A14 Bionic ชิปใน Apple iPad Air และ iPhone 12 คืออะไร มีข้อดีกว่า Chip รุ่นเก่าอย่างไรบ้าง

A14 Bionic

เมื่อปลายปี 2020 ทาง Apple ได้ประกาศเปิดตัว A14 Bionic ที่เป็นชิปแบบ System-on-a-Chip ที่จะมีการใช้งานใน iPad Air รุ่นใหม่และ iPhone 12 บทความนี้จะมาวิเคราะห์ว่าชิปตัวนี้มีดียังไง มีลักษณะอย่างไร และสเปคการทำงานโดยโดยละเอียด

นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน แอปเปิลก็ได้มีการประกาศเปิดตัวชิป M1 สำหรับประมวลผลใน Mac, iMac และ MacBook อีกด้วย

> อ่านบทความเรียนรู้เกี่ยวกับ Apple M1 ได้ที่นี่

กว่าจะมาเป็น A14 Bionic

เจ้า Chip A14 Bionic นี้เป็นนวัตกรรมที่สาวก Apple ต่างเฝ้ารอมาอย่างยาวนาน โดยส่วนใหญ่จะคาดหวังกันว่าชิปตัวนี้จะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone ให้ใช้งานกัน แต่ในวันเปิดตัว แอปเปิลกลับประกาศว่าอุปกรณ์ตัวแรกที่จะใช้งาน A14 ได้แก่ iPad Air ซึ่ง ณ ตอนนั้น เหล่าแฟนๆ ก็ผิดหวังกันไปตามระเบียบครับ แต่ก็เศร้ากันแป๊บเดียว เพราะไม่นานหลังจากนั้น ก็มีการประกาศว่าจะนำมาใช้งานกับ iPhone 12 เช่นกันครับ

> อ่านบทความเรียนรู้เกี่ยวกับ iPad Air 2020 ได้ที่นี่

เรียกได้ว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ว่าได้ ที่ Apple เปิดตัวชิปที่พัฒนาเองตัวแรกได้แก่ A4 บน iPad และเหล่าสาวกต้องรอถึง 6 เดือนเลยทีเดียว กว่าทางแอปเปิลจะผลิตมาใช้กับ iPhone 4 ให้แฟนๆ ได้ซื้อไปใช้งานกัน

ตั้งแต่ตำแหน่ง Vice President ของ Apple Silicon ตกเป็นของ Johny Srouji ในปี 2008 ชิป A-Series รุ่นต่อมาทั้งหมด ได้เปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานไปโดยสิ้นเชิง หลักๆ ก็ได้แก่

  • จาก 32 เป็น 64 Bit
  • จาก Licensing ARM และ ดีไซน์แบบ Imagination เป็น Licensing Architecture
  • จาก Secure Enclaves เป็น Neural Engines
  • เพิ่มจำนวนการผลิตเป็นสองพันล้านยูนิต

ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เพราะเดิมที Apple ไม่ได้วางแผนจะเป็นผู้ผลิต Chip เอง แต่แอปเปิลก็เคลมว่าชิปที่พัฒนาขึ้นมาเองมีประสิทธิภาพดีกว่าของ Intel นั่นรวมถึง A14 Bionic ใน iPad Air และ iPhone 12 ด้วย

เลือกซื้อ iPad
ทุกรุ่น

ขาย iPad Gen ใหม่ล่าสุด ทุกโมเดล

A14 Bionic

iPad mini

เลือกซื้อ
Apple

iPad

เลือกซื้อ
A13

iPad Air

เลือกซื้อ
A14 Bionic

iPad Pro

เลือกซื้อ

สร้างมาเพื่อ Apple เท่านั้น

Apple นั้น ไม่ได้พัฒนาตัว Chip ของตนเองขึ้นมาเพื่อทำกำไรจากการขายแยก เพราะระบบโครงสร้างในตัวชิป ส่วนใหญ่แล้วออกแบบมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์แอปเปิลเองเท่านั้น และมีความทนทาน ใช้งานได้หลายปี รองรับทุกองค์ประกอบได้อย่างยาวนาน ตั้งแต่ Hardware ไปจนถึง Software

นั่นหมายความว่า ลูกค้าหนึ่งเดียวในการใช้ Chip ที่สร้างขึ้นโดย Apple ก็คือผู้ผลิต หรือตัวแอปเปิลเองครับ เพราะฉะนั้น เป้าหมายหลักในการพัฒนาคือทำให้ประมวลผล iOS, macOS และ Application บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ให้ได้สมบูรณ์ที่สุดนั่นเอง

ปรับทุกแพลตฟอร์มเข้าสู่ iOS

หลายๆ คนอาจเกิดคำถามว่า ตัว Apple เองก็มีอุปกรณ์หลายประเภทเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Watch, AirPod หรือ Mac นั่นหมายความว่าทางแอปเปิลก็ต้องผลิต Chip หลากหลายรูปแบบ เพื่อมารองรับ Operating System ของทุกอุปกรณ์เลยหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่เสมอไปอีกแล้ว เพราะปัจจุบัน แอปเปิลมีแนวโน้มในการปรับ Operating System ของทุกๆ อุปกรณ์ให้ค่อยๆ เข้าหากัน โดยเปลี่ยนทุกๆ OS อาทิเช่น watchOS, tvOS ไปจนถึง macOS ให้มีลักษณะ Interface และการทำงานเหมือนกับ iOS เป็นหลัก

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่ macOS Big Sur ตัวใหม่ล่าสุด ก็มีการปรับการใช้งานและองค์ประกอบต่างๆ ให้คล้ายคลึงกับ iOS มากขึ้น

> อ่านบทความศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ macOS Big Sur ได้ที่นี่
> อ่านบทความเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ MacBook Pro M1 ได้ที่นี่

ความเร็ว

ในส่วนของ iPad Air ตัวใหม่ อาจจะไม่สามารดึงศักยภาพบางส่วนของ A14 Bionic มาใช้ได้อย่างเต็มที่เท่ากับ iPhone 12 เพราะตัวเครื่องไม่ได้มีองค์ประกอบที่สนับสนุนฟีเจอร์บางชนิด อาทิเช่น ระบบกล้องที่คมชัด เป็นต้น แต่ไอแพดแอร์ก็ยังมีข้อได้เปรียบอื่นๆ เช่นการใช้งาน Application ออกแบบต่างๆ ด้วยฟีเจอร์การตัดต่อ Video 4K นั่นเอง

สรุปแล้วก็คือ Chip ตัวนี้ช่วยให้อุปกรณ์แต่ละชนิดของ Apple สามารถดึงจุดเด่นบางส่วนมาใช้อย่างแตกต่างกัน เรียกได้ว่ามีข้อดีที่หลากหลายแล้วแต่อุปกรณ์นั่นเอง ซึ่งถือว่าแอปเปิลทำได้ดี ในการออกแบบอย่างพิถีพิถัน คำนึงถึงการใช้งานจริง ไม่เหมือนแบรนด์อื่นที่แค่อัพเกรด Draw และ Cores เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเท่านั้น

ชิป

ซื้อสินค้าแอปเปิลกับเรา
รับสิทธิ์ต่อประกัน AppleCare ในราคาพิเศษได้ทันที

สินค้า Apple จะมีการรับประกันอยู่ที่ 1 ปีเป็นส่วนใหญ่ พ่วงด้วยบริการหลังการขาย โดยฝ่ายเทคนิคของทีม Apple เองเป็นเวลา 90 วัน

อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบ เมื่อซื้ออุปกรณ์ทุกชนิดของ Apple ท่านสามารถเลือกซื้อแพคเกจขยายประกันเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขต้องซื้อประกันเพิ่มภายใน 30 วันหลังจากซื้อสินค้า

> อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Apple Care ที่นี่
> เลือกซื้อสินค้า Apple ทั้งหมดที่นี่

สเปคและประสิทธิภาพ

ชิป Apple A14 Bionic นั้นมีการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพกว่ารุ่นก่อนน่าขึ้นมาพอสมควร เรามาดูกันว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจใน Chip ตัวนี้กันบ้างครับ

ขนาด 5 นาโนเมตร

ก่อนหน้านี้ ชิปรุ่น A12 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกมาแล้วด้วยการเปิดตัวในขนาด 7 นาโนเมตรเท่านั้น และเช่นเดียวกันกับ A14 Bionic ชิปรุ่นใหม่นี้มีขนาดเล็กลงไปอีก เหลือเพียง 5 นาโนเมตรเท่านั้น และบอกได้เลย ว่าถึงแม้ขนาดจะเล็กลง แต่ Performance ยังแจ่มเหมือนเดิมและยังดีกว่าเก่าอีกด้วยคัรบ

มีข่าวลือว่าทาง Apple ได้ซื้อบริษัทในเครือของ TSMC ของไต้หวันทั้งหมด ซึ่งเป็นองค์กรที่ผลิตและพัฒนาชิปขนาด 5 นาโนเมตรที่แรก นั่นจึงทำให้แอปเปิลจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไลน์การผลิต Chip ขนาดจิ๋วไปอีกยาวนาน

ระบบ System-on-a-Chip ของอุปกรณ์ Apple ที่ผ่านมาช่วยให้พื้นที่ภายในตัวเครื่องใช้สอยได้อย่างกะทัดรัด ประหยัดที่สุด และยิ่งถ้าได้ลดขนาด Chip ลงจาก 7 นาโนเมตร (รุ่นเก่า) เป็น 5 นาโนเมตรแล้ว Apple จะสามารถเพิ่มจำนวน Transistor ในส่วนพื้นว่างได้อีก 1.8 เท่าเลยทีเดียวครับ

ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ ว่า Apple จะบาลานซ์องค์ประกอบต่างๆ ให้สมดุลได้อย่างไร ในอุปกรณ์ที่จะเปิดตัวในอนาคต แต่ในปัจจุบัน เจ้า A14 Bionic สามารถจุ Transistors ได้ถึง 11.8 พันล้านหน่วยเลยทีเดียว มากกว่า รุ่น A13 ที่จุได้ 8.5 พันล้านหน่วยอยู่พอประมาณหนึ่งเลยครับ

ระบบประมวลผล (CPU)

สเปค

ย้อนกลับไปสมัยชิป A10 Fusion ที่ใช้ใน iPhone 7 Apple มีแนวคิดในการลดขนาด Zephyr Core ให้เล็กลงให้เพียงพอแค่จัดการงานพื้นฐานทั่วไป เพื่อลดทอนค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพที่ไม่จำเป็นออกไป

มาถึงรุ่นต่อมาอย่าง A12 Bionic ใน iPhone 8 และ X แอปเปิลยังคง Concept เดิมในการออกแบบระบบ Architecture ให้เพียงพอแต่การใช้งานพื้นฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีการ Upgrade ในส่วน Core ให้ Monsoon Cores และ Mistral Core สามารถทำงานแยกกันได้ ทำให้สามารถประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น

จนถึงปัจจุบัน A14 Bionic ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มี 6 CPU Core แบ่งเป็น

  • Firestorm Cores ที่เป็นประเภท High-Performance Core ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ทำหน้าที่ทำงานหนักๆ จำนวน 2 คอร์
  • Icestorm Cores ที่เป็นประเภท High-Efficiency Core ที่รองรับการทำงานพื้นฐานแต่ยาวนาน จำนวน 4 คอร์

Apple เคลมว่า A14  สามารถประมวลผลได้เร็วกว่าชิป A12 ถึง 40% และจากการทดสอบ พบว่า A14 เร็วกว่า A13 อยู่ที่ 16% ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง น่าสนใจทีเดียวครับ

กราฟฟิค (GPU)

A12

เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง Apple ได้เริ่มต้นพัฒนาและสร้าง GPUs แบบ Integrated เป็นของตนเองเช่นกัน ซึ่งภายใน A14 Bionic ก็มี Graphic Engine จำนวน 4 Core ด้วยเช่นกัน ซึ่งแอปเปิลเคลมว่าประมวลภาพได้เร็วกว่าชิป A13 ถึง 30%

ชิป A14 Bionic เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่สามารถรองรับรูปแบบการใช้งานหลากหลายรูปแบบมากที่สุด ในระยะเวลาสั้น และประหยัดพลังงาน ซึ่งแอปเปิลพยายามออกแบบ พัฒนาให้ Chip กิน Battery ตัวเครื่องให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ในขณะที่ยังทำงานได้เหมือนเดิม

สุดท้าย ภาพลักษณ์โดยรวมในส่วน GPU ถือว่าเป็นที่พอใจของแฟนๆ โดยเฉพาะกับ Chip M1 ของอุปกรณ์คอมพิวเตอรฝั่ง Apple

A14 Bionic ANE และ AMS

spec

ย้อนกลับไปในปี 2017 แอปเปิลได้มีการเปิดตัว ANE หรือ Apple Neural Engine ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชิป A11 เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของฟีเจอร์สแกนใบหน้า Face ID ถือเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Chip จาก Apple ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ล้ำสมัยมากๆ ในยุคนั้น

มีการประเมินกันว่า Neural Engine ใน A11 นั้นสามารถจัดการงานได้ 600 พันล้านคำสั่ง ต่อ 1 วินาที ซึ่ง Apple เคลมว่า รุ่นใหม่ A14 Bionic มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกหลายเท่า ด้วยจำนวนคอร์ 16 Core และความสามารถในการจัดการคำสั่ง 11 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที

CPU GPU

สรุปก็คือ Apple ได้มีการยัดระบบ System เกือบทั้งหมดเข้าไปอยูใน Chip อันเดียว ไม่ว่าจะเป็น SoC สำหรับ Machine Learning, CPU, GPU และระบบ Accelerators ตัวใหม่ที่เรียกว่า AMX Blocks สำหรับเพิ่มความเร่งในการทำงานแบบ Multiplication ซึ่งมีการใช้งานบ่อยในระบบ Machine Learning

Apple เคลมว่า สรุปโดยรวมทุกองค์ประกอบแล้ว A14 Bionic จะสามารถทำงานได้เร็วกว่าชิปรุ่นก่อนหน้า 4 เท่า

เลือกซื้อ Mac ราคาถูกกับเรา

แอปเปิล

MacBook

  • แมคบุ๊คแอร์และแมคบุ๊คโปร
  • Processor Intel หรือ M1
  • Ram สูงสุด 64GB
  • ประกัน 1 ปี โดย Apple
เลือกซื้อสินค้า
iPad Air

iMac

  • ไอแมคและไอแมคโปร
  • Processor Intel
  • Ram สูงสุด 256GB
  • ประกัน 1 ปี โดย Apple
เลือกซื้อสินค้า
iPhone 12

Mac

  • แมคมินิและแมคโปร
  • Processor Intel หรือ M1
  • Ram สูงสุด 128GB
  • ประกัน 1 ปี โดย Apple
เลือกซื้อสินค้า

ความเสถียร

ต่างกันยังไง

อย่างที่ทุกๆ คนเคยเห็นกัน ว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา Apple มักจะทำบทความ หรือออก Article เปรียบเทียบว่า iPhone และ iPad Air ดีกว่า Smartphone และ Laptop แบรนด์อื่นๆ มากมาย รวมถึงเหล่านักรีวิวมากมายตามเว็บไซต์กูรู หรือ Youtuber ก็ออกมาทดลองใช้ให้เห็นกันหลากหลายเช่นกัน

เพราะคนส่วนใหญ่ มักใช้ Smartphone ประมาณ 2 ถึง 3 ปี ต่อการซื่้อ 1 ครั้ง ในขณะที่ Tablet จะถูกใช้งานยาวนานกว่านั้น ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับ User ว่ายังพอใจกับ Device ที่ยังใช้งานอยู่หรือไม่ ถ้ายังพอใช้งานได้ ก็สามารถรออีกอึดใจหนึ่ง ก็จะมีนวัตกรรมใหม่ของ Apple ออกมาให้อยากได้อยู่ดีครับ เพราะ Apple มักจะเปิดตัวอุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ทุกๆ ปีอยู่แล้ว

Apple เคลมว่าทุกองค์ประกอบที่สร้างขึ้นใน Chip A-Series อย่าง A14 Bionic ต่างสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ล่าสุดในทุกๆ ด้าน ไม่เพียงแต่ Hardware เท่านั้น แต่ในส่วน Software อย่าง iOS14, iPadOS 14 และ macOS Big Sur ต่างก็มีการพัฒนาให้ใช้งานได้เหมาะสมกับชิป A-Series และ M1 เช่นกัน และจะคง Concept เดิมขึ้นไปเรื่อยๆ คือ Chip ที่พัฒนาขึ้นโดย Apple เพื่อ ผลิตภัณฑ์และ OS ของ Apple โดยเฉพาะครับ

> อ่านบทความเกี่ยวกับ iPadOS 14 เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม อาจจะยังมีข้อเสียประปรายที่พบได้จากรีวิวผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Bug ต่างๆ, Battery หมดเร็ว หรือ Error อื่นๆ ซึ่ง Apple จะทำการแก้ไขเรื่อยๆ และเมคชัวร์ว่า User จะได้รับประโยชน์จากศักยภาพของ A14 อย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้

ศึกษาเพิ่มเติมที่เว็บหลัก Apple ที่นี่

คลิปเปิดตัว iPad Air ใหม่พร้อม A14 Bionic Chip

Add In Business

จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก

ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี

สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact

หรือ

     ปลอดภัย  mail

สรุป

หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณผู้อ่านทุกท่าน ได้รู้จักกับชิป Apple A14 Bionic มากขึ้น ว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง และมีประสิทธิภาพ Spec การทำงานระดับไหน หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน