Tower vs Rack Server ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี แต่ละ Form Factor มีข้อดีข้อเสียยังไง

Tower vs Rack Server

รู้หรือไม่ ว่า Server Tower vs Rack นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และข้อดีข้อเสียของและรูปทรงมีอย่างไรบ้าง?

> อ่านบทความ Server คืออะไร

จริงๆ แล้ว ทั้งสอง Form Factor นั้น ก็คือคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ที่ทำหน้าที่ Server Computer ทั่วไปได้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันหลักๆ คือที่รูปทรง และขั้นตอนการติดตั้ง โดย Rack Server นั้น จะมีลักษณะวางแนวนอน ต้องติดตั้ง ซ้อนลงในตู้แรค หรือ Cabinet ในขณะที่ Tower Server จะมีลักษณะเป็นเครื่องเดี่ยวๆ สามารถตั้งพื้น โต๊ะ หรือพื้นที่อื่นๆ ได้เลย โดยไม่ต้องอาศัยตู้

บทความนี้ เราจะมาเจาะลึกว่า Tower vs Rack Server นั้น มีปัจจัยไหนที่สำคัญ และควรเลือกใช้แบบไหนดี

Rack Server นั้น มีหน้าตาคล้ายคลึงกับ Switch และ UPS แบบแรค โดยจะมีขนาดเป็นหน่วยความยาวแนวตั้ง ที่เรียกว่า U ซึ่ง 1U จะมีความหนาประมาณ 4.445 ซม. โดยทั่วไป ตัวเครื่องที่วางจำหน่ายในตลาด มักจผลิตมาในไซส์ 1U, 2U และ 4U ให้เลือกใช้งานกัน

Tower Server คืออะไร

เซิร์ฟเวอร์แบบ Tower คือเป็นรูปทรงที่พื้นฐานที่สุด ที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วๆ ไป โดยมีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะธรรมดาแต่มักจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย เพราะภายในตัวเครื่องจะมี Slot และพื้นที่สำหรับปรับแต่งเพิ่มเติม อุปกรณ์ พร้อม Function ต่างๆ ได้มากกว่า Desktop PC ทั่วไป

การติดตั้งทาวเวอร์เซิร์ฟเวอร์นั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยาก โดยเพียงแค่หาพื้นที่วาง และเสียบสาย ก็สามารถใช้งานได้เลย ในส่วนการควบคุม ก็ต้องต่อออกจอ Monitor และเสียบ Mouse และ Keyboard เพื่อใช้ตั้งค่าต่างๆ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไปนั่นเอง

ตัวอย่างทาวเวอร์เซิร์ฟเวอร์โมเดลที่นิยมใช้งานกัน อาทิเช่น HPE ProLiant ML Series, Dell PowerEdge T Series และ Lenovo ThinkStation ST Series เป็นต้น

Tower vs Rack Server

เพราะตัว Case ของ Tower Server มีขนาดใหญ่ ทำให้สามารถ Config ปรับแต่งสเปคให้สูงขึ้นได้ตามต้องการ และนี่ คือสาเหตุที่ทาวเวอร์เซิร์ฟเวอร์ ถือเป็นคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในอุดมคติของหลายๆ องค์กร

สำหรับองค์กร SMB ทั่วไป ที่กำลังมองหาเซิร์ฟเวอร์ สำหรับใช้งานทั่วไป หรือกำลังสนใจทดลองใช้ Server เครื่องแรก ขอแนะนำให้ เลือกซื้อแบบ Tower Server ดูเป็น Option แรก เพราะมีความยืดหยุ่น สามารถทำงานไดอย่างครอบคลุม และปรับแต่งความเร็ว ความจุ ได้อย่างอิสระ เมื่อองค์กรเติบโตขึ้น ก็สามารถเพิ่ม Spec เพื่อให้ตัวเครื่องรองรับงานที่มากขึ้นได้เช่นกัน ตัวอย่างแบรนด์ชั้นนำที่เราแนะนำ คือ HPE Server เพราะเป็นยี่ห้อที่มีประสบการณ์การจำหน่ายมาอย่างยาวนาน ไว้ใจได้อย่างแน่นอนครับ

เลือกซื้อ HPE ProLiant Server

MicroServer

HPE ProLiant MicroServer

  • Server ฟอร์ม Micro
  • Processor Intel
  • Ram สูงสุด 32GB
  • ประกัน 3 ปี Onsite
เลือกซื้อสินค้า
ProLiant ML

HPE ProLiant ML Series

  • Server ฟอร์ม Tower
  • Processor Intel
  • Ram สูงสุด 3TB
  • ประกัน 3 ปี Onsite
เลือกซื้อสินค้า
ProLiant DL

HPE ProLiant DL Series

  • Server ฟอร์ม Rack
  • Processor Intel หรือ AMD
  • Ram สูงสุด 3TB
  • ประกัน 3 ปี Onsite
เลือกซื้อสินค้า

Rack Server คืออะไร

แบบไหนดี

ตัวอย่างโมเดลแรคเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นที่นิยมใช้งาน อาทิเช่น HPE ProLiant DL Series, Dell PowerEdge R Series และ Lenovo ThinkStation SR Series เป็นต้น

เซิร์ฟเวอร์ Rack ขนาด 1U นั้น มีขนาดเล็กสุด ช่วยประหยัดเนื้อที่ในการติดตั้ง แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ภายในที่น้อย ค่อนข้างจำกัด  ทำให้ไม่สามารถรองรับการอัพเกรดเยอะๆ ได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีความเสถียร มีการใช้งานที่ Fix

ส่วนเซิร์ฟเวอร์ขนาด 4U นั้น มีประสิทธิภาพที่สูง รองรับการปรับแต่งได้ยืดหยุ่น และมักจะสามารถติดตั้งระบบประมวลผล หรือ Processor ได้มากกว่า 4 ตัวขึ้นไป พร้อมทั้งสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับทำ Redundant อาทิเช่น Power Supply ได้จำนวนหลายตัว เพื่อเพิ่มความ High Availability ให้กับองค์กร และยังช่วยให้บริหารจัดการทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขนาด 4U นี้ มักจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง และกินเนื้อที่ในการติดตั้งค่อนข้างเยอะ

> อ่านบทความ High Availability คือ

สำหรับ Rack Server รุ่นตัวใหญ่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย มักจะพัฒนา Application สำหรับการ Management และ Monitoring แถมมาให้กับผู้ใช้งานด้วย เหมาะสำหรับองค์กรใหญ่ๆ ที่มีปริมาณข้อมูลเข้าออกเป็นจำนวนมหาศาล

ข้อดี ข้อได้เปรียบ

Rack Server จำเป็นต้องติดตั้งในตู้ Cabinet ซึ่งมักจะเก็บไว้ในห้อง Datacenter อีกทีหนึ่ง

Tower vs Rack Server แบบไหนดีกว่ากัน

หลังจากเราได้ทำความรู้จัก Server แบบ Form Factor แนวตั้ง (Tower) และแนวนอน (Rack) กันแล้ว เรามาดูในหัวข้อสำคัญกัน ว่าถ้าเทียบแบบ vs กันแล้ว แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

ข้อดีของ Tower Server

เมื่อเทียบ Tower vs Rack Server แล้ว ข้อได้เปรียบที่โดดเด่นของทาวเวอร์ คือ ความง่ายในการใช้งาน

ด้วยจำนวน Slot ที่มีจำนวนข้อข้างเยอะ ทำให้เคสแบบ Tower มีพื้นที่ว่างสำหรับการทำ RAID Hard Disk และการทำ Redundant Power Supply ได้จำนวนมาก ในส่วนของการติดตั้ง ก็ทำได้ง่าย โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมืออุปกรณ์เสริมให้ยุ่งยาก เพียงแค่วางและเสียบสายในพื้นที่ที่ต้องการ ก็ใช้งานได้เลย

> อ่านบทความ RAID คืออะไร

การ Config Tower Server ก็สามารถสั่งทำสเปคที่สูงๆ ได้ตามต้องการ ทำให้ตอบโจทย์ Requirement การใช้งานได้แทบจะทุกรูปแบบ

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบของ Tower Server คือราคาที่ประหยัดกว่า

เซิร์ฟเวอร์แบบทาวเวอร์ ถือเป็น Form Factor ที่เหมาะกับการใช้งานระดับเริ่มต้น สำหรับองค์กรขนาดเล็กถึงกลาง เพราะราคาที่ถูก ประหยัด แต่สามารถ Config ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ในตลาด SMB

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะ Config สเปคที่ต้องการได้ Tower Server ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ในบางกรณี ถ้าจำเป็นต้องใช้เซิร์ฟเวอร์หลายๆ ตัวทำงานร่วมกัน การเลือกใช้แบบทาวเวอร์อาจจะไม่ค่อยเหมาะสม เพราะขนาดที่ใหญ่ และการติดตั้งที่ไม่สามารถจัดการให้เป็นระเบียบได้

ขาย
Server ราคาถูก

โดยตัวแทนจำหน่ายโดยตรง

Server HPE

HPE Server

เลือกซื้อ
Server Dell

Dell Server

เลือกซื้อ
Server Lenovo

Lenovo Server

เลือกซื้อ

ข้อดีของ Rack Server

เมื่อเทียบ Rack vs Tower Server กันแล้ว ข้อได้เปรียบหลักๆ ของ Form Factor แบบ Rack คือความง่ายในการบริหารจัดการนั่นเอง

โดยทั่วไป ห้องเซิร์ฟเวอร์ หรือ Datacenter Room มักจะเป็นศูนย์กลางของการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลสำคัญขององค์กร ซึ่งถ้าเราเลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์แบบ Tower เป็นหลัก การ Manage อาจจะทำได้ค่อนข้างยากลำบาก เพราะการติดตั้งจัดวาง จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมค่อนข้างเยอะมาก อาทิเช่น สาย Power, สาย Network, คีย์บอร์ด, เม้าส์, Switch Router และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย สุดท้าย จะเกิดความยุ่งเหยิง ไม่เรียบร้อยภายในพื้นที่ติดตั้งอย่างแน่นอน ส่งผลให้ยากต่อการดูแลรักษา นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดความร้อน และฝุ่นด้วย

ในทางกลับกัน ถ้าเลือกใช้แบบ Rack Server ตัวเครื่องจะถูกติดตั้งในตู้ Cabinet ซึ่งสาย Cable ต่างๆ จะถูกเดินติดตั้งภายในตู้อยู่แล้ว เราจะไม่เห็นสายรกๆ อยู่ภายนอกอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ตู้ Cabinet จะมีฝาปิดสำหรับปิดและล็อคได้ ทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ สะอาด ไม่มีฝุ่น และปลอดภัย

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบของ Rack Server เมื่อ vs กับแบบ Tower คือความปลอดภัยที่สูงกว่า

ส่วนใหญ่แล้ว ข้อูมลที่ถูกบันทึก จัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์นั้น มักจะเป็น Data ที่มีความสำคัญ และมักจะไม่สามารถยินยอมให้บุคคลอื่นๆ ภายนอกเข้าถึงได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปได้

Tower Server นั้น มักจะถูกติดตั้งอยู่ในสถานที่ทั่วไป ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากนัก เพราะตัวเครื่องสามารถติดตั้งได้ง่าย ในขณะที่ Rack Server จะถูกติดตั้งในตู้ Cabinet ซึ่งสามารถ Lock ไม่ให้คนทั่วไปที่ไม่ได้รับอนุญาติสามารถเข้าถึงได้ จึงค่อนข้างมั่นใจได้ ว่าตัว Hard Disk จะถูกจัดเก็บอย่างดี ไม่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน

Rack Tower

เลือกใช้แบบไหนดี

โดยรวมแล้ว Tower Server นั้น เหมาะกับ User ระดับเริ่มต้น หรือองค์กรระดับเล็กถึงกลาง ในขณะที่ Rack Server เหมาะกับการติดตั้งในห้อง Datacenter สำหรับองค์กะขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนข้อมูลไหลเข้าออกในปริมาณสูง

ฟีเจอร์ Smart Connect ของเอชพีอี
ช่วยในการตั้งค่า Server ตัวใหม่ กับ Rack Cabinet เดิม

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป

หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้น ว่า Tower vs Rack Server นั้น แต่ละแบบมีข้อได้เปรียบอย่างไรบ้าง และควรเลือกใช้แบบไหนดี เว็บไซต์ Addin.co.th ของเรา นอกจากจะมีบทความอทีดีๆ ให้อ่านกันแล้ว ยังมีสินค้าไอทีครบวงจรจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน