอทางไมโครซอฟต์ประกาศวันจำหน่ายอีกที แต่คาดว่า Release Date ที่จะเริ่มวางจำหน่าย จะอยู่ในช่วงในต้นปีหน้า 2565 นี้ครับ (2022) แน่นอนว่าสินค้าทุกตัวนี้ จะมาพร้อมกับ Windows 11 ยกเว้น Surface Duo 2 ที่จะมีลักษณะการใช้งานในรูปแบบเป็นสมาร์ทโฟน จึงยังต้องใช้ Android 11 อยู่
หากท่านใดสนใจ ต้องรอวันเปิดพรีออเดอร์อีกทีว่าจะมีรุ่นไหนที่นำเข้ามาขายในไทยบ้าง และราคาจริง อยู่ที่เท่าไหร่ แต่ผมคิดว่านำเข้ามาขายในไทยแน่ ๆ จะมีอยู่ 3 รุ่นด้วยกัน คือ Surface Pro 8 ที่เป็นรุ่นยอดนิยม พร้อมรุ่นน้องอย่าง Surface Go 3 และ Surface Laptop Studio
ส่วน Surface Duo 2 นั้นคงไม่ได้เข้าไทยอีกเช่นเคยครับ
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านได้ทราบคร่าวๆ เกียวกับ Microsoft Surface ที่จะเปิดตัวในต้นปีหน้านี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Surface Pro 8, Surface Go 3, Surface Laptop Studio หรือ Surface Duo 2 นอกจากจะมีข่าวสารเกี่ยวกับวงการไอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Kittipong-J.
หลงไหลในโลก IT เป็นคนไม่เก่งแต่ชอบที่จะลอง และมองหาความรู้จากสิ่งรอบตัว






