สำหรับสาวกอุปกรณ์ iPad คงทราบกันดี ว่าแต่เดิมทีนั้น ตั้งแต่เปิดตัวอุปกรณ์ iPad รุ่นเก่าจะใช้ระบบปฏิบัติการ iOS เช่นเดียวกับ iPhone จนถึงเมื่อปี 2019 ทาง Apple ได้ประกาศให้ไอแพดแยกมาใช้ระบบ OS ตัวใหม่ที่เรียกว่า iPadOS แยกออกมาอีกที เพื่อพัฒนาฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่ของอุปกรณ์ได้อย่างเต็มที่ และเมื่อกลางปี 2020 แบรนด์ก็ได้อัพเดทเวอร์ชั่น iPadOS 14 รุ่นใหม่มาให้เหล่าสาวกใช้งานกัน
บทความนี้ จะมาแจกแจงให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันว่า Operating System เวอร์ชั่นล่าสุดนี้มีอะไรใหม่บ้าง, มีข้อดียังไง, มีรุ่นไหนบ้างที่รองรับ และมีปัญหาหรือข้อเสียใดๆ หลังการใช้งานหรือไม่
iPadOS 14 คืออะไร
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น iPadOS เป็นระบบปฏิบัติการใหม่ที่ Apple เพิ่งพัฒนาขึ้นมาในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อสำหรับให้ใช้งานกับไอแพดโดยเฉพาะ (แทนที่ iOS) ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 14 ซึ่งประกอบด้วยฟีเจอร์แทบจะเหมือนกับ iOS14 เกือบทั้งหมด อาทิเช่น การเปลี่ยนดีไซน์ Interface ของ Siri และหน้าจอแสดงผลเมื่อมีใคร Call เข้ามาที่อุปกรณ์, ปรับรูปแบบ Widget, อัพเดทแอพพลิเคชั่น Maps, อัพเกรดแอพ Messages และอื่นๆ อีกมากมาย
iPad OS ต่างกับ iOS ยังไง
iOS 14 ของไอโฟนนั้น มี Home Screen แบบใหม่ ที่สามารถดึง Widgets จาก Today Center มาวางไว้ระหว่างหน้า Application ต่างๆ ได้ แต่ใน iPadOS จะไม่มีฟีเจอร์นี้ ซึ่ง Widgets ของไอแพดจะยังคงเข้าถึงได้เพียงใน Today Center เท่านั้นเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะย้าย Widgets เข้ามาแทรกตามหน้าแสดง Application ไม่ได้ แต่ก็มีการอัพเดทฟีเจอร์และลูกเล่นใหม่ๆ มากมาย โดย iPadOS 14 จะสามารถปรับขนาด Option ของ Widget ได้ และมีฟังก์ชั่น Smart Stack ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ช่วยให้อุปกรณ์เรียนรู้การใช้งานของ User และหมุนเวียน Widget ที่มีแนวโน้มจะถูกใช้งานในเวลานั้นๆ สลับกันในแต่ละวันเวลา
iPadOS จะไม่มีฟีเจอร์ใหม่ของ App Library เหมือน iOS ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดู App ทั้งหมดที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ได้แบบ Easy-to-View และไม่มีแอพ Translate ที่มาใหม่บน iPhone
ใช้กับรุ่นไหนได้บาง
เรามาดูกันว่าไอแพดโมเดลไหน เวอร์ชั่นไหนบ้าง ที่เป็นรุ่นที่รองรับระบบปฏิบัติการ iPadOS 14
- iPad Pro ทุกรุ่น
- iPad 7th, 6th และ 5th Generation
- iPad mini 5th และ 4th Generation
- iPad Air 4th, 3rd และ 2nd Generation
มีอะไรอัพเดทบ้างแบบคร่าวๆ
สำหรับ App Photos และ Files นั้น ถูกพัฒนารูปแบบการใช้งานขึ้นใน iPadOS ช่วยให้การ Slide ส่วน Sidebars ด้านข้างไม่ติดขัด และมีฟังก์ชั่นเมนู Pull-Down เพิ่มเข้ามา
หน้าจอ Interface ของระบบ Search มีการปรับดีไซน์ที่เรียบ กะทัดรัดมากขึ้น ไม่กินพื้นที่หน้าจอทั้งหมดอีกต่อไป และที่สำคัญ มีความรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพร้อมผลการค้นหาที่แม่นยำ ได้จำนวนผลลัพธ์ที่มากขึ้น
เช่นเดียวกับ iOS 14 ระบบปฏิบัติการ iPadOS ก็มีการปรับเปลี่ยนหน้าจอ Phone และ FaceTime ขณะใช้งานให้มีความกะทัดรัดเช่นกัน ไม่กินพื้นที่ทั้งหน้าจอ
หนึ่งในหัวข้ออัพเดทที่โดดเด่นที่สุดของ iPadOS 14 คือการพัฒนาความสามารถในการรองรับ Apple Pencil ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Scribble เข้ามา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ปากกาดิจิตอลเขียนตัวหนังสือบนช่อง Text ใดๆ ก็ตามบนหน้าจอไอแพด และตัวเครื่องจะทำการแปลงเป็นข้อความดิจิตอลโดยอัตโนมัติ
Scribble นั้น ทำงานได้บนช่อง Search ของ Safari, iPad Search, แอพ Reminders, แอพ Message และทุกๆ ที่ที่คุณสามารถพิมพ์ข้อความได้ หากเขียนข้อความผิด ก็สามารถขีดฆ่าข้อความที่ไม่ต้องการ และตัวเครื่องจะทำการลบตัวหนังสือในส่วนนั้นออกโดย Auto ทันที
ในแอพพลิเคชั่นอย่าง Note ก็ได้มีการเพิ่มตัวเลือก Handwrite Notes ด้วย Apple Pencil ซึ่งจะแปลงข้อความเขียนเป็นตัวหนังสือดิจิตอลเช่นกัน และยังสามารถ Copy ข้อความเขียนจากแอพ Note ไปยังแอพอื่นๆ เป็นตัวหนังสือดิจิตอลได้โดยจะมีการ Convert ให้อย่างอัตโนมัติ
นอกจากตัวหนังสือแล้ว iPadOS 14 ยังมีฟีเจอร์ Shape Recognition ที่สามารใช้ปากกาดิจิตอลเขียนรูปทรงพื้นฐานอย่างวงกลม หรือดาวเป็นต้น แล้วตัวเครื่องจะทำการแปลงเป็น Digital Vector ที่สมบูรณ์สมส่วนให้อย่างอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี AI แบบ Built-in ตรวจจับที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลล์ของผู้ใช้ที่ถูกเขียนในรูปแบบลายนิ้วมือ และช่วยให้เรียกเปิดใช้ได้ทันทีที่ต้องการ
ด้วย ARKit 4 ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานในส่วน AR สมบูรณ์แบบมากขึ้น สามารถ Interact กับลักษณะโดยรอบของโลกแห่งความจริง การอัพเดทใหม่นี้ช่วยให้ระยะต่างๆ แม่นยำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนของ Safari ทั้ง iOS และ iPadOS 14 ทั้งคู่มีการเพิ่มฟีเจอร์ Privacy Report ที่มีข้อมูลว่าแต่ละหน้าเว็บไซต์ที่เปิดใช้งานมีการใช้เครื่องมือ Track พฤติกรรมผู้เยี่ยมชมจำนวนเท่าไหร่บ้าง
ในแอพ Music มีการปรับดีไซน์ของคิวเพลงที่รอเล่น ฟีเจอร์ For You จะถูกแทนที่ด้วย Listen Now ซึ่งสามารถแสดงเนื้อเพลงของเพลงที่กำลังเล่นอยู่ได้แบบเต็มหน้าจอ และพัฒนาระบบการ Search ให้ค้นหาเพลงที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
ฟีเจอร์อื่นๆ ประกอบด้วย Option ที่ไว้ตั้งค่า Application ของผู้พัฒนาแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Apple ให้เป็น Default แทนที่ Mail และ Browser หลัก, การลิ้ง Game Center ให้สัมพันธ์กับ Apple Arcade, App Clips ไว้ทดลองใช้งานแอพต่างๆ เบื้องต้นก่อนดาวน์โหลดจริง, พัฒนาความเป็นส่วนตัว และอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะเจาะลึกแต่ละส่วนในบทความนี้
วิธีดาวน์โหลด
iPadOS 14 นั้นมีการเปิดให้ Download กันตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2020 ที่ผ่านมา แบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ด้วยตนเองที่อุปกรณ์
- เปิดแอพ “Setting”
- ไปที่ “General
- เลือก “Software Update”
- เลือก “Download and Install” เมื่อ iPadOS 14 ขึ้น Available
โดยเวอร์ชั่นปัจจุบัน คือ iPadOS 14.4.2 (ณ 31/3/21) ซึ่งเปิดอัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 26/3/21
ดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลง
อย่างที่กล่าวข้างต้น ว่า iOS 14 มีดีไซน์แบบใหม่ล่าสุดที่สามารถดึง Widget ต่างๆ ที่ต้องการ เข้าไปแทรกตาม Application ต่างๆ ตามหน้า Home Screen ได้ และมี App Library ที่สามารถเข้าไปดูแอพพลิเคชั่นทั้งหมดที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ได้เพิ่มเข้ามา แต่ iPad ยังไม่ได้รองรับความสามารถในจุดนี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Today Center ของ iPad นั้นมีการ Redesign ให้มีความสะดวกใช้งานมากขึ้น มีหน้าตาแบบใหม่
Widgets
ในส่วนของ Widgets บน iPadOS 14 นั้น มีการแสดงเนื้อหาที่ครอบคลุมมากกว่าเดิม และปรับดีไซน์ใหม่หลายๆตัว เช่น Calendar แสดงวันที่, Stock, Weather แสดงอุณหภูมิและสภาพอากาศ และ Interface แสดง Battery เป็นต้น
ตัวเลือก Widget ทั้งหมดนั้น มาจากทั้ง Application ของ Apple เอง และของผู้พัฒนาแอพเจ้าอื่นๆ ที่ออกแบบมา โดยคุณสามารถเลือกดูทั้งหมดได้ด้วยการ ปัดไปหน้าจอทางซ้ายเรื่อยๆ จนสุด จะปรากฎหน้า Interface Widget ขึ้นมา กดค้างที่หน้าจอ จากนั้นกดปุ่มเครื่องหมาย “+” จะเข้าสู่หน้า Widget Library ซึ่งมีวิดเจ็ตทั้งหมดที่มีในอุปกรณ์ให้เลือกพร้อมตัวแนะนำแสดงผล
ผู้ใช้งานสามารถเลือกแสดง Widgets ซ้อนกันด้านบนหน้าแรกได้สูงสุด 10 วิดเจ็ต
Widget แต่ละตัวมาในขนาด เล็ก, กลาง และ ใหญ่ ซึ่งแต่ละ Size จะแสดงข้อมูลในปริมาณที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น App Weather ตามรูปด้านล่าง จะมี 3 ขนาดให้เลือก ซึ่งยิ่งขนาดใหญ่ก็จะมีข้อมูลแสดงผลมากขึ้น
นอกจากนี้ Apple ยังเพิ่มฟีเจอร์ “Smart Stack” เข้ามาใน iPadOS 14 เป็นระบบ AI อัจฉริยะ ที่จะส่งข้อมูลให้ Siri โชว์ Widget ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้นๆ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยคำนึงถึง ช่วงเวลา, กิจกรรม และสถานที่ของผู้ใช้ โดยเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน เช่น ผู้ใช้งานมักจะดู YouTube ตอนทานข้าวเย็นทุกวัน ณ เวลา 19.00 ตัวเครื่องจะเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้ Widget ของยูทูปจะโชว์ขึ้นมาแนะนำบนหน้าจอทุกวันอัตโนมัตทุกวันตอน 19.00
ซื้อสินค้าแอปเปิลกับเรา
รับสิทธิ์ต่อประกัน AppleCare ในราคาพิเศษได้ทันที
สินค้า Apple จะมีการรับประกันอยู่ที่ 1 ปีเป็นส่วนใหญ่ พ่วงด้วยบริการหลังการขาย โดยฝ่ายเทคนิคของทีม Apple เองเป็นเวลา 90 วัน
อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบ เมื่อซื้ออุปกรณ์ทุกชนิดของ Apple ท่านสามารถเลือกซื้อแพคเกจขยายประกันเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขต้องซื้อประกันเพิ่มภายใน 30 วันหลังจากซื้อสินค้า
> อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Apple Care ที่นี่
> เลือกซื้อสินค้า Apple ทั้งหมดที่นี่
App Design
ในส่วนของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็มีการปรับใหม่พอสมควรเช่นกัน โดย Sidebars ของแอพอย่าง Photos, Music, Carlendar, Mail, Files, Notes และแอพอื่นๆ มากมาย ได้มีการเปลี่ยนโฉมให้แสดงข้อมูลได้มากขึ้น
แถบเครื่องมือหรือ Toolbars ในแอพอย่าง Calendar หรือ File ก็มีการปรับดีไซน์ให้ใช้งานง่าย คล่องตัวขึ้น โดยการรวมปุ่มและเมนูต่างๆ ให้อยู่ใน Top Bar เพื่อความง่ายในการเข้าถึง
มีการเพิ่มฟีเจอร์ Pull-down menus ให้กับ App พื้นฐานของ Apple เพื่อความง่ายในการเรียกคำสั่งต่างๆ เพียงแค่กดปุ่มเดียว
Search
ระบบการค้นหาบน iPadOS มีการแปลงโฉมดีไซน์ใหม่ให้มีความเล็กกะทัดรัดมากขึ้น ไม่กินที่หน้าจอทั้งหมดเหมือนเดิม
การค้นหาจะแสดงผลทั้ง Application, Website, Contact และ Files ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่ค้น
ผลลัพธ์การค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดมากที่สุด จะแสดงผลอยู่อันดับแรกสุด และจะมีผลลัพธ์รองเป็น Search Suggestion แนะนำคำหรือเนื้อหาที่คล้ายคลึงถัดลงไป
นอกจากนี้ Apple ยังเพิ่มฟังก์ชั่น “Search in Apps” เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสามารถค้นหาผลลัพธ์เฉพาะใน Application ที่ต้องการ เช่น Message, Mail หรือ Files ได้ด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถพิมพ์ชื่อ App หรือชื่อ Website และกด Go เพื่อเข้าถึงได้เลยในช่องใส่คีย์เวิร์ดของ Search Interface โดยตรง เรียกได้ว่าสะดวก ครบ จบในตัวเลยทีเดียว
App ที่โดดเด่น
มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่มีการ Update ใน iOS และ iPadOS 14 อย่าง Messages, Home, Safari หรือ Map เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผมขออยกตัวอย่าง Application บางตัวที่อัพเดทฟีเจอร์สำหรับไอแพดโดยเฉพาะที่โดดเด่นมาให้ได้อ่านกัน ว่ามีการ Upgrade ให้ดีขึ้นยังไง มีการใช้งานที่เปลี่ยนไปหรือไม่ และทำอะไรได้บ้าง
Music
App Music บนไอแพด ปัจจุบันมี Option สามารถเลือกดูเนื้อเพลงในขณะเล่นเพลงแต่ละเพลงได้แล้ว แถมยังเลื่อนตามท่อนต่างๆ ที่เล่นด้วย เหมือนที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในหน้าจอคาราโอเกะนั่นเองครับ ทำให้สามารถอ่านหรือร้องตามได้ถูกท่อนที่ต้องการ
นอกจากนี้ แทป For You ยังถูกแทนที่ด้วย Listen Now พร้อมระบบแนะนำเพลงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และฟีเจอร์ Autoplay ค้นหาและเล่นเพลงที่คล้ายคลึงกับเพลงที่ฟังอยู่เมื่อ Playlist จบ, พัฒนาระบบ Search ให้แสดงผลแบ่งประเภทเพลงได้ดีขึ้น, ระบบ Filter ช่วยให้ค้นหาเพลงที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
Photos
App Photos หรือแอพรูปภาพบน iPad มากับฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ Sidebar ซึ่งช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ อย่าง For You, Albums, Shared Albums หรือ Search ได้เร็วขึ้น ซึ่งไซต์บาร์นี้สามารถตั้งค่า Edit เพื่อเลือกเรียงคำสั่งได้ตามความบ่อยในการใช้งาน เท่าที่ User ต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือ Zoom ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น, มีฟิลเตอร์สำหรับสกรีนเลือกรูปภาพที่ต้องการ, ตัวเลือกในการเพิ่ม Caption ให้กับรูปภาพแต่ละรูป และรูปแบบ Image Pickers ที่มีการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยขึ้น
Files
สำหรับ Files บน iPadOS 14 นั้น มีการ Redesign ใหม่ในส่วนของ Sidebar เช่นกัน โดยการรวมฟังก์ชั่นต่างๆ ทั้งหมดอย่าง Access to Recent, Shared Document, External Drives, File Servers และ Favorite Folders ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยการกดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
Scribble
หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของ iPadOS ได้แก่ “Scribble” ที่ทำงานคู่กับ Apple Pencil โดยจะช่วยให้ User สามารถใช้แอปเปิ้ลเพ็นซิลเขียนข้อความลงบน iPad ด้วยลายมือของตนเอง จากนั้นตัวไอแพดจะทำการ Convert ข้อความเขียนเหล่านั้นเข้าสู่ข้อความดิจิตอลโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบาย รวดเร็วในการจดบันทึกเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างแน่นอน
ขาย Apple Pencil ทุกรุ่น ราคาถูก
Apple Pencil (1st Generation)
ถึงแม้จะไม่ใช้รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือน Gen 2 แต่ถือว่าเป็น แอปเปิ้ล เพนซิล เวอร์ชั่นเดียวที่สามารถใช้ได้กับ iPad เกือบทุกรุ่น แนะนำให้ซื้อไปใช้กันซักแท่ง ถ้าคุณต้องการประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน Application สำหรับวาดรูปต่างๆ หรือปากกาดิจิตอลคุณภาพสูงสำหรับใช้งานกับไอแพด
เลือกซื้อสินค้าApple Pencil (2nd Generation)
ปากกาดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุดจากแอปเปิลที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การชาร์จไฟด้วยแม่เหล็ก, ระบบรองรับการกดสัมผัสที่แม่นยำ และประสิทธิภาพโดยรวมที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น เป็น Digital Pen ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานกับ iPad Pro และ iPad Air 4
เลือกซื้อสินค้าScribble สามารถใช้งานบน iPadOS 14 ได้ เพื่อ เขียนข้อความบน iMessage, เขียน Keyword เพื่อค้นหาบน Safari, ค้นหาเส้นทางใน Maps, เขียนและสร้างกำหนดการบน Calendar และอื่นๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปิด Safari และเขียนคำอะไรก็ได้ที่ต้องการ (ยกตัวอย่างเช่น techforteam) บนแถบ URL หลังจากนั้น ตัว iPad จะทำการแปลงข้อความเขียนเป็นอักษรพิมพ์ที่ถูกต้องให้อัตโนมัติ แล้วเข้าถึงเว็บไซต์ได้ทันที
Scribble ถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการใช้งาน Apple Pencil บ่อยๆ เพราะไม่จำเป็นต้องวางปากกา และมานั่งพิมพ์สลับไปมาให้เสียเวลา
ความสามารถของ Scribble นั้น สามารถจดจำ และจับลายมือได้หลากหลายรูปแบบ แม้ใครจะมีลายมือชุ่ยขาดไหนก็ตาม และยังจับการเขียนจากเส้น Stroke ได้ด้วย แต่จับลายมือที่มีหางเยอะๆ ไม่ค่อยได้ ฟีเจอร์นี้สามารถอ่านและแปลง ตัวหนังสือใหญ่เล็ก, การเว้นวรรค และสัญลักษณ์ ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้อย่างสะดวกที่สุด
เมื่อคุณเขียนข้อความใดๆ ผิด สามารถขีดค่ายุกยิกบนคำ หรือข้อความนั้นๆ ได้ด้วย Apple Pencil ซึ่งจะเป็นการใช้คำสังลบโดยอัตโนมัติ และถ้าคุณต้องการเลือก Element ใดๆ ก็ตาม ก็แค่วาดวงกลมล้อมรอบเท่านั้น จะเป็นการเรียกคำสั่ง Select ในจุดๆ นั้นทันที โดยคำสั่งทั้งหมด และการ Convert ลายมือสู่ตัวพิมพ์นั้น เป็นการประมวลผลภายในตัวอุปกรณ์เท่านั้น ไม่ได้มีการ Upload ขึ้นไปแปลงบนระบบ Network จึงมั่นใจในความ Privacy เป็นส่วนตัวได้อย่างแน่นอน
ปัจจุบัน (Version iPadOS 14.5) Scribble รองรับแค่ภาษาอังกฤษ, จีน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี และโปรตุเกส เท่านั้น แฟนๆ ชาวไทยที่ถนัดใช้ภาษาไทยอาจจะต้องรอไปก่อนนะครับ แต่ผมเชื่อว่าต้องมีการอัพเดทภาษาไทยเราเข้ามาในอีกไม่นานนี้แน่นอน
สคริบเบิลใน Note
มีการเสริม Built-in ฟีเจอร์ Scribble เข้าไปในแอพ Notes เรียกใช้งานได้โดยเปิดแถบเครื่องมือ (Toolbar) ขึ้นมา จากนั้นเลือเครื่องมือปากกาที่มีตัว “A” อยู่บนด้าม เพียงแค่นี้ ทุกตัวเขียนใน App Notes จะถูกแปลงเป็นตัวพิมพ์โดยอัตโนมัติ
Smart Selection และ Copy as Text
นอกจากนี้ เมื่อคุณมีการ Copy ข้อความลายมือที่เขียนด้วย Apple Pencil บนแอพพลิเคชั่นที่ Support และนำไป Paste บนแอพที่ไม่รองรับ Scribble ตัวเครื่อง iPad จำทำการ Convert ตัวเขียนเหล่านั้น กลายเป็นตัวพิมพ์ลงบนแอพที่วาง ให้อีกทีด้วย วิธีคือเลือก Select ข้อความที่ต้องการโดยการใช้ Apple Pencil ลากวงครอบเนื้อหาเหล่านั้น และนำไป Paste ในแอพอื่น ด้วยคำสั่ง Copy as Text
ใน Notes ข้อความต่างๆ สามารถเลือกเพื่อตั้งค่า สี, สไตล์, ความเข้ม และความเอียงได้เช่นกัน
เลือกซื้อ Mac ราคาถูกกับเรา
MacBook
- แมคบุ๊คแอร์และแมคบุ๊คโปร
- Processor Intel หรือ M1
- Ram สูงสุด 64GB
- ประกัน 1 ปี โดย Apple
Shortcut จานสี
สำหรับฟีเจอร์ Scribble นั้น จะมีชุดเครื่องมือจานสี หรือ Palette ขึ้นมาให้เลือกใช้ได้เป็นแบบย่อๆ Shortcut ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้คำสั่งต่างๆ ที่ถูกใช้บ่อย ซึ่งแต่ละ App ก็จะมีคำสั่งขึ้นมาโชว์ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณกำลังเขียน Email ตัว Shortcut Palette ก็จะมี Option ขึ้นมาสำหรับเลือก Font และเลือกอัพโหลดรูปภาพ เป็นต้น
Data Detectors
เช่นเดียวกับการพิมพ์ข้อความ เมื่อคุณเขียนเบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ หรืออีเมลล์ ตัว iPad จะสามารถตรวจจับและแสดงผลเป็นลิ้งก์ให้เลือกโดยอัตโนมัติเพื่อความสะดวกรวดเร็วขึ้น เช่น คุณสามารถเขียนเบอร์โทรศัพท์ เมื่อเสร็จปุ๊บ จะมีลิ้งขึ้นมาถามว่าต้องการ Add to Contact หรือโทรติดต่อเลยหรือไม่ ทันทีโดยอัตโนมัติ
การแปลงสัญลักษณ์
ฟังก์ชั่น Shape Recognition ถูกเพิ่มเข้ามาใน Notes และแอพอื่นๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถวาดรูปทรงต่างๆที่ต้องการ เช่น วงกลม สามเหลี่ยม หรือรูปดาว เป็นต้น และให้ iPad ทำการแปลงเป็นรูปทรงที่สมบูรณ์ได้ทันที มีประโยชน์อย่างยิ่งกับการจดบันทึกโน๊ตและสร้าง Diagram แผนภูมิต่างๆ อย่างรวดเร็ว
ฟีเจอร์ Shape Recognition นี้ รองรับการวาด เส้นตรง, เส้นโค้ง, สี่เหลี่ยมจตุรัส, ผืนผ้า, วงกลม, วงรี, หัวใจ, สามเหลี่ยม, ดาว, ก้อนเมฆ, หกเหลี่ยม, ลูกศร และอื่นๆ อีกมากมาย
การพัฒนา
Apple ได้พัฒนาฟีเจอร์สคริบเบิลนี้หลังจากวิเคราะห์วิธีการที่ผู้คนทั่วโลกใช้เขียนข้อความบันทึกต่างๆ บนไอแพด ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว ความช้า ความเอียง และอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านเทคโนโลยี Stroke Based แทนที่ Letter Based ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า
นอกจากนี้ เทคโนโลยี Stroke-Based Recognition นี้ยังเป็นการสั่งให้ iPad ทำงานแบบ Real-Time ทำให้ไม่เกิดการ Lag หรือกระตุก
ระบบ AR แบบใหม่
ระบบ Depth API ได้ถูกอัพเดตเข้าไปเสริมใน iPadOS 14 ช่วยให้มีประสิทธิภาพการกำหนดความลึกที่แม่นยำขึ้นด้วยเทคโนโลยี LiDAR Scanner ที่ช่วยให้ภาพจำลอง Interact กับสิ่งแวดล้อมของจริงได้อย่างแนบเนียน
Apple เคลมว่าฟีเจอร์นี้ การวัดระยะและความสูงของบุคคลได้แม่นยำขึ้น หรือช่วยให้การแก้ไขตั้งค่าวิดีโอทำได้ง่ายสมจริงมากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาการตรวจจับวัตถุที่ถูกบดบังและข้อต่อต่างๆ ด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ ทำให้ AR Object ที่เปิดขึ้นโดย Safari หรือ Application ต่างๆ สามารถเปิดขึ้นผ่านกล้อง เข้ากับสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้อย่างรวดเร็วสมบูรณ์แบบ
ARKit ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Location Anchor ช่วยสร้าง AR Experience แบบใหม่ โดยการวางวัตถุจำลองต่างๆ เสริมเข้ากับสถานที่ที่ต้องการ
Apple ยังพัฒนาระบบ Tracking Face หรือจดจำใบหน้าบนอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ชิปรุ่น A12 ขึ้นไปในการประมวลผล
ฟีเจอร์สำหรับเล่นเกม
iPadOS 14 ได้เพิ่มฟีเจอร์มากมายสำหรับเล่นเกมผ่าน Keyboard, Mouse และ Trackpad ช่วยให้ User ได้ประสบการณ์ Gaming แบบใหม่ที่ดื่มด่ำมากกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ ทำให้ User สามารถเล่นเกมต่างๆ ที่มีความซับซ้อนในการควบคุม หรือต้องใช้ Mouse และคีย์บอร์ดในการเล่น ได้อย่างสะดวก สนุกสานมากขึ้น
> เลือกซื้อ Apple Keyboard ทั้งหมดได้ที่นี่
> เลือกซื้อ Mouse และ Trackpad Apple ทั้งหมดได้ที่นี่
นอกจากนี้ แอปเปิลยังได้อัพเกรดให้ iPadOS 14 สามารถรองรับการใช้เครื่องมือ Controller ต่างๆ มากมายในการเล่นได้มากขึ้น ได้แก่ Xbox Elite Wireless Controller และ Xbox Adaptive Controller เป็นต้น
ตัวอย่างฟีเจอร์ที่มีการอัพเดตเข้ามาให้ใช้กับ Controller ได้ ได้แก่ Touchpad และ Lightbar ของ Dual Shock, Paddles ของ Xbox Elite, Zone-Based เสียงก้อง และ การตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Motion Sensor และอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากจะเป็นการเพิ่มความสนุกสนานให้แก่ผู้เล่นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลาย ขยายขีดจำกัดในการออกแบบเกมให้แก่ผู้พัฒนา Developer ต่างๆ
ขอบคุณที่มา จาก macrumors.com
วิธีทำงานพร้อมๆ กันโดยการแบ่งหน้าจอ
Add In Business
จำหน่าย
อุปกรณ์ไอที
ราคาถูก
ภายใต้บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด ตัวแทนจำหน่าย
ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจากแบรนด์ชั้นนำ
ราคา พิเศษ ส่งฟรี
สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หน้า Contact
หรือ
สรุป
หวังว่าบทความนี้จะทำให้สาวก Apple ที่ใช้ไอแพด ได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับ Operating System iPadOS 14 ให้เข้าใจมากขึ้น หากท่านผู้อ่านมีความสนใจเพิ่มเติมในการสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ไอที สอบถามข้อมูล หรือขอใบเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ






